หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 22

ปกป้องครอบครัว

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องรับรองระดับวีไอพีดูจะเบาบางลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความหนาแน่นของออกซิเจนที่ดูเหมือนจะหมดสิ้นไปจากปอดของคินน์ อัครเดโช ในวินาทีนั้น ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันและเย่อหยิ่งเสมอมา บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สะท้อนภาพของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่เบื้องหน้า ร่างเล็กป้อมในชุดเสื้อยืดลายซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้ล่วงรู้เลยสักนิดว่า โลกทั้งใบของผู้ชายตัวโตตรงหน้ากำลังพังทลายลงและประกอบขึ้นใหม่ด้วยรูปทรงของเขา เงาสะท้อนในกระจกเงาแห่งกาลเวลา... นั่นคือสิ่งที่คินน์กำลังมองเห็น "คุณน้า... มองหน้าตี้ทำไมฮะ หน้าตี้มีอะไรติดอยู่เหรอ" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดาแทบจะหยุดหายใจ หัวใจของเธอกระหน่ำรัวรากลองศึก ร่างบางพุ่งเข้าไปดึงตัวบุตรชายเข้าสู่อ้อมอกอย่างรวดเร็วราวกับสัญชาตญาณของการปกป้อง สองมือสั่นเทาโอบกอดร่างเล็กไว้แนบอก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเข้มแข็งยามเผชิญหน้ากับเขา บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ กลัว... กลัวว่าความลับที่เธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องตลอดหลายปีจะถูกกระชากออกไปในพริบตา "ตี้... มาหาแม่ค่ะ อย่าไปยืนตรงนั้น" เสียงของรินรดาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน คินน์ไม่ได้ขยับเขยื้อn เขายังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม ปลายนิ้วมือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สมองที่เคยประมวลผลธุรกิจมูลค่ามหาศาลได้อย่างเฉียบคม กลับว่างเปล่าและขาวโพลน มีเพียงภาพใบหน้าจิ้มลิ้มแต่ทว่ามีโครงสร้างรูปหน้า คิ้วเข้ม และดวงตาคู่คมกริบถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับเทปที่ถูกกดรีเพลย์ เด็กคนนี้... อายุเท่าไหร่? คำถามนั้นผุดขึ้นมาในหัว และเมื่อคำนวณย้อนกลับไปถึงวันที่เธอหายตัวไปจากชีวิตของเขา วันที่เขาเคยใจร้ายผลไสไล่ส่งเธออย่างไร้เยื่อใย ตัวเลขในใจก็ตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีดลงกลางใจ 4 ปี... เด็กชายคนนี้อายุราวๆ สี่ขวบ "ริน..." เสียงเรียกที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนาแหบแห้งและสั่นเทา คินน์ก้าวเท้าเข้ามาหาอดีตภรรยาและเด็กชายช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังเข้าใกล้เหยื่ออันล้ำค่า แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ รินรดาถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ สองแขนกระชับกอดร่างของลูกชายแน่นขึ้น ปลายจันจมูกของเธอรั้นขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมากลบความกลัว "ถอยไปนะคินน์! อย่าเข้ามาใกล้ลูกฉัน!" สรรพนามที่เปลี่ยนไป และคำประกาศกร้าวที่แสดงความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ทำให้หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบ คินน์หยุดยืนห่างจากพวกเขาสองแม่ลูกเพียงไม่กี่ก้าว เขากวาดสายตามองรินรดาที่กำลังยืนหยัดปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ เปราะบาง และยอมจำนนต่อเขาเสมอ บัดนี้กลับกล.ายร่างเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องลูกน้อย "ริน... เด็กคนนี้..." คินน์พยายามเปล่งเสียงพูด ทว่าลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมเข้มแดงก่ำ "เขา... ลูกของ..." "ไม่ใช่!" รินรดาตะโกนแทรกขึ้นมาทันควัน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้นทะลักขอบตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจอดกลั้น เธอยกมือขึ้นปาดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่สะสมมานานแรมปี "อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะคินน์! ลูกของฉันไม่มีพ่อ! เขาเป็นลูกของฉันคนเดียว!" "แม่ฮะ..." เด็กชายตี้เงยหน้ามองมารดาด้วยความตกใจกับน้ำเสียงที่ดังผิดปกติ มือเล็กๆ ยกขึ้นแตะแก้มเปื้อนน้ำตาของแม่เบาๆ อย่างปลอบโยน "แม่ร้องไห้ทำไมฮะ คนใจร้ายคนนี้รังแกแม่เหรอ" คำว่า 'คนใจร้าย' จากปากเด็กชายตัวน้อย เปรียบเสมือนคมหอกนับพันเล่มที่พุ่งเข้าเสียบแทงหัวใจของคินน์จนพรุน เขาเจ็บปวด... เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตอนที่ถูกปฏิเสธทางธุรกิจ เสียยิ่งกว่าตอนที่สูญเสียทุกอย่าง เพราะนี่คือการสูญเสียสายเลือดของตัวเองโดยที่เขานั่นแหละที่เป็นคนผลักไสไล่ส่งมันไปตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก "ตี้ครับ... ไปกับแม่นะลูก" รินรดาไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวมันช่างหายใจไม่ออก เธอย่อตัวลงอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอก เตรียมจะหันหลังเดินหนีออกไปจากห้องนี้ทันที แต่ทว่า... ชายหนุ่มร่างสูงกลับขยับตัวเร็วกว่า คินน์ก้าวเข้ามาขวางประตูทางออกเอาไว้ ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างของสองแม่ลูกไว้อย่างมิดชิด เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาด้วยแววตาที่อ้อนวอนระคนเด็ดขาด "คุณจะไม่มีวันพาเลือดเนื้อเชื้อไขของผมไปไหนทั้งนั้น... ริน" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาไม่ได้มีโทนเสียงเย่อหยิ่งเย็นชาแบบที่เคยเป็นอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นและดุดันในแบบฉบับของ 'พ่อ' ที่เพิ่งค้นพบหน้าที่ของตนเอง รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านถึงขีดสุด เธอหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เป็นเสียงหัวเราะที่น่าเวทนาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก "เพิ่งมารู้สึกตัวตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยเหรอคะคุณคินน์? ตอนที่ฉันอุ้มท้อง ป่วยเจียนตาย ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล คุณอยู่ที่ไหน? ตอนที่ฉันคลอดลูกโดยไม่มีใครเหลียวแล คุณกำลังสนุกอยู่กับความสำเร็จบนกองเงินกองทองของคุณไม่ใช่เหรอ!" ถ้อยคำเชือดเฉือนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคินน์ ทุกคำพูดคือความจริงที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลย เขายอมรับความผิดบาปนั้นทั้งหมด ยอมรับว่าตัวเองโง่เง่าและใจร้ายแค่ไหนในอดีต "ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง ริน..." คินน์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ยื่นมือสั่นเทาออกหมายจะแตะแขนเรียว แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ "แต่เรื่องลูก... คุณไม่มีสิทธิ์พรากเขาไปจากผม" "ฉันมีสิทธิ์ทั้งหมด! เพราะฉันเป็นคนเลี้ยงดูเขามาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของตัวเองโดยที่คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตาแล!" รินรดาแผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานหลายปี ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ความโดดเดี่ยว และความหวาดกลัวพรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตา "ออกไปจากทางนี้เถอะค่ะคินน์ ถือว่าเห็นแก่ที่เราเคย... เคยมีความสัมพันธ์กัน ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ" ประโยคสุดท้ายของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ คินน์มองภาพหญิงสาวที่เคยบอบบางในอ้อมแขนของเขา บัดนี้กลับต้องกลายมาเป็นเกราะกำบังอันแข็ง แกร่งให้กับเด็กชายตัวน้อยเพื่อปกป้องเขาจาก 'ผู้ชายใจร้าย' อย่างตนเอง หัวใจของคินน์บีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนก่อไว้มันหนักหนาเกินกว่าจะใช้คำพูดสวยหรูมาลบล้างได้ แต่ในเมื่อสวรรค์เมตตาประทานสายเลือดของเขาคืนมาแล้ว มีหรือที่ผู้ชายอย่างคินน์ อัครเดโช จะยอมปล่อยมือไปง่ายๆ ร่างสูงขยับเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความกังวลของหญิงสาวลอยเข้าแตะจมูก คินน์ไม่ได้ใช้กำลังบังคับ แต่เขาใช้ร่างกายและไหล่กว้างของตัวเองกางกั้นเป็นเกราะคุ้มกันรอบตัวเธอและลูกชายเอาไว้จากสายตาของผู้คนที่เริ่มเหลียวมองมาจากด้านนอกห้องรับรอง "ผมไม่ปล่อย..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่บอบบาง ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจที่พยายามปิดตายกลับกระตุกวูบไหวอย่างน่ากลัวด้วยความรู้สึกที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกิน "ปล่อยนะ..." เธอพึมพำเสียงสั่น พยายามผลักอกแกร่งออกห่าง แต่เขากลับยิ่งโน้มตัวลงมาโอบล้อมเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง "ต่อจากนี้ไป... จะไม่มีใครทำร้ายพวกคุณได้อีก" คินน์เอמהกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง "ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน... แม้กระทั่งตัวผมเองในอดีตก็ตาม" คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ สัมผัสอุ่นจากไออุ่นแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะแผ่นหลัง ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความหวั่นไหวสายหนึ่งวิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนเธอนึกโกรธตัวเอง ในขณะที่รินรดากำลังพยายามรวบรวมสติเพื่อผลักไสซาตานร้ายที่แปลงร่างเป็นโล่กำบังผู้นี้ออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากโถงทางเดินด้านนอก "คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ! ทางบอร์ดบริหารฝั่งหุ้นส่วนใหญ่กำลัง..." เสียงของเลขาคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังยืนกอดร่างของอดีตภรรยาและเด็กชายตัวน้อยไว้ในวงแขนอย่างปกป้อง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตึงเครียด คินน์ตวัดสายตาคมกริบหันไปมองลูกน้องทันที แววตาดุดันส่งสัญญาณเตือนให้หุบปากและถอยออกไป แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่เลขาจะได้เอ่ยปากรายงานสถานการณ์วิกฤต บานประตูห้องรับรองอีกด้านหนึ่งก็ถูกผลเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับ และใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของ 'ผู้หญิง' อีกคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้! "คินน์! คุณมาทำอะไรอยู่ในนี้กับนังนี่... และ... และเด็กที่ไหนกัน!" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของศัตรูหัวใจเก่าก้าวเข้ามาประชิดตัว ในขณะที่คินน์ขบกรามแน่นจนนูนเด่น ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายวับขึ้นมาทันที — ติดตามตอนต่อไป — *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ชฎาพรายไวน์แดง" เสมอมานะคะ)*
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%