หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 27

โอกาสครั้งสุดท้าย

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกวางลงบนกระจกโต๊ะทำงานราคาแพงอย่างไม่ไยดี เสียงทึบหนักนั้นก้องกังวานบาดลึกในความเงียบงันของห้องสูทเพนต์เฮาส์หรูหราที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนราวกับทะเลดาว คินน์ อัครเดโช ถอดนาฬิกาเรือนหรูข้อมือออก วางเคียงไว้กับตราประทับและปากกาหมึกซึมประจำตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร—ตำแหน่งที่เขาเคยแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ศักดิ์ศรี และความเย็นชาไร้หัวใจ... ตำแหน่งที่เขาเพิ่งจรดปากกาเซ็น "สละสิทธิ์" ทั้งหมดอย่างไม่ลังเลเมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้ "คุณทำบ้าอะไรลงไปคะ คุณคินน์" เสียงหวานทุ้งที่ติดจะสั่นพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากริมห้อง รินรดายืนกอดอกพิงขอบประตูห้องนั่งเล่น ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ร่องรอยความเจ็บปวด บัดนี้ฉายแววระคนแปลกใจและไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน เธอมองอดีตสามีด้วยความรู้สึกซับซ้อน ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี กำลังยืนอยู่ตรงนั้นในเสื้อเชิ้ตพับแขนอย่างไร้มาดนักบริหารผู้ทรงอิทธิพล คินน์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและมองคนอื่นจากเบื้องสูง บัดนี้มีเพียงความอ่อนล้าและความเวิ้งว้างที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้กรอบสายตาที่ทอดมองเธอ... และเด็กชายตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาตัวยาว "ผมไม่ได้ทำบ้า... ริน" คินน์เอ่ยเสียงแหบพร่า ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเธอราวกับกลัวว่าผู้หญิงตรงหน้าจะสลายหายไปหากเขาขยับเร็วเกินไป "ผมแค่กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง... เป็นครั้งแรกในชีวิต" "ถูกต้องงั้นเหรอคะ?" รินรดาย้อนถาม มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างเจ็บปวด "การที่คุณทิ้งอาณาจักรที่คุณสร้างมากับมือ ทิ้งอำนาจที่ใครๆ ก็ก้มหัวให้ เพื่อมา... เพื่อมาทำอะไรแบบนี้เนี่ยนะ คุณคิดว่ามันจะลบความผิดที่คุณเคยทำไว้กับฉันกับลูกได้หรือไงคะ?" "ผมไม่ได้คิดว่ามันจะลบล้างอะไรได้ทั้งหมด..." คินน์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างน่ารังเกียจ "แต่ผมรู้ว่า... ถ้าผมยังเป็นประธานบริษัทที่ต้องบินไปต่างประเทศทุกสัปดาห์ ต้องเอาชีวิตไปผูกติดกับผลกำไรและความมั่งคั่ง ผมก็จะไม่มีวันได้เห็นรอยยิ้มแรกของลูก ไม่มีวันได้ยินเสียงเขาเรียกปะป๊า และไม่มีวันได้กอดผู้หญิงที่เป็นลมหายใจของผมไว้ได้อีก" คำพูดนั้นหนักหน่วงราวกับก้อนหินที่ทุ่มลงกลางใจ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว หัวใจดวงน้อยที่พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะเพื่อปกป้องตัวเองและลูกน้อย กำลังถูกความจริงใจที่บ้าบิ่นนี้แผดเผาจนเริ่มละลาย เธอยังจำวันที่เธออุ้มท้องโตๆ หนีออกจากบ้านหลังนั้นได้ วันที่ฝนตกกระหน่ำและหัวใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ วันที่คินน์เลือกงานประชุมสำคัญมากกว่าจะเหลียวแลว่าภรรยาของเขาจะมีชีวิตรอดไปถึงโรงพยาบาลหรือไม่ แผลเป็นในใจไม่ได้จางหายไปง่ายๆ แค่เพราะอีกฝ่ายยอมทิ้งบัลลังก์ "คุณไม่ได้เป็นหนี้ฉัน... และไม่ได้เป็นหนี้ลูกด้วยค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "สิ่งที่ฉันต้องการ ไม่ใช่การที่คุณมาลดตัวลงมาเป็นคนธรรมดา หรือมาเรียกร้องความสงสารจากเรา แม่ลูกคู่นี้... อยู่ได้โดยไม่มีคุณ และเคยชินกับการไม่มีคุณมานานแล้วด้วยซ้ำ" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "นั่นแหละคือบทลงโทษที่สาสมที่สุด... ริน คุณสอนผมให้รู้ซึ้งถึงความหมายของการมีค่าเท่ากับศูนย์ ในวันที่ผมเคยมีทุกอย่าง" เขาสบตากับเธออย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเบนสายตาเลยไปยังร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟา น้องรวิน ลูกชายที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากคินน์ทุกกระเบียดนิ้ว ดวงหน้านั้น คิ้วเข้มรูปดาบนั้น และแม้กระทั่งท่านอนตะแคงกอดตุ๊กตากระต่ายตัวโปรด คินน์เดินเลี่ยงผ่านรินรดาไปอย่างเงียบเชียบ เขาทรุดกายลงนั่งคุกเข่าลงข้างโซฟาอย่างระมัดระวัง ฝ่ามือใหญ่หนาที่เคยถือปากกาเซ็นเชอร์มูลค่าหลายร้อยล้าน เอื้อมออกไปแตะปอยผมหยักศกของลูกชายอย่างทะนุถนอมที่สุด หยาดน้ำใสๆ ไหลรินลงมาจากดวงตาคมเข้มของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใคร ไหล่กว้างไหวสะท้านน้อยๆ ยามที่เขาโน้มใบหน้าลงจูบหน้าผากมนของเลือดเนื้อเชื้อไขด้วยความรักที่ล้นปรี่จนเจ็บปวด รินรดายืนมองภาพนั้นจากด้านหลัง ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ภาพของพ่อลูกที่เคยเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ บัดนี้กำลังกลายเป็นความจริงตรงหน้า—ความจริงที่เธอหวาดกลัวที่สุด เพราะเธอกลัวเหลือเกินว่า หัวใจเจ้ากรรมจะยอมให้อภัยเขาอีกครั้ง "ผมขอเวลาแค่นี้... ริน" คินน์หันกลับมามองเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความวิงวอนที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "ไม่ต้องรักผมเหมือนเดิมก็ได้... แค่อย่าไล่ผมไปไหน ให้ผมได้เรียนรู้การเป็นพ่อ เป็นคนข้างกายที่เธอไว้ใจ... ให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้ได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้งนะคะ" สรรพนามและน้ำเสียงที่อ่อนลงจนแทบอ้อนวอน ทำให้รินรดานิ่งงันไป ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นอายความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ กำลังทำให้กำแพงทิฐิพังทลายลงทีละน้อย เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่าง เพื่อผ่อนปรนหรือเพื่อปฏิเสธให้เด็ดขาด ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบงันและบรรยากาศเปราะบางภายในห้องลงทันที รินรดากะพริบตาปริบๆ หันไปมองทางประตูด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเวลานี้ดึกมากแล้ว และไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวแห่งนี้ นอกจากเลขาคนสนิทของคินน์ คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมฉายแววระแวดระวัง เขาก้าวเดินไปที่ประตูช้าๆ มือหนาบิดลูกบิดเปิดออกครึ่งหนึ่ง เพื่อดูว่าแขกยามวิกาลคือใคร ทว่า... ทันทีที่ประตูกว้างขึ้น ร่างของบุคคลผู้มาเยือนก็ก้าวพรวดเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้อินวิเตชัน พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ที่ถูกโยนลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างแรง "อย่าเพิ่งใจอ่อนกับมัน รินรดา!" เสียงแหลมสูงคุ้นหูตวัดกร้าวขึ้น พร้อมกับใบหน้าของคนที่รินรดาไม่คาดคิดว่าจะกล้าเหยียบย่ำเข้ามาที่นี่ "เพราะสิ่งที่ผู้ชายสารเลวคนนี้ปกปิดไว้... มันใหญ่กว่าการลาออกจากตำแหน่งกระจอกๆ พวกนี้หลายร้อยเท่า!" รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดเจน ขณะที่คินน์หน้าถอดสี กรามขบเข้าหากันจนนูนเด่นเมื่อหันไปสบตากับผู้มาเยือน และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากห้าม ซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นก็ถูกสะบัดเปิดออก... ภาพถ่ายปึกใหญ่ร่วงหล่นกระจายเกลื่อนบนโต๊ะกระจก—ภาพถ่ายที่เปิดเผยความลับมืดดำ ซึ่งคินน์พยายามปกปิดมันด้วยชีวิต และมันกำลังจะทำลายความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มประสานกันให้พังครืนลงในพริบตา! -------------------------------------------------- ชฎาพรายไวน์แดงหวังว่านักอ่านทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับรินรดาในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%