กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานนิติเวชที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันนิ้วเรียวยาวของรวิศ เขากำลังใช้คีมปลายแหลมคีบแผ่นกระดาษสีเหลืองกรอบออกจากซองหนังเก่าคร่ำคร่า ซึ่งเป็นของกลางชิ้นสุดท้ายจากศพไร้ญาติในเคสคดีปริศนาเมื่อคืน
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่มอดไหม้ไปแล้วครึ่งศตวรรษนะคะ, คุณหมอ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง มนตราก้าวเท้าพ้นจากเงาเสาหินอ่อนเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มของเธอกวาดมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความตื่นตระหนกแบบเดียวกับที่นักโบราณคดีพบศิลาจารึกต้องสาป
รวิศไม่เงยหน้าขึ้นมอง เปลือกตาของเขาไหววูบเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ "ไฟดวงนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มลุกหรอกค่ะ, คุณมนตรา... มันถูกสุมไว้รอเวลาให้ใครสักคนมาเติมเชื้อเพลิงต่างหาก และดูเหมือนว่าบันทึกหน้าสุดท้ายนี้ จะจงใจเขียนชื่อคุณเอาไว้"
นิ้วเรียวของนักมานุษยวิทยาชะงักค้างกลางอากาศ เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกาย เคมีที่ขัดแย้งกันระหว่างความเย็นชาเชิงประจักษ์ของนิติเวช กับความลึกลับทางจิตวิญญาณของมานุษยวิทยา ปะทะกันจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบไปด้วยความตึงเครียดอันเย้ายวน
มนตราโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไม้จันทน์หอมลอยแตะจมูกรวิศ สายตาของเธอเพ่งพินิจตัวอักษรลายมือหวัดๆ บนกระดาษแผ่นนั้น รูม่านตาของเธอขยายกว้างขึ้นชั่วขณะ "นี่มัน... ลายมือของศาสตราจารย์ไกร อาจารย์ผู้ล่วงลับของฉันเองค่ะ"
หัวใจของรวิศกระตุกวูบ ภายใต้ใบหน้าเยือกเย็นดั่งรูปปั้นหิน เขารู้ดีว่างานวิจัยชิ้นสุดท้ายของศาสตราจารย์ไกรเกี่ยวกับ "พิธีกรรมย้อนเวลาผ่านรอยแผลเป็น" ถูกปิดผนึกเป็นความลับสูงสุดของมหาวิทยาลัยเมื่อสิบปีก่อน และมันคือชนวนเหตุเดียวกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของบิดาเขาเอง
"ไม่ใช่แค่ลายมือหรอกค่ะ" รวิศเลื่อนกระดาษอีกแผ่นให้อีกฝ่ายเห็น "แต่สมการเคมีที่ใช้คำนวณอัตราการเน่าสลายของเนื้อเยื่อในบันทึกนี้... มันตรงกับงานวิจัยที่คุณตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน เหมือนกับว่าคุณสองคนกำลังทดลองกับศพชุดเดียวกัน ข้ามกาลเวลามาพบกัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในห้องชันสูตรด้านนอกที่ดังย้ำเตือนถึงเวลาที่กำลังไหลผ่าน มนตราเงยหน้าขึ้นสบตากับรวิศ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว แววตาของเธอดูลึกล้ำและสั่นไหว "คุณกำลังสงสัยว่าฉันคือผู้หญิงคนเดียวกับในบันทึกเล่มนั้นเมื่อหิบปีก่อนใช่ไหมคะ... รวิศ?"
น้ำเสียงที่กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของภูตผีในยามวิกาล ทำให้รวิศต้องเป็นฝ่ายเบือนสายตาหนี เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อหัวใจที่ด้านชาของเขามากเพียงใด เธอมักจะมองทะลุปรุโปร่งถึงปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้เสมอ
"ฉันไม่ได้สนใจเรื่องอดีตชาติหรือความเชื่อเพ้อเจ้อของคุณหรอกค่ะ, มนตรา" รวิศพยายามดึงเสียงให้กลับมามั่นคง แม้ปลายนิ้วที่กำปากกาจะชื้นเหงื่อ "ฉันสนใจแค่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์... และหลักฐานชิ้นนี้บอกว่า รอยกรีดบนข้อมือของเหยื่อ ใช้มีดผ่าตัดรุ่นเดียวกับที่เก็บไว้ในห้องทำงานส่วนตัวของคุณ"
บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความเงียบงันกลายเป็นการเผชิญหน้าอันดุเดือด มนตราไม่ได้ถอยหนี เธอยังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มของเขา มุมปากหยักยกยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "ถ้าอย่างนั้น ทำไมคุณถึงไม่ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองล่ะคะ... ว่ามีดเล่มนั้นเคยกรีดร่างใครมาบ้าง"
เธอยื่นมือเรียวไปแตะที่ข้อมือของรวิศ แผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อสัมผัส แต่มันกลับทำให้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลังของนายแพทย์หนุ่ม ในวินาทีนั้นเอง ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับก็ฉายวาบขึ้นในหัวของมนตรา—ภาพของห้องผ่าตัดที่มืดมิด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง และเงาร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังลงมือเย็บแผลให้ศพด้วยความเร่งรีบ... ชายคนนั้นมีรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ต้นคอ ด้านหลังของรวิศ!
มนตราสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากของเธอกระซิบด้วยเสียงสั่นระริก "ระวังตัวไว้นะคะ, คุณหมอ... เพราะคนที่อยู่ในบันทึกหน้าสุดท้ายนั้น ไม่ใช่ฉัน... แต่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่เอง"
ปัง!
เสียงประตูกระจกห้องทำงานด้านนอกถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งตรงมาทางห้องนี้อย่างเร่งรีบ รวิศผลักมนตราไปหลบด้านหลังเสาตามสัญชาตญาณ มือขวาชักมีดผ่าตัดสแตนเลสออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างไร้เสียง ขณะที่เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้าหน้าประตู พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวของศพที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงชันสูตร... กำลังยืนจ้องมองพวกเขาทั้งคู่อยู่ในความมืด!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- เงาจันทราลี้ลับ -
นิติเวชผู้หยั่งรู้กับพยานในเงากาลเวลา•ตอนที่ 3
บันทึกหน้าสุดท้าย
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้หยั่งรู้กับพยานในเงากาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!