กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองพิเศษยังไม่น่ากลัวเท่าอุณหภูมิความกดดันในแววตาของคินน์ อัครเดโช ที่กำลังทอดมองลงมายังร่างของรินรดา ร่างบางก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ สองมือเรียวรีบโอบกอดร่างป้อมของเด็กชายวัยสามขวบเศษเข้าแนบอกแน่น ราวกับจะใช้ร่างกายของตนเองเป็นเกราะกำบังจากพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำ
"คิดจะพาหลานฉันหนีไปไหน รินรดา..."
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก แววตาคมกริบไม่ได้ทอดมองที่ตัวอดีภรรยา หากแต่กวาดมองสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายในอ้อมแขนนั้นอย่างพิจารณา ทุกสัดส่วน ทุกรายละเอียดบนดวงหน้านั้นช่างถอดพิมพ์มาจากตัวเขาราวกับส่องกระจกเงา
"ในเมื่อผลตรวจ DNA มันยืนยันชัดเจนแล้วว่าเด็กคนนี้คือทายาทสายตรงคนเดียวของตระกูลอัครเดโช... แกไม่มีสิทธิ์พาเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไปไหนทั้งนั้น!"
"ปล่อยฉันนะคะคุณคินน์!" รินรดากัดฟันกรอด น้ำเสียงสั่นระรื่นด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน "เด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน! ฉันอุ้มท้อง เลี้ยงดู และปกป้องเขามาด้วยชีวิต ในวันที่คุณบอกว่าเขาเป็นแค่เด็กไม่มีพ่อ คุณเขี่ยเราสองคนทิ้งเหมือนเศษกระดาษ แล้วตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถาม!"
"สิทธิ์ความเป็นพ่อไง!" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเย็นชาบัดนี้สั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ไว้ ดวงตาคมกริบแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความสำนึกผิดมหาศาลที่กัดกินขั้วหัวใจเมื่อนึกถึงหยดน้ำตาและรอยแผลเป็นในอดีตที่เขาเป็นคนฝากไว้
"พ่อเหรอคะ..." รินรดาหัวเราะทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงทรวงใน "คำนี้มันราคาถูกเกินไปสำหรับคนอย่างคุณค่ะคุณคินน์ วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้าน วันที่คุณเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารผลตรวจครรภ์ที่คุณเข้าใจผิด... คุณเลือกเองไม่ใช่เหรอคะว่าไม่อยากมีครอบครัวนี้!"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ เจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนของรินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความหวาดกลัวต่อเสียงที่ดังขึ้น ก่อนที่มือเล็กๆ จะยกขึ้นแตะแก้มสากของมารดาเบาๆ แล้วหันไปมองหน้าชายแปลกหน้าที่ยืนค้ำหัวอยู่
"หม่าม้า... คนนี้ใครเหรอฮะ ดุจัง" เสียงใสแจ๋วของน้อง "รันน์" หรือ เด็กชายรวินทร์ อัครเดโช ดังขึ้น ทำลายความตึงเครียดลงเสี้ยววินาที
หัวใจของคินน์กระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางอกเมื่อได้ยินเสียงเรียกนั้น สายตาของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงอย่างน่าใจหาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยดน้ำตาที่พยายามเอ่อล้น ชายหนุ่มค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กน้อย พยายามคลี่iยิ้มที่ดูเก้กังที่สุดในชีวิตออกมา
"หนูชื่อรันน์เหรอครับ..." คินน์เอ่ยเสียงนุ่มอย่างที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อนในชีวิต มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นออกไปหมายจะสัมผัสแก้มนุ่มนิ่ม แต่รินรดากลับรีบเบี่ยงตัวหลบด้วยความระแวง
"อย่ามาแตะลูกฉัน!"
"ริน... ขอร้องล่ะ" คินน์เงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา แววตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งในอวันวาน บัดนี้เหลือเพียงความเวทนาและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพชตัวเอง "ฉันรู้ว่าฉันเลว ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันไม่อาจชดใช้ได้ด้วยคำขอโทษ... แต่ให้โอกาสฉันได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ ให้ฉันได้ดูแลพวกเธอ สัญญาณชีพของฉันมันพังทลายตั้งแต่วันที่ไม่มีเธอ... ได้โปรด ให้โอกาสพ่อคนนี้ได้กอดลูกชายตัวเองสักครั้งเถอะนะริน"
คำว่า "พ่อคนนี้" จากปากผู้ชายที่เคยประกาศกร้าวว่าเกลียดชังเด็กคนนี้ ทำเอารินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอแทบไม่ไหว ภาพความหลังอันแสนเจ็บปวดไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ วันที่เธอต้องเผชิญความโดดเดี่ยว วันที่คลอดลูกโดยไม่มีใครเคียงข้าง ความทรมานที่เขาเป็นคนมอบให้... มันไม่ง่ายเลยที่จะลบเลือนด้วยคำขอร้องเพียงไม่กี่คำ
"สายไปแล้วค่ะคุณคินน์" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความแข็งแกร่งที่เธอสั่งสมมาตลอดสามปีถูกดึงมาใช้เป็นเกราะป้องกันหัวใจอีกครั้ง "สามปีที่ผ่านมา รันน์มีแค่ฉัน... เราสองคนแม่ลูกอยู่ได้โดยไม่มีคุณ และต่อจากนี้ไป เราก็ไม่ต้องการความสงสารหรือการไถ่บาปใดๆ จากคุณทั้งสิ้น!"
พูดจบ รินรดาก็อุ้มลูกน้อยพุ่งตัวหลีกทางเพื่อจะเดินออกไปจากห้อง แต่คินน์ไว,กว่า เขารีบก้าวเข้าไปขวาง พร้อมกับคุกเข่าลงต่อหน้าเธอกลางห้องรับรองพิเศษนั้นอย่างไม่นโยบายรักษาภาพลักษณ์ของประธานบริษัทมูลค่าแสนล้าน ท่ามกลางสายตาของเลขาและบอดี้การ์ดที่ยืนอึ้งค้าง
"ถ้าการชดใช้มันต้องแลกด้วยชีวิตของฉัน... ฉันก็ยอม,ริน" คินน์คว้าชายเสื้อของเธอไว้ น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในปฐพีไหลร่วงลงมาอาบแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน "ฉันจะไม่ยอมให้เธอพาลูกหนีฉันไปไหนอีกแล้ว... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คินน์ อัครเดโช คนนี้ จะยอมเป็น 'โบ้' ที่ซื่อสัตย์ที่สุด คลั่งรักเธอและลูกที่สุด ยอมให้เธอโขกสับทรมานยังไงก็ได้ ขอแค่เธอให้อภัย..."
รินรดายืนนิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อก้มลงสบตากับอดี สามีที่ยอมลดตัวลงต่ำถึงเพียงนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้กำลังกร่อนตัวลงช้าๆ
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังครอบคลุมความลังเลใจของคนทั้งคู่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คินน์ขมวดคิ้วอย่างขัดใจแต่จำต้องควิบหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ
เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบนหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าของประธานหนุ่มที่กำลังอ่อนโยนเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด แววตาดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดทันที มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
"คุณคินน์คะ..." เสียงปลายสายดังเล็ดลอดออกมาเบาๆ แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้รินรดายืนตัวแข็งทื่อ
"เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คุณแม่ท่านทราบเรื่องผลตรวจ DNA และเรื่องที่คุณตามหาคุณรินรดาแล้ว ตอนนี้ท่านกำลังส่งคนไปที่นั่น... และ... และท่านกำลังจะพาตัว 'เด็กอีกคน' ไปซ่อนค่ะ!"
คินน์เบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก เขารีบหันขวับกลับมามองหน้าอดีตภรรยาที่ตอนนี้ใบหน้าถอดสีไม่แพ้กัน ความลับที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้กำลังจะพังทลายลงในพริบตา!
"เด็ก... อีกคน... หมายความว่ายังไงริน?" คินน์หันมาเค้นถามเสียงสั่นระรื่น หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า... ลูกของเขากับรินรดา อาจจะไม่ใช่แค่คนเดียว!
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดราม่าขéมปร่าและคลั่งรักขั้นสุดของอีตาคินน์ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - ชฎาพรายไวน์แดง
หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 20
อดีตสามีกลายเป็น 'โบ้'
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!