คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 9

กลิ่นน้ำหอมกับความหึงหวง

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“คุณหนูคะ! แย่แล้วค่ะ! ที่ห้องทำงานใหญ่... ตู้เซฟนิรภัย... ถูกงัดค่ะ!” เสียงรายงานที่ตื่นตระหนกของแม่บ้านใหญ่ยังไม่ทันจางหายไปจากโถงทางเดินหรูหรา ลินินก็พุ่งตัวผ่านร่างของฉันไปด้วยความเร็วที่แทบไม่ต้องใช้ความคิด ไหล่บอบบางในชุดนอนผ้าไหมเนื้อดีกระแทกเข้ากับกรอบประตูห้องทำงานอย่างแรง แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาเลยสักนิด ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อภาพเบื้องหน้าคือบานประตูเหล็กหนาหนักของตู้เซฟฝังผนังถูกเจาะด้วยความร้อนจนเหล็กกล้าบิดเบี้ยว เอกสารลับและเครื่องเพชรประจำตระกูลกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ฉันสาวเท้าก้าวตามเข้าไปติดๆ สายตาดั่งเหยี่ยววาดกวาดสำรวจพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของบอดี้การ์ดมืออาชีพทำงานทันที ร่องรอยเขม่าควันจางๆ และกลิ่นฉุนของกรดเคมีที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศบอกให้รู้ว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึงสิบนาทีนี้เอง “ใครเป็นคนทำ...” เสียงหวานที่เคยตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบจนน่าใจหาย ลินินกำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ไหล่บางสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกล้ำเส้นในพื้นที่ส่วนตัว “มันกล้าดียังไง... ในบ้านของฉัน!” “ใจเย็นก่อนค่ะคุณหนู” ฉันก้าวเข้าไปยืนประชิดด้านหลัง ถือวิสาสะใช้มือเรียวแตะเบาๆ ที่ลาดไหล่เกร็งเครียด เพื่อส่งผ่านความมั่นคงให้เจ้าตัวได้รู้ว่ายังมีฉันยืนอยู่ตรงนี้ “จะให้ฉันใจเย็นได้ยังไงนภัส!” ลินินหวีดเสียงตวาดลั่น หันขวับกลับมาประจันหน้า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำรื้นด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้นใจ “ของพวกนั้น... มันคือความทรงจำของแม่ฉัน! แล้วตอนนี้มันหายไป ดูสิ! มันหายไปหมดเลย!” ภาพคุณหนูจอมพยศที่เคยเชิดหน้าชูตาใส่ทุกคนกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังเคว้งคว้างและเปราะบางจนน่าใจหาย ความรู้สึกบางอย่างกระชากลากดึงหัวใจฉันให้วูบไหว ฉันไม่ชอบเลย... ไม่ชอบรอยร้าวบนดวงหน้างามหยาดเยิ้มนี้เลยสักนิด “ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะปกป้องคุณเอง ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ฉันก็จะเอาของของคุณคืนมาให้ได้” น้ำเสียงของฉันอ่อนลงโดยอัตโนมัติ ยามที่ปลายนิ้วโป้งปาดหยดน้ำตาที่เอ่อล้นออก파แก้มเนียนนุ่มอย่างแผ่วเบา แต่ดูเหมือนบรรยากาศซึ้งๆ จะอยู่กับเราได้ไม่ถึงสามวินาที เมื่อเสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูห้อง “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับลินิน! ผมได้ยินเสียงโวยวายมาถึงข้างล่าง... โอ้โห สภาพนี้หนักเอาการเลยนะเนี่ย” คีย์... เพื่อนสมัยเด็กที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งนักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่ดูเสแสร้งชอบกล เขาสวมสูทสั่งตัดเข้ารูป กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงฟุ้งกระจายกลบกลิ่นควันเคมีในห้องจนน่าสะอิดสะเอียน ดวงตาคมปลาบกวาดมองความเสียหายก่อนจะพุ่งเป้ามาที่ร่างของลินิน แล้วทำท่าจะยื่นมือเข้าไปโอบไหล่เธอ “คุณหนูถอยหน่อยค่ะ” ฉันขยับตัวก้าวเข้าไปขวางกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยความเร็วเหนือแสง มือข้างหนึ่งปัดป้องแขนของคีย์ออกอย่างไม่ไว้หน้า ส่วนอีกข้างดึงลินินให้ถอยร่นมาอยู่ด้านหลังของฉันทันที “อุ๊ย ขอโทษทีครับคุณบอดี้การ์ด ผมแค่วิตกกังวลแทนเพื่อน” คีย์ชักมือกลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเลที่จุดอยู่ที่มุมปาก สายตาที่เขามองฉันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและประกายตาท้าทาย “อ้อ... ดูท่าทางทางคุณบอดี้การ์ดจะทำหน้าที่เกินเวลางานไปเยอะเลยนะเนี่ย หวงก้างเก่งยิ่งกว่าสุนัขเฝ้าบ้านซะอีก” “ปากดีแบบนี้ ระวังฟันจะร่วงไม่รู้ตัวนะคะคุณคีย์” ฉันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง “พอได้แล้วทั้งคู่! เลิกทะเลาะกันสักที ฉันปวดหัว!” ลินินเอ็ดขึ้นเสียงดัง พลางดันร่างของฉันออกเบาๆ แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าหงุดหงิด “คีย์ นายมาทำอะไรที่นี่ตอนนี้? บ้านฉันเพิ่งโดนงัดนะ นายไม่ควรมาเดินลอยชายอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ” “ผมเป็นห่วงเธอนะลินิน รู้ไหมว่าผมรีบขับรถมาหาแค่ไหนพอได้ข่าว” คีย์เปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนอกอ่อนใจ น้ำเสียงทุ้มนุ่มพยายามหว่านล้อม “อีกอย่าง... ระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านหลังนี้หละหลวมเกินไปแล้วนะ บอดี้การ์ดมือหนึ่งอะไรกัน ปล่อยให้โจรย่องเข้ามาถึงห้องนอนใหญ่ได้ ยังไงเธอก็ควรพิจารณาเปลี่ยนคนดูแลได้แล้วล่ะ มาอยู่กับผมไหมล่ะ ปลอดภัยกว่าเห็นๆ” ประโยคสุดท้าย คีย์จงใจปรายตามองมาที่ฉันพร้อมรอยยิ้มเยาะ เส้นความอดทนในตัวฉันขาดผึ่งทันที กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของผู้ชายคนนี้เริ่มชวนให้อยากอาเจียนเต็มที แต่สิ่งที่น่าโมโหกว่าคือคำพูดจาดูถูกเหยียดหยามที่เขากล้าพ่นออกมาต่อหน้าลินิน “ถ้าพูดมากนัก จะให้ฉันช่วยสงบปากสงบคำให้ไหมคะ” ฉันก้าวเท้าเข้าไปหาคีย์ทีละก้าวอย่างคุกคาม จนร่างสูงต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “นภัส! พอได้แล้ว!” ลินินเอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อสูทของฉันไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้ฉันต้องหยุดชะงักและหันกลับไปมอง ดวงตากลมโตคู่สวยตอนนี้ฉายแววดุอย่างเห็นได้ชัด “อย่าทำตัวมีปัญหาในเวลาแบบนี้ ฉันบอกให้หยุด!” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเจ็บแปล๊บในอกอย่างประหลาดเมื่อคุณหนูเลือกที่จะปกป้อง... หรืออย่างน้อยก็ห้ามปรามฉัน ไม่ให้จัดการกับไอ้สารเลวนั่น “ค่ะคุณหนู” ฉันตอบรับเสียงเบา หันหลังกลับไปยืนนิ่งสงบเป็นบอดี้การ์ดผู้เจียมเนื้อเจียมตัวตามเดิม ทว่าสายตายังคงจ้องเขม็งไปยังคีย์ที่ส่งยิ้มมุมปากให้อย่างผู้ชนะ “งั้นผมขอตัวไปจัดการเรื่องแจ้งตำรวจให้ดีกว่านะลินิน เผื่อผมจะมีเบาะแสอะไรที่เป็นประโยชน์มากกว่าคนบางแถวนี้” คีย์ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เราสองคนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความน้อยใจที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ฉันก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมสบตากับร่างบางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนกระทั่งสัมผัสอุ่นร้อนของปลายนิ้วเรียวเอื้อมมาแตะที่ข้อมือของฉันเบาๆ “โกรธเหรอคะ... ยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย” เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นไม่มีเค้าLางความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่เหลืออยู่เลย มีเพียงความลังเลและ... ความออดอ้อนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธหรอค่ะคุณหนู ฉันมันก็แค่... สุนัขเฝ้าบ้านตามที่เพื่อนคุณว่า” ฉันแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง “ใครอนุญาตให้พูดจาประชดประชันฉันแบบนี้ห๊ะ!” ลินินขึ้นเสียงใส่ พร้อมกับออกแรงดึงข้อมือฉันให้หันไปเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยฉายแววขัดเคืองอย่างน่าเอ็นดู “แล้วเมื่อกี้... ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนจะกินหัวคีย์ขนาดนั้นด้วย หึงรึไง?” คำถามนั้นทำให้ฉันชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาปะทะจมูก กลบกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของคีย์ไปจนหมดสิ้น “ถ้าใช่... แล้วมันจะทำไมคะ” ฉันตัดสินใจสวนกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไร้ซึ่งรอยยิ้มล้อเล่น ดวงตาสดใสของลินินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่คาดคิดว่าฉันจะกล้าตอบตรงๆ แบบนี้ หัวใจของฉันเต้นระรัวในอก ทว่าก่อนที่บรรยากาศระหว่างเราจะหวานซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของแม่บ้านใหญ่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องอีกครั้ง พร้อมกับร่างอวบที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “คุณหนูคะ! แย่แล้วค่ะ! คือ... คือว่า...” “อะไรอีกยาย! มีอะไรก็พูดมาเร็วๆ สิ!” ลินินหันไปดุด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ “คือ... ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบบ้านที่ช่างเพิ่งกู้มาได้... ทางเราพบว่า...” แม่บ้านใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลินินด้วยแววตาตื่นตระหนกสุดขีด “คนที่เอาเอกสารในเซฟไป... ไม่ใช่โจรข้างนอกค่ะ... แต่เป็น...” *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ*
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%