เด็คการ์ดพินาศ กับราชาไร้พ่ายในดันเจี้ยนอาถรรพ์•ตอนที่ 2

การพบกันของนักดาบและนักวางแผน

ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงจนสะท้อนก้องไปทั่วซากโบราณสถานชั้นที่สามของดันเจี้ยนอาถรรพ์ แรงปะทะนั้นมากพอจะส่งร่างของอัศวินหญิงในชุดเกราะสีเงินกระเด็นกระดอนไปตามพื้นหินขรุขระ เลือดสีสดไหลซึมผ่านรอยแตกของเกราะบริเวณหัวไหล่ หยดลงกระทบพื้นจนเกิดเสียงน่าสะพรึงในความเงียบงัน เซร่ากัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนสติแทบเลือนราง ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านหมวกเหล็กที่บิดเบี้ยวไปยังเงาสوงใหญ่เบื้องหน้า—‘อสูรเงาทมิฬ’ มอนสเตอร์ระดับบอสที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและพลังทำลายล้างอย่างไร้ความปรานี ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของเธอหักครึ่งไปแล้ว เกียรติยศและศักดิ์ศรีของอัศวินแห่งอาณาจักรดูช่างไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที “ฮึ่ม… ข้าจะมาจบลงที่นี่อย่างนั้นหรือ…” เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันจนได้ยินเสียงกรามกระทบกันเบื้องล่าง ความมืดมนเริ่มเข้าครอบงำวิสัยทัศน์ แขนขาหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว กรงเล็บมหึมาของอสูรเงาทมิฬเงื้อง่าขึ้นสูง มันเตรียมจะฟาดลงมาเพื่อปิดฉากเหยื่อผู้ดิ้นรนเป็นรายสุดท้าย ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้เบาและไม่ได้ดังจนเกินไปก็ดังขึ้นจากมุมมืดของซากเสาหิน “บอกตามตรงนะ การบุกเดี่ยวเข้าไปในดงของพวกมันโดยไม่มีแผนสำรอง… เป็นวิธีฆ่าตัวตายที่ค่อนข้างสิ้นคิดไปหน่อยสำหรับอัศวินผู้ทรงเกียรติอย่างคุณนะคะ เซร่า” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเย้าหยวนเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีเข้มที่ก้าวออกมาอย่างไม่เร่งรีบ เอเลียสไม่ได้ถือดาบเวทมนตร์อลังการ หรือมีออร่าพลังเวทที่รุนแรงแผ่ออกมาเหมือนฮันเตอร์ระดับสูงคนอื่น สิ่งเดียวที่เขาถือไว้ในมือข้างขวา คือสำรับการ์ดสีเงินยววงที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองจางๆ เซร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ระคนประหลาดใจ “เอเลียส! เจ้า… เจ้าเข้ามาทำไม! รีบหนีไปซะ เจ้านั่นมันระดับ…” “ระดับบอสที่ต่อให้รุมสิบคนก็ไม่รอดใช่ไหมคะ? ทราบดีค่ะ” เอเลียสยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสสีนิลเป็นประกายไหววับด้วยความมั่นใจที่น่าประหลาด “แต่พอดีว่าฉันไม่ใช่พวกชอบเล่นตามกติกาของดันเจี้ยนเสียด้วยสิคะ” สิ้นคำพูด ร่างของอสูรเงาทมิฬก็คำรามก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เหยื่อของมันมีผู้ขัดขวาง มันเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเข้าหาเอเลียสด้วยความเร็วดุจพายุหมุน เงาดำทมิฬแผ่ขยายปกคลุมทั่วบริเวณจนแสงไฟจากคบเพลิงริบหรี่ ทว่าเอเลียสไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวดีดนิ้วเบาๆ กลางอากาศ พร้อมกับซัดการ์ดใบแรกออกไป *“คอมโบแรก… เปิดใช้งานการ์ดเวทมนตร์ระดับหายาก [ภาพลวงตากระจกเงา]!”* สิ้นเสียงประกาศก้อง การ์ดสีเงินสลายกลายเป็นละอองแสงพุ่งเข้าหากัน สร้างภาพสะท้อนของเอเลียสขึ้นมานับสิบคนวิ่งกระจายไปคนละทิศละทาง อสูรเงาทมิฬพุ่งเข้าโจมตีร่างแยกอย่างบ้าคลั่งด้วยความสับสน ทำให้จังหวะการเคลื่อนไหวของมันสะดุดลงชั่วขณะ—ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เอเลียสรอคอย “ช่องว่างสองวินาที… สำหรับฉันแค่นั้นก็เกินพอแล้วค่ะ” เอเลียสไม่รอช้า สองนิ้วคีบการ์ดอีกสองใบขึ้นมาพร้อมกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองวิถีการเคลื่อนไหวของบอสอย่างแม่นยำราวกับคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ *“ประสานการ์ดใบที่สอง [โซ่ตรึงศาตรา] และการ์ดสนับสนุน [ลมหายใจแห่งภูผา]!”* ระเบิดแสงสีฟ้าครามพุ่งออกจากสำรับการ์ด พันธนาการเวทมนตร์รูปโซ่ตรึงพุ่งขึ้นมาจากพื้นหิน ล็อคข้อเท้าและแขนทั้งสองข้างของอสูรเงาทมิฬเอาไว้แน่นหนา แรงกดดันมหาศาลจากธาตุดินถูกกดทับลงบนร่างของมันจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ดินบริเวณนั้นแตกร้าวเป็นวงกว้าง ทว่าอสูรยักษ์ยังคงดิ้นรนสุดชีวิต ปีกสีดำสะบัดสร้างคลื่นลมคมกริบตัดโซ่จนเริ่มปริแตก “ดื้อด้านเสียจริงนะคะ… งั้นต้องเจอไม้ตายนี้หน่อย” เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกๆ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาหยิบการ์ดใบสุดท้ายที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในออกมาชูขึ้นสูง การ์ดใบนี้ไม่ได้เปล่งแสงสีฟ้าหรือสีเขียวธรรมดา แต่ทว่ามันทอประกายแสงสีทองอร่ามจนสว่างวาบไปทั่วทั้งโถงถ้ำ แรงกดดันอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจนเซร่าถึงกับต้องยกมือขึ้นบังตา *“การ์ดอาวุธระดับตำนาน… [ดาบเพลิงสุริยันศิลา]!”* พริบตานั้น ดาบยาวที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีทองร้อนแรงก็ปรากฏขึ้นในมือของเอเลียส ความร้อนแผดเผาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ชายหนุ่มพุ่งทะยานเข้าหาอสูรเงาทมิฬด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป อาศัยจังหวะที่มันถูกตรึงไว้ วาดคมดาบฟันเฉียงขึ้นจากด้านล่างอย่างไร้ความปราณี *ฉวะ! เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวของอสูรเงาทมิฬ!* เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์กัดกินร่างสีดำทมิฬจนสลายกลายเป็นละอองควันสีเทาในพริบตา ความเงียบสงบกลับคืนสู่โถงถ้ำอีกครั้ง เหลือเพียงเศษซากการ์ดที่ค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ เอเลียสผ่อนลมหายใจยาว เหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้าเล็กน้อย แต่เขายังคงรักษาท่าทีสุขุมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มเก็บสำรับการ์ดเข้าที่เดิม ก่อนจะเดินเข้าไปหาอัศวินสาวที่ยังคงนั่งอึ้งอยู่กับพื้น “ลุกไหวไหมคะ ท่านอัศวินผู้เก่งกาจ?” เอเลียสยื่นมือเรียวสะอาดออกไปตรงหน้า รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ตัดกับบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เซร่าเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ดวงตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกตะลึง ทึ่ง และ… หัวใจที่เต้นรัวอย่างผิดจังหวะ เธอค่อยๆ ยื่นมือไปจับมือของเขาเพื่อพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน “เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่ เอเลียส? ทำไมการ์ดพวกนั้นถึง…” ยังไม่ทันที่เซร่าจะได้เอ่ยถามจบ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ไร้ที่มาก็ดังขึ้นก้องอยู่ในหัวของคนทั้งสองอย่างชัดเจน เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงพลัง จนทำให้เอเลียสต้องหุบยิ้มลงทันที *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลดผนึกการ์ดระดับตำนาน [ดาบเพลิงสุริยันศิลา]]* *[เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: ฮันเตอร์เอเลียส ได้ปลุก "ประตูมิติปริศนา" ชั้นที่สี่ให้ตื่นจากการหลับใหล]* *[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ผู้เล่น กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้จุดที่ท่านยืนอยู่ด้วยความเร็วสูง… และมัน… ไม่ใช่มอนสเตอร์]* เอเลียสขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาสีนิลมองลึกลงไปยังความมืดมิดของอุโมงค์เบื้องหน้าที่เพิ่งเปิดออก ขณะที่เซร่าพลเผลอชักมือออกจากมือของเขาโดยไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารอันหนทึบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกลยุทธ์อันตรายในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับราชาไร้พ่ายในดันเจี้ยนอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%