กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนที่ผุกร่อนผสมกับคาวเลือดเก่าเก็บเคลือบติดอยู่บนปลายลิ้นของเอเลียส จนเขาเผลอขยับกรามเคี้ยวความฝาดเฝื่อนนั้นอย่างไร้รสชาติ
"ข้าบอกแล้วไงว่าทางนี้มันทางตัน..."
เสียงกระซิบแหบพร่าของเซร่าดังลอดผ่านเกราะเหล็กอัศวินที่เต็มไปด้วยรอยบุบสลาย หญิงสาวพิงแผ่นหลังแนบกำแพงศิลาสีดำสนิทของดันเจี้ยนระดับ E ที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ค่า แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นหลุมศพชั้นดีสำหรับฮันเตอร์ไร้อันดับอย่างพวกเขา ลมหายใจของอัศวินสาวหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหว รอยดำคล้ำรูปกางเขนคว่ำใต้ลำคอของเธอกำลังลุกลามขึ้นมาถึงกกหู เส้นเลือดปูดโปนเต้นตุบๆ ทุกครั้งที่เธอฝืนขยับตัว คำสาปจากมังกรโบราณที่ตกทอดมาในสายเลือดกำลังกัดกินร่างกายเธอทีละน้อย และเวลาของเธอก็เหลือไม่ถึงสามชั่วโมงแล้ว
เอเลียสไม่ได้หันกลับไปมองสหายร่วมเป็นร่วมตายทันที ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทามอมแมมกำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษซากกระดูกโครงกระดูกเวทมนตร์ที่เพิ่งถูกเขากำจัดด้วยกับดักทำมือ แสงไฟจากคบเพลิงริบหรี่สะท้อนแววตาสีเข้มที่ฉายประกายคำนวณอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าตักเบาๆ สามครั้ง—จังหวะที่เซร่ารู้ดีว่าเป็นสัญญาณว่าเขากำลังประเมินความน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย
"ทางตันในสายตาคนทั่วไป เซร่า... แต่ในมุมมองของนักสะสม มันคือทางออกเสมอ"
เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าสติปัญญาและยุทธวิธีทั้งหมดที่มีจะถูกผลาญไปจนเกือบหมดสิ้นกับการพาพวกเขารอดจากฝูงกอบลินคลั่งเมื่อครู่แล้วก็ตาม
"เจ้ายังจะมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอีกเหรอ เอเลียส? เลเวล 1 อย่างเรา... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกวิธีตายด้วยซ้ำ" เซร่ากัดฟันกรอด ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกันเพื่ออดกลั้นความเจ็บปวดจากพิษคำสาปที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง เธอยกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นค้ำยันพื้นดิน แม้เกียรติยศแห่งอัศวินจะถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีในดันเจี้ยนรกร้างแห่งนี้ แต่ศักดิ์ศรีในฐานะผู้ปกป้องยังคงทำให้เธอยืนหยัดอยู่ได้ "ถ้าเจ้าจะหนี... ก็ไปซะ ปล่อยข้าไว้ที่นี่เถอะ"
"ถ้าฉันชอบทิ้งคนไข้หรือคนสวยล่ะก็... ฉันคงไม่ยอมแบกดาบหนักๆ ของเธอมาถึงชั้นลึกสุดนี้หรอกนะ" เอเลียสปรายตามองเธอเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เซร่าทั้งหมั่นไส้และอุ่นใจในเวลาเดียวกัน "อีกอย่าง ระบบประเมินสถานะของฉันมันบอกว่า... เรายังเล่นเกมนี้ไม่จบตา"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจักรกลอันเย็นชาดังขึ้นในโสตประสาทของเอเลียสเพียงผู้เดียว แสงสีฟ้าจางๆ แผ่ขยายออกมาจากความว่างเปล่า กลายเป็นหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่คุ้นเคย แต่วันนี้ ข้อมูลตัวเลขบนนั้นกลับบิดเบี้ยวแปลกประหลาดกว่าทุกครั้ง
[ แจ้งเตือนระบบพิเศษ: เงื่อนไขลับ 'ผู้ถูกทอดทิ้งในเขตอาถรรพ์' ปลดล็อกสำเร็จ ]
[ ผู้เล่น เอเลียส บรรลุเงื่อนไขการสำรวจจุดบอดของดันเจี้ยน ]
[ ทำการสุ่มแจกจ่าย: 'การ์ดสิทธิพิเศษระดับปริศนา' 1 ใบ ]
เอเลียสชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวไปสำรวจกองซากศพตรงหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วระบบสนับสนุนผู้กล้าหรือฮันเตอร์จะมอบแต้มสกิลขยะอย่าง 'เพิ่มแรงยกของ 1%' หรือ 'ทักษะขุดแร่ขั้นพื้นฐาน' ให้กับคนเลเวล 1 เช่นเขามาตลอดสามปีเต็ม การที่ระบบเอ่ยถึงคำว่า 'ระดับปริศนา' นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์กิลด์ฮันเตอร์
"เอเลียส... มีอะไร?" เซร่าสังเกตเห็นความผิดปกติจากแผ่นหลังของชายหนุ่ม เธอจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง มือที่กำด้ามดาบกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"ไม่มีอะไร... แค่เจอของเล่นชิ้นใหม่ที่จะทำให้พวกเราออกจากที่นี่ได้แบบไม่ต้องลุ้นระทึกมากนัก"
เอเลียสตอบเสียงเบา เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นหินผุพังที่ซ่อนอยู่หลังกองซากกระดูกอสูร ที่นั่น... ท่ามกลางหยากเยื่อและฝุ่นหนาเตอะ มีวัตถุบางอย่างกำลังเปล่งประกายแสงสีทองหม่นออกมา ราวกับมันกำลังรอคอยให้ใครบางคนมาปลดผนึกพันธนาการ
มือเรียวเอื้อมออกไปสัมผัสพื้นผิวของวัตถุปริศนาสัมผัสแรกที่ปลายนิ้วสัมผัสคือความเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แต่ในขณะเดียวกันก็มีกระแสพลังงานอุ่นวาบพุ่งพล่านเข้าสู่กระแสเลือดจนหัวใจกระตุกวูบ
มันไม่ใช่มีดสั้น ไม่ใช่โพชั่นฟื้นฟูพลัง และไม่ใช่ตำราเวทมนตร์โบราณ...
แต่มันคือแผ่นการ์ดโลหะสีดำสนิท ลวดลายบนหน้าการ์ดถูกสลักด้วยอักขระเวทโบราณที่เรืองแสงสีม่วงเข้ม เป็นรูปภาพของโซตรึงตราเทวะที่กำลังถูกบดขยี้ด้วยกรงเล็บอสูรอย่างไร้ความปรานี
[ ตรวจพบวัตถุโบราณ: การ์ดพันธสัญญาแห่งราชันย์ไร้พ่าย (Unbeaten King's Covenant Card) ]
[ ระดับ: ปริศนา (????? - ไม่สามารถประเมินค่าได้) ]
[ เงื่อนไขการใช้งาน: ผูกพันธะเลือดกับผู้ถือครอง เลเวลปัจจุบันของผู้ใช้ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด เสี่ยงต่อการสูญเสียสติปัญญาหรือชีวิต ]
เซร่าที่พยายามลากสังขารตามมาดูใกล้ๆ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองการ์ดในมือของเอเลียสสลับกับใบหน้าที่เริ่มซีดเซียวลงของชายหนุ่ม "นั่นมัน... การ์ดอะไรกัน เอเลียส? พลังงานความมืดที่แผ่ออกมาจากมันทำให้แผลคำสาปของข้าสั่นสะท้อน... อย่าบอกนะว่าเจ้านี่คือสมบัติของดันเจี้ยนนี้?"
"สมบัติเหรอ? หึ..." เอเลียสหัวנסในลำคอเบาๆ แต่หน้าผากกลับมีเม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมออกมาตามไรผม ความกดดันมหาศาลกำลังกดทับลงบนทับทรวงอกของเขา ราวกับมีภูเขาอึดอัดลูกใหญ่มาทับไว้ "นี่มันไม่ใช่สมบัติหรอก เซร่า... แต่มันคือใบอนุญาตให้พวกเราเลือกว่าจะ 'รอด' หรือจะ 'ตายอย่างทรมาน' ต่างหาก"
ปลายนิ้วของเอเลียสเฉือนเข้ากับคมขอบการ์ดโลหะโดยไม่ลังเล หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนอักขระเวทสีม่วงทันที
พริบตานั้นเอง อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังถ้ำ เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณดังสะท้อนมาจากมิติที่มองไม่เห็น แรงกดดันระดับราชาพุ่งทะยานขึ้นฟ้าจนเพดานดันเจี้ยนถล่มลงมาบางส่วน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
และก่อนที่เอเลียสจะทันได้อ่านคำอธิบายสกิลใหม่ที่เพิ่งตื่นขึ้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้ากระทบพื้นหินก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องลึกของดันเจี้ยน—มันไม่ใช่เสียงของกอบลิน หรือมอนสเตอร์ชั้นต่ำที่พวกเขาเคยเจอ... แต่มันคือเสียงก้าวเดินของบางสิ่งที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนานนับพันปี
"ดูเหมือนว่า..." เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังเงาสลัวที่กำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง "เราเพิ่งเปิดประตูห้องบอสเข้าให้แล้วล่ะนะ เซร่า"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับก้าวแรกอันตรายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับราชาไร้พ่ายในดันเจี้ยนอาถรรพ์•ตอนที่ 1
สกิลขยะกับโชคชะตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับราชาไร้พ่ายในดันเจี้ยนอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
