กลิ่นอายของแอลกอฮอล์ราคาแพงผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายกลิ่นมัสก์อันคุ้นเคย ลอยอบอวลอยู่เต็มพื้นที่ห้องชุดส่วนตัว ความมืดสลัวยามค่ำคืนมีเพียงแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าภายนอกที่สาดส่องเข้ามา
รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้เคยเป็นเจ้าของลมหายใจของเธอ คินน์ อัครเดโช ในยามนี้ไม่ได้หลงเหลือมาDของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเยือกเย็นอีกต่อไป ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความดูแคลน บัดนี้กลับแดงก่ำ ไร้ซึ่งการป้องกัน และเต็มไปด้วยร่องรอยของความแตกสลายที่เขาพยายามกลบเกลื่อนมาตลอดหลายเดือน
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเฉียบคมและบาดลึกหัวใจ กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ คินน์ก้าวเข้ามาประชิดร่างบางอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าหากเขาขยับเร็วกว่านี้ ภาพตรงหน้าจะสลายหายไปเหมือนควันไฟ ปลายนายนิ้วแกร่งที่สั่นเทายื่นออกไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอไผลไปว่าพวกเขายังคงเป็นสามีภรรยาที่นอนร่วมเตียงเดียวกัน
รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อผิวเนื้อของเขาแนบชิด ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการเยียวยาและสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้อง กลับสั่นคลอนอย่างง่ายดายเพียงแค่สัมผัสจากเขา
"อย่าทำแบบนี้ค่ะคุณคินน์... ปล่อยริน" เธอพยายามเบือนหน้าหนีและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้แข็งกระด้างที่สุด แต่ทว่าเรียวแรงที่มีกลับเลือนหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาไล้ลงมาตามกรอบหน้า แตะเบาๆ ที่ริมฝีปากที่เธอกัดกลั้นความรู้สึกมาเนิ่นนาน
"ผมเจ็บ... รินรู้ไหม ว่าผมทรมานแค่ไหนตั้งแต่ไม่มีคุณ"
คำสารภาพผิดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจของคนฟัง รินรดาชะงักงัน ดวงตากลมโตไหวระริกยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมที่ฉายแววสำนึกผิดอย่างแท้จริง มันไม่ใช่การแสดง มันคือความเปราะบางของผู้ชายที่พ่ายแพ้ต่อความหยิ่งผยองของตัวเองอย่างราบคาบ
ความมึนเมาของเขาผสมผสานกับความโหยหาที่อัดอั้นมานาน ทำให้คินน์หมดสิ้นความอดกลั้น ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนกลีบปากนุ่มของเธอทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
จุมพิตนั้นไม่ใช่ความรุนแรงหรือการบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต หากแต่เต็มไปด้วยความเว้าวอน โหยหา และเจ็บปวดร้าวลึก รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่รสสัมผัสที่คุ้นเคยจะค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความรู้สึก ต่อต้านไม่อยู่ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกลิ่นไวน์จางๆ ทำให้สติของเธอพร่าเลือน ความอบอุ่นจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดร่างเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปในอากาศธาตุ ทำให้หัวใจที่ด้านชาเริ่มหลอมละลายลงทีละน้อย
มือบางที่ตั้งใจจะผลักไส กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก รสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ห้องทั้งห้องราวกับหมุนเคว้ง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบาง ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่เคยถูกดับลงให้โหมกระพือขึ้นมาอีกครั้งอย่างยากจะควบคุม
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกันท่ามกลางความเงียบ คินน์ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ สร้างความเสียวซ่านจนรินรดาต้องแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความโหยหาที่มีต่อกันและกันตลอดหลายเดือนระเบิดออกมาเป็นความเร่าร้อนบนโซฟาตัวใหญ่ สัมผัสที่ลูบไล้เรือนร่างอย่างทะนุถนอมแต่เต็มไปด้วยความกระหายหิว ทำให้เสื้อผ้าทีละชิ้นร่วงหล่นลงพื้น
ผิวเนื้อที่แนบชิดกันอย่างไร้สิ่งกีดขวางส่งผ่านความร้อนรุ่มจนแทบหลอมละลาย รินรดากรีดร้องแผ่วเบาอยู่ในลำคอ เมื่อร่างสูงรุกรานเข้ามาอย่างลึกซึ้งและเป็นเจ้า1ในทุกตารางนิ้ว ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนุ่มนวลแต่เร่าร้อน ดึงดูดให้ทั้งคู่ดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งอารมณ์เสน่หาที่ไม่ได้สัมผัสนานนับปี เสียงครางทุ้มต่ำที่กระซิบคำว่า "ขอโทษ" และ "รัก" ซ้ำแล้วซ้ำเล่าข้างใบหู ทำให้ขอบตาของรินรดาร้อนผ่าว หยาดน้ำใสไหลรินลงมาข้างขมับท่ามกลางความสุขสมที่เอ่อล้นทะลัก
ร่างทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้บทเพลงรักที่ขับเคลื่อนด้วยความเจ็บปวดและการไถ่บาป คินน์ปรนเปรอความสุขให้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการชดเชยเวลาทั้งหมดที่เขาเคยทำร้ายจิตใจเธอ รินรดาปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามกระแสอารมณ์ ยอมพ่ายแพ้ต่อความอ่อนโยนและเร่าร้อนของเขาอย่างหมดหัวใจ ณ ค่ำคืนนี้ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองดูเหมือนจะพังทลายลงราบคาบ
...
แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง รินรดากระพริบตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง ดวงตากลมโตมองเพดานด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความทรงจำอันร้อนแรงเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัว ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำด้วยความสับสน
เธอยังคงใจอ่อน... เธอยอมให้เขากลืนกินหัวใจและร่างกายไปอีกครั้งเพียงเพราะคำว่ารักและหยาดน้ำตาของผู้ชายคนนั้น
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด ขยับตัวลุกขึ้นด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ปลุกร่างสูงที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างกาย ใบหน้ายามหลับใหลของคินน์ดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ริ้วรอยความเครียดจางหายไป เหลือเพียงความหล่อเหลาที่เคยทำให้เธอหลงรักตั้งแต่แรกพบ
มือบางเอื้อมไปหยิบเสื้อผ้าของตนเองขึ้นมาสวมใส่อย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก การที่เธอใจอ่อนให้เขาเมื่อคืน มันเป็นเพียง "ชั่ววูบ" ของความอ่อนแอ... เธอลืมไปแล้วหรือว่าผู้ชายคนนี้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดีแค่ไหน? เธอยังมีความลับที่สำคัญยิ่งกว่าซ่อนอยู่ ความลับที่คินน์ไม่มีวันได้รู้เด็ดขาด
รินรดากัดริมฝีปากแน่น สะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า เธอก้าวเดินไปหยิบกระเป๋าและเตรียมจะเดินออกจากห้องชุดนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
กริ๊ง... เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาระงับฝีเท้าที่กำลังจะก้าวไปที่ประตูด้วยความตกใจ ขณะที่คินน์บนเตียงเริ่มขยับตัวตื่นเพราะเสียงรบกวน
รินรดาหันไปมองหน้าประตูอย่างลังเล ก่อนตัดสินใจเอื้อมมือไปบิดกลอนเปิดประตูออกเพียงลำพัง เพื่อดูว่าใครคือแขกยามเช้าที่ไม่ได้รับเชิญ
ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาเลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบจนแทบหยุดหายใจ เมื่อร่างเล็กของเด็กชายวัยสามขวบหน้าตาน่ารักถอดแบบพิมพ์เดียวกับคินน์ไม่มีผิดเพี้ยน ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ในอ้อมกอดของพี่เลี้ยง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอดับวูบลงตรงนั้น
"คุณแม่คะ... ทำไมคุณปะป๋าถึงมาอยู่ในห้องนี้ล่ะคะ?"
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอกลีบกุหลาบอาบน้ำตาฉบับ "ชฎาพรายไวน์แดง" ค่ะ
หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 18
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!