"ถ้าเธอยังวางการ์ด 'พันธนาการเงา' ไว้ในช่องคอมโบหลักแบบนั้น ชีวิตของพวกเราคงจบลงก่อนจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้แน่นอนค่ะ เซร่า"
ปลายนิ้วเรียวยาวของเอเลียสเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า เสียง *ก๊อกๆ* นั้นดังก้องสะท้อนในความเงียบสงบของห้องพักแรมชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของหินปูนและกลิ่นจางๆ ของสมุนไพรฟื้นฟูพลังลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ รอบตัวมีเพียงแสงสว่างสีนวลจากตะเกียงเวทมนตร์ที่สั่นไหวตามแรงลมลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่าง
เซร่าชะงักมือที่กำลังจะหยิบการ์ดเวทมนตร์สีม่วงเข้มขึ้นมา ดวงตาคู่สวยภายใต้เรือนผมสีเงินยวงเหลือบมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งนายทัพและมันสมองของกลุ่ม แววตาของอัศวินสาวเต็มไปด้วยความลังเลและไม่อยากจะยอมรับความจริง
"แต่นี่คือการ์ดระดับหายากที่ฉันแลกมาด้วยแต้มเกียรติยศเกือบทั้งหมด..." เสียงของเซร่าทุ้มนุ่มและเจือความดื้อรั้นเล็กน้อยตามนิสัย "การผูกมัดศัตรูไว้กับพื้นย่อมสร้างโอกาสโจมตีที่สมบูรณ์แบบที่สุดไม่ใช่หรือคะ เอเลียส? ทำไมคุณถึงบอกว่ามันคือ 'จุดตาย' ของเด็คนี้กันล่ะ"
เอเลียสถอนหายใจเบาๆ เขายันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังอัศวินสาว กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษการ์ดเก่าและน้ำหมึกเวทมนตร์ลอยกรุ่นจากตัวเขา
"ความสมบูรณ์แบบบนกระดาษ มักจะกลายเป็นความหายนะในความเป็นจริงเสมอนะคะ" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะการ์ดในมือของเธอเบาๆ "เธอลืมไปแล้วหรือว่า ดันเจี้ยนชั้นที่สามที่เรากำลังจะลงไปเยือนพรุ่งนี้ เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ประเภท 'ไร้ร่างเนื้อ' และ 'วิญญาณอาฆาต' การใช้โซ่เงาพันธนาการพวกมัน ไม่ต่างอะไรกับการเอาเชือกไปผูกสายลม... มีแต่จะทำให้มานาในตัวเธอรั่วไหลและหมดเรี่ยวแรงไปเปล่าๆ"
เซร่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้มลงมองการ์ดในมืออีกครั้ง ความดื้อรั้นในแววตาค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความตระหนักรู้ เธอยอมรับความจริงข้อนี้เงียบๆ เพราะทุกครั้งที่เอเลียสเตือนด้วยเหตุผลนี้ ผลลัพธ์มักจะพิสูจน์แล้วว่าเขาพูดถูกเสมอ
"ถ้าเช่นนั้น... เราควรเปลี่ยนเป็นอะไรคะ?" เซร่าถามเสียงแผ่วเบา ยอมลดทิฐิลงอย่างสิ้นเชิง
"การ์ดใบนี้ค่ะ" เอเลียสหยิบการ์ดสีฟ้าใสขอบทองแดงออกจากสำรองส่วนตัว ยื่นส่งให้เธอ "การ์ดเวทมนตร์ระดับ C 'กระจกเงาสะท้อนบาป' แม้พลังโจมตีจะเป็นศูนย์ แต่มันมีคุณสมบัติในการหักเหการโจมตีทางจิตวิญญาณกลับสู่ต้นกำเนิด เมื่อผสานเข้ากับสกิลอัศวินศักดิ์สิทธิ์ของเธอ มันจะกลายเป็นโล่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการรับมือกับบอสประจำชั้นนั้น"
เซร่ารับการ์ดใบนั้นมาสัมผัส ความเย็นเฉียบของเนื้อการ์ดเวทมนตร์ส่งผ่านปลายนิ้ว ทันทีที่เธอถือมันไว้ แสงสีฟ้าอ่อนก็เรืองรองขึ้นวูบหนึ่ง ราวกับการ์ดรับรู้ถึงเข้ากันได้กับพลังมานาภายในตัวของเธอ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจัดเตรียมและจัดระเบียบเด็คสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับเสียงสังเคราะห์จากห้วงมิติที่ไร้ตัวตน ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเอเลียสทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
*[ติ๊ง! ตรวจพบการปรับแต่งโครงสร้างเด็คสอดคล้องกับเงื่อนไขลับ 'ปราชญ์ผู้รอบรู้ในความมืด']*
*[ระบบกำลังประเมินความเข้ากันได้ระหว่างผู้ใช้และการ์ดระดับสูง...]*
เอเลียสชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่าระบบเกมการ์ดและเลเวลอัปที่เชื่อมต่อกับร่างกายนี้นั้นลึกล้ำเพียงใด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบแจ้งเตือน 'เงื่อนไขลับ' นอกเหนือจากภารกิจปกติ
เซร่าสังเกตเห็นความผิดปกติในสีหน้าของชายหนุ่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองด้วยความกังวล "เอเลียสคะ เกิดอะไรขึ้น?"
"ชูส์..." เอเลียสยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้เธอเงียบเสียงลง ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปที่หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน ตัวอักษรสีทองเรืองแสงค่อยๆ สลักทีละบรรทัดด้วยความเร็วสูง
*[เงื่อนไขการอัปเลเวลผ่านการ์ดได้รับการปลดล็อก!]*
*1. ผู้เล่นไม่สามารถเพิ่มเลเวลผ่านการฆ่ามอนสเตอร์แบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป*
*2. การเลเวลอัปจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ 'การ์ดในเด็คหลัก' ทุกใบได้รับการหลอมรวมและยกระดับขั้นสูงสุด*
*3. ทุกครั้งที่เลเวลอัป ผู้เล่นจะได้รับสิทธิ์ในการ 'ดราฟต์การ์ดระดับ SSS' จากหอคอยแห่งโชคชะตา 1 ใบโดยไม่มีเงื่อนไข*
ดวงตาของเอเลียสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่มัน... กฎที่ทั้งโหดร้ายและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน! การที่เขาไม่สามารถอัปเลเวลด้วยวิธีธรรมดาหมายความว่า เขาถูกตัดขาดจากเส้นทางของฮันเตอร์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง แต่การแลกมาด้วยการดราฟต์การ์ดระดับ SSS ทุกครั้งที่เลเวลเพิ่มขึ้น นั่นคือพลังที่จะพลิกกระดานความต่างชั้นในโลกใบนี้ได้ทันที
ก่อนที่เอเลียสจะได้วิเคราะห์ผลกระทบทั้งหมดจากข้อความดังกล่าว หน้าต่างระบบชุดเดิมก็หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความมืดมิดที่แผ่ขยายเข้ามาทางหน้าต่างห้องพักแรมอย่างรวดเร็ว ผิดธรรมชาติจนน่ากลัว
เปลวไฟในตะเกียงเวทมนตร์ดับวูบลงพร้อมกันโดยไม่มีสาเหตุ อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เซร่าผุดลุกขึ้นยืนในเสี้ยววินาที ดาบศักดิ์สิทธิ์ในฝักข้างกายถูกชักออกมาครึ่งเล่ม แสงสีทองเรืองรองขึ้นจากคมดาบเพื่อขับไล่ความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามา "เอเลียส ระวังตัวด้วยค่ะ... มีบางอย่างกำลังมา และมันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ทั่วไป"
ในความมืดมิดสนิท มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูไม้เก่าๆ ของห้องพัก เสียงนั้นไม่ได้มาพร้อมกับจิตสังหารอันดุร้าย แต่เป็นความนิ่งสนิมสร้อยที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับผู้มาเยือนรู้ดีว่าพวกเขากำลังติดอยู่ในกรงขังที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้ว
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นในความเงียบงัน และก่อนที่เอเลียสจะทันได้ขยับตัวส่งสัญญาณเตือน ประตูไม้บานนั้นก็ถูกผลักให้เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าไว้ใต้ฮู้ดมิดชิด ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอเลียสหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือสัญลักษณ์รูป 'สำรับไพ่ที่ถูกเผาไหม้' ที่ปักอยู่บนชายผ้าคลุมของแขกยามวิกาลผู้นั้น—มันคือสัญลักษณ์ของกลุ่ม 'ผู้สูญสำรับ' องค์กรปริศนาที่ตามล่าการ์ดหายากทั่วทั้งทวีป!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกลยุทธ์อันตรายในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับราชาไร้พ่ายในดันเจี้ยนอาถรรพ์•ตอนที่ 3
กฎของเด็คต้องห้าม
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับราชาไร้พ่ายในดันเจี้ยนอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
