หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 19

ผลตรวจที่เปลี่ยนชีวิต

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กระดาษแผ่นเล็กๆ ในซองสีขาวนวลที่ถูกฉีกออกอย่างไม่ประณีตนัก กำลังสั่นเทาอยู่ปลายนิ้วของคินน์ อัครเดโช ประธานหนุ่มผู้เคยเชื่อมั่นในตรรกะและเหตุผลเหนือสิ่งอื่นใด โลกทั้งใบที่หมุนวนด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจของเขากำลังหยุดชะงักลง ราวกับมีใครดึงปลั๊กไฟแห่งความเป็นจริงออกไปดื้อๆ ตัวหนังสือสีดำสนิทบนแผ่นกระดาษรายงานผลตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA) ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมึกพิมพ์ หากแต่มันคือค้อนเหล็กขนาดมหึมาที่ทุบลงกลางใจเขาจนแหลละเอียด รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลังความเงียบงันนั้น ร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มไม่ได้สั่นเทาเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น แววตาของเธอสงบนิ่งและลึกล้ำราวกับผืนน้ำในคืนเดือนมืด ไม่มีคราบน้ำตาแห่งความหวาดกลัว ไม่มีร่องรอยของการจำนน มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของมารดาผู้พร้อมจะแลกด้วยลมหายใจเพื่อปกป้องดวงใจของเธอ "คุณ... กำลังเล่นตลกอะไรกับผมริน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ คินน์เงยหน้าขึ้นจากกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองโลกด้วยความเหยียดหยาม แดงก่ำด้วยระลอกคลื่นแห่งความสับสนและตื่นตระหนก "เด็กคนนี้... ลูกของผมอย่างนั้นเหรอ?" "คุณอ่านภาษาไทยไม่ออกหรือไงคะ, คุณคินน์" รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังยิ่งกว่าการกรีดด้วยมีด "เปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าความจริงใจที่คุณเคยมีให้ฉันในอดีตเสียอีก" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ของชายหนุ่มเต็มแรง คินน์จำนนต่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้ สายตาของเขาค่อยๆ เบนกลับไปมองร่างเล็กของเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ข้างโซฟา ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะมุมปากที่มักจะยกยิ้มขึ้นข้างหนึ่งเวลาขัดใจ—มันคือพิมพ์เดียวกับเขาราวกับถอดแบบออกมาจากกระจกเงา ทำไมเขาถึงโง่เขลาถึงเพียงนี้ ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าตั้งนานแล้ว ภาพความทรงจำในคืนวันวานอันโหดร้ายไหลย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ วันที่เขาผลักไสเธอออกจากชีวิต วันที่เขาปรามาสว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงทะเยอทะยาน และวันนั้น... โดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า ร่างกายที่สั่นเทาด้วยความเสียใจในอ้อมกอดของเขาไม่ได้แบกรับแค่ความช้ำ The Broken Heart แต่เธอยังแบกรับ 'อีกหนึ่งชีวิต' ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองเอาไว้ด้วย "ริน..." คินน์ก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาขยับแรงเกินไป มือหนาที่เคยหยิบจับแต่ปากกาเซ็นเช็คสبرมูลค่ามหาศาล บัดนี้กลับสั่นเทาเมื่อยื่นออกไปหมายจะแตะต้องเรียวแขนของอดีตภรรยา "ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกฉัน ทำไมถึงเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว ปล่อยให้ฉัน..." "ปล่อยให้คุณทำร้ายเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนั้นเหรอคะ?" รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ปฏิเสธสัมผัสจากเขาอย่างเยือกเย็น สายตาของเธอสะท้อนความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน "ในวันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ ในวันที่ฉันบอกว่าฉันไม่เหลือใคร คุณเลือกที่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันและขับไล่ฉันออกจากตระกูลอัครเดโชราวกับหมูเหมือนหมา คุณบอกว่าเด็กคนนี้จะเป็นตราบาป เป็นเครื่องมือเกาะกินคุณ... แล้ววันนี้ คุณยังมีหน้ามาถามหาเหตุผลจากฉันอีกหรือคะ?" ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ทำให้คินน์โกรธเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสำนึกผิดมหาศาลที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาตระหนักแล้วในวินาทีนี้ว่า ความเย่อหยิ่งของตนเองคืออาวุธที่ย้อนกลับมาแทงตัวเขาเองอย่างสาสมที่สุด ความสูญเสียที่เขาคิดว่าเขาควบคุมได้ แท้จริงแล้วมันคือการสูญเสียเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันเรียกคืน "ปะป๋าขา..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบอันอึดอัด น้องข้าวกล้องเดินเตาะแตะเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแปลกหน้า ดวงตาใสซื่อคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความสงสัยตามประสาเด็ก มือเล็กๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อสูทของคินน์เบาๆ "ทำไมคุณปะป๋าถึงร้องไห้ล่ะคะ... หน้าตาเหมือนข้าวกล้องตอนโดนแม่รินดุเลย" คำว่า 'ปะป๋า' ที่หลุดออกมาจากปากเด็กน้อย ทำให้หัวใจของคินน์กระตุกวูบ น้ำลูกชายลูกผู้ชายที่กลั้นมานานหยดแหมะลงบนหลังมือของเด็กชาย คินน์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมตรงหน้าลูกชายโดยไม่สนใจมาดของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ สายตาที่มองเด็กน้อยเต็มไปด้วยความรัก ความโหยหา และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนล้นปรี่ "ข้าวกล้อง..." คินน์เรียกชื่อลูกชายด้วยเสียงที่สั่นเครือ มือหนายื่นออกไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของเด็กชายอย่างแผ่วเบa ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไปภาพนี้จะสลายหายไป เด็กน้อยเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะใช้มือป้อมๆ ของตัวเองเกลี่ยน้ำตาที่แก้มให้คินน์อย่างเดียงสา "คุณปะป๋าอย่าร้องไห้นะคะ เดี๋ยวแม่รินจะดุเอา... ข้าวกล้องเป็นเด็กดีนะ ไม่ดื้อเลย" ภาพความอบอุ่นที่ไร้เดียงสาของลูกชาย ยิ่งตอกย้ำให้รินรดารู้สึกใจหาย เธอยืนมองสองพ่อลูกที่หน้าตาถอดแบบกันมาเป๊ะ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอที่เกือบจะทะลักออกมา เธอไม่อ่อนข้อให้เขาเด็ดขาด ความเจ็บปวดที่ผ่านมาสอนให้เธอรู้ว่า เปลือกนอกที่แข็งกระด้างของคินน์ อัครเดโช อาจจะละลายด้วยความน่ารักของลูกชาย แต่เธอยังไม่พร้อมจะยกหัวใจให้เขาเหยียบย่ำเป็นครั้งที่สอง "พอเถอะค่ะ ข้าวกล้อง ไปหาแม่ค่ะลูก" รินรดาก้าวเข้าไปอุ้มลูกชายขึ้นแนบอกทันที ป้องกันไม่ให้คินน์เข้าใกล้เด็กน้อยไปมากกว่านี้ สายตาคมปลาบของเธอมองตรงไปยังอดีตสามี "คุณรู้ความจริงแล้ว... และเราก็ได้ทำตามหน้าที่พิสูจน์ทุกอย่างตามที่คุณต้องการแล้ว" "ริน... ผมขอโอกาส" คินน์ลุกขึ้นยืนตาม รีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอนที่คนรอบข้างไม่มีวันได้เห็นจากประธานหนุ่มคนนี้ "ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ชดใช้... ชดใช้ทุกสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดไป ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ดูแลครอบครัวของเราเถอะนะ" รินรดายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและท้าทาย "ครอบครัวของเราอย่างนั้นเหรอคะ? น่าเสียดายนะคะคุณคินน์... คำๆ นั้น มันหมดอายุการใช้งานไปตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแล้วค่ะ" เธอหมุนตัวเตรียมอุ้มลูกชายเดินเลี่ยงไปยังประตูทางออก โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อ คินน์ยืนนิ่งงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรเลย แต่จะให้เขายอมปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้และลูกชายสายเลือดของตัวเองไปอย่างนั้นหรือ... ไม่มีวันเสียหรอก! ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระแทกอย่างแรงจากบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาในห้องชุดวีไอพีแห่งนี้อย่างถือวิสาสะ ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาดุดันก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง พร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำอีกหลายนายที่ปิดล้อมทางออกไว้จนหมดสิ้น รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ "คิดจะพาหลานฉันหนีไปไหน รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก "ในเมื่อผลตรวจ DNA มันยืนยันชัดเจนแล้วว่าเด็กคนนี้คือทายาทสายตรงคนเดียวของตระกูลอัครเดโช... แกไม่มีสิทธิ์พาเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไปไหนทั้งนั้น!" ชฎาพรายไวน์แดง (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะคะ)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%