กลิ่นอายความอุ่นกรุ่นของนมอุ่นในแก้วเซรามิกเคลือบสีครีมยังไม่ทันจางหายจากปลายนิ้ว รินรดาก็ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตอีกครั้ง เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ที่เธอหวาดกลัวที่สุดกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้พื้นที่ปลอดภัยที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา
“คุณริน... กระเป๋าเดินทางเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ รถแท็กซี่จอดรออยู่ที่มุมตึกด้านหลังตามที่คุณรินสั่งแล้วนะคะ”
เสียงกระซิบสั่นเครือของพี่เลี้ยงสาวผู้จงรักภักดีดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กจิ๋วของ ‘น้องTee’ (ธีร์) ลูกชายวัยสามขวบเศษที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นกระพริบปริบๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงอ้อแอ้ที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจแม่
“หม่ามี๊ฮะ... เราจะไปเที่ยวกันอีกแล้วเหรอฮะ ทำไมต้องรีบจัง”
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาขณะโอบกอดร่างน้อยเข้าแนบอก แน่นเสียจนเด็กชายเริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ เธอสูดกลิ่นกายหอมกรุ่นของลูกน้อยเข้าปอดเพื่อตุนเรี่ยวแรง ความกลัวถูกพรากแก้วตาดวงใจไปตลอดกาลทำให้สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านถึงขีดสุด ครั้งนี้... เธอยอมไม่ได้เด็ดขาด เธอยอมเป็นจำเลยสังคม ยอมเป็นผู้หญิงใจร้ายที่วิ่งหนีความจริง แต่เธอจะไม่มีวันยอมให้ ‘คินน์ อัครเดโช’ พรากลูกไปจากอ้อมอกเด็ดขาด
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานหรูหราใจกลางเมือง คินน์กำลังแทบบ้าคลั่ง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยมือทั้งสองข้าง ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันราวกับซาตานที่ถูกพรากของรัก รายงานจากนักสืบเอกชนและภาพจากกล้องวงจรปิดมุมตึกแคบๆ วางหราอยู่ตรงหน้า เอกสารระบุชัดเจนว่าอดีตภรรยาของเขากำลังพา ‘เด็กชายตัวน้อย’ หลบหนีเขาไปอีกครั้ง
“รินรดา... เธอคิดว่าหนีฉันพ้นหรือไง!”
กำปั้นหนาทุบลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงจนแก้วกาแฟสั่นสะเทือน ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่เคยค้ำคอในอดีตมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มดั่งไฟสุมทรวง ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าผสม The Guilt หรือความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจทุกค่ำคืน เมื่อเขาได้รู้ความจริงทั้งหมด... ความจริงที่ว่าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียดยามและขับไลไสส่งอย่างไม่ใยดี คือคนที่แบกรับความลับและสายเลือดของเขาไว้เพียงลำพัง
คินน์ก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานอย่างไร้ความปรานี เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดิน บริษัทอัครเดโชกรุ๊ปแทบจะหยุดหายใจเมื่อท่านประธานผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจในอดีต กำลังแสดงออกถึงความคลุ้มคลั่งและสูญเสียการควบคุมเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาควกุญแจรถสปอร์ตคู่ใจมุ่งหน้าสู่เขตชานเมืองทันที โดยมีพิกัดล่าสุดจากสัญญาณมือถือของคนสนิทรินรดาเป็นเป้าหมาย
ตัดกลับมาที่รินรดา หญิงสาวในชุดเสื้อคลุมสีทึบอำพรางตัวกำลังอุ้มลูกชายแนบอก ก้าวขาเร่งรีบฝ่าสายลมเย็นยามค่ำคืนของสถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ ความโกลาหลของผู้คนรอบกายไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นเลยแม้แต่น้อย หัวใจของเธอดิ่งวูบทุกครั้งที่มีเสียงประกาศหรือเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา
“หม่ามี๊ฮะ หนูเหนื่อยจัง...”
เสียงเล็กๆ เอ่ยขึ้นอย่างน่าสงสาร รินรดาจึงต้องเบี่ยงตัวเข้าไปหลบมุมเสาใหญ่ของชานชาลาที่สาม มือบางลูบเรือนผมนุ่มของลูกชายด้วยความรักและสงสารจับใจ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รินไหลอาบแก้มอย่างเงียบเชียบ เธอเป็นแม่ที่แย่หรือเปล่าที่ทำให้ลูกต้องมาเร่ร่อนหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ แต่ถ้าเทียบกับการต้องเจอผู้ชายคนนั้น... การใช้ชีวิตแบบนี้ยังปลอดภัยเสียกว่า
“อีกนิดเดียวนะคะคนเก่ง เดี๋ยวเราจะได้ขึ้นรถคันใหญ่ไปหาคุณยายกันแล้วนะ” เธอโกหกลูกน้อยคำโต เพื่อให้เด็กชายมีความหวังและอดทนไปกับเธอ
แต่ทว่า... โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เสียงยางรถยนต์เบรกกะทันหันจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดลั่นสนั่นลานจอดรถด้านนอก ตามด้วยเสียงประตูรถกระแทกปิดอย่างแรงและฝีเท้าอันคุ้นเคยที่ดังสะท้อนก้องเข้ามาในอาคารผู้โดยสาร
รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเงาสูงตระหง่านที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับตาปรากฏขึ้นที่ทางเข้าชานชาลา
คินน์กวาดสายตาดุจเหยี่ยวไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางซึ่งยืนบังเด็กชายตัวน้อยไว้มิดชิด แววตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหา และความสำนึกผิดที่ล้นทะลัก จนแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง
“เจอตัวสักทีนะ... ริน”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันทรงพลังพอที่จะทำให้ขาของรินรดาก้าวไม่ออก เธอยืนสั่นเทา กอดลูกชายแน่นขึ้นราวกับเกราะป้องกันสุดท้าย
ขณะที่คินน์กำลังก้าวย่างเข้ามาใกล้ทุกที ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้เด็กชายในอ้อมแขนของรินรดาเงยหน้าขึ้นมองชายแปลกหน้าผู้มาใหม่ด้วยความสงสัย เด็กน้อยเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะเปล่งเสียงใสซื่อที่ทำให้ทั้งคินน์และรินรดาต้องหยุดชะงักลมหายใจ
“หม่ามี๊ฮะ... ทำไมคุณลุงคนนั้นหน้าตาเหมือนหนูเลยล่ะฮะ?”
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ชฎาพรายไวน์แดง
หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 24
ความเข้าใจผิดที่รุนแรง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!