คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 29

ก้าวเดินคนละทาง

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
ความเงียบงันในห้องรับแขกหรูหรานั้นหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าก้อนหินที่ถ่วงอยู่กลางอก ลินินกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของนภัสอย่างที่คาดหวัง ไม่ใช่แววตานิ่งสนิทที่แฝงความห่วงใยไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชา... แต่กลับมีเพียงความว่างเปล่า โต๊ะทำงานถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกินพอดี ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการมีชีวิตอยู่ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวที่เคยคุ้นจมูกมลายหายไป เหลือไว้เพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ "คุณนภัส... ไปไหนแล้วคะ?" ลินินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอมันสั่นพร่าอย่างน่าสมเพช เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับที่สวมใส่ไม่ได้ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายที่กำลังสั่นสะท้านแม้แต่น้อย "เธอไปแล้วค่ะคุณลินิน..." เสียงทุ้มของคีย์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เพื่อนสมัยเด็กก้าวเข้ามาใกล้ด้วยแววตาที่ฉายความเห็นอกเห็นใจอย่างจอมปลอม "ผมบอกคุณแล้วว่าคนอย่างนภัส เขาไม่ได้คู่ควรกับโลกของคุณตั้งแต่แรก การเดินออกไปแบบเงียบๆ โดยไม่แม้แต่จะบอกลา... นั่นแหละคือวิธีที่บอดี้การ์ดชั้นต่ำเขาทำกันเวลารู้ตัวว่าเอื้อมไม่ถึง" "หุบปากนะคีย์!" ลินินหันขวับกลับมาตวาดใส่ทันที นัยน์ตาคู่สวยแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้ไหลร่วงหล่นลงมา "คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาดูถูกเธอแบบนี้! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!" คีย์ยักไหล่อย่างไม่สะท้าน แม้จะมีความเจ็บปวดฉายชัดผ่านแววตาเมื่อเห็นท่าทีปกป้องผู้หญิงอีกคนอย่างออกนอกหน้าของลินิน "คุณยังจะปกป้องเขาอยู่อีกเหรอครับลินิน? ดูสภาพคุณตอนนี้สิ เหมือนคนใกล้บ้าเพียงเพราะบอดี้การ์ดคนหนึ่งทิ้งไป คุณหนูผู้สูงศักดิ์ต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้คนที่แม้แต่ชื่อก็แทบไม่อยากจะจำเนี่ยนะ มันคุ้มกันตรงไหน?" "ฉันบอกให้ 'ออกไป' ไง!" ลินินชี้มือไปที่ประตู เสียงกรีดร้องนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของคนฟังจนคีย์ต้องยอมถอยหลังออกไปอย่างจำใจ เมื่อบานประตูไม้เนื้อดีปิดสนิทลง ลินินก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง มือเรียวบางกำเศษกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ *‘ขอโทษนะคะคุณลินิน... ถึงเวลาที่ฉันต้องคืนอิสรภาพให้คุณ แล้วก็คืนหัวใจให้ตัวเองเสียที’* ลายมือหวัดๆ นั้นกรีดแทงหัวใจของคนอ่านจนแทบแหลกสลาย ลินินปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร เธอกอดเข่าตัวเองแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้น ความเย่อหยิ่งทระงอมนที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า เธอนึกถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ในคืนที่ฝนตก นึกถึงแววตาดุๆ ที่แอบมองมาด้วยความห่วงใยเสมอ นึกถึงคำพูดกวนประสาทที่คอยกวนใจ และริมฝีปากนุ่มหยุ่นที่เคยประทับรอยจูบอันแสนเร่าร้อนไว้บนกลีบปากของเธอ... ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน แต่นภัสเลือกที่จะทิ้งมันไว้เบื้องหลัง แล้วเดินหายลับไปจากชีวิตของเธอจริงๆ เสียแล้ว ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ลินินนั่งจมอยู่กับความเศร้าโศก เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะแผดเสียงร้องแหลมขึ้นทำลายความเงียบ เธอสะดุ้งเฮือก รีบปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ แล้วพุ่งเข้าไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความหวังอันริบหรี่ หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยภาวนาว่าขอให้เป็นสายเรียกเข้าจากคนคนนั้น... คนที่เธอโหยหา แต่หน้าจอกลับปรากฏชื่อของ "เลขานุการส่วนตัว" แทนที่จะเป็นชื่อของนภัส ความผิดหวังถาโถมเข้าใส่จนลินินแทบหายใจไม่ออก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนจะกดรับสาย "ว่ายังไงคะ?" ลินินถามด้วยเสียงแหบพร่า *(คุณลินินคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว)* เสียงปลายสายละลลักละลอกด้วยความตื่นตระหนก *(ทางบริษัทกำลังโดนโจมตีอย่างหนัก หุ้นร่วงดิ่งลงเหวเพราะมีคนปล่อยข่าวลับเรื่องการทุจริตออกไป และ... และตอนนี้ท่านประธานเกิดอาการหัวใจกำเริบต้องหามส่งโรงพยาบาลด่วนค่ะ!)* โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนเคว้งคว้าง ลินินรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำลงบนหัวใจที่แตกสลายอยู่แล้วให้แหลกละเอียดลงไปอีก ข้อมูลลับระดับนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ และหนึ่งในนั้นคือคนที่เพิ่งเดินออกจากชีวิตเธอไป... รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูงราวกับจะแข่งกับเวลา ลินินขับรถด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาที่แห้งเหือดไปกลับเอ่อล้นขึ้นมาอีกระลอก ความสับสน ความโกรธแค้น และความเสียใจตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่านภัสจะหักหลังเธอได้ลงคอ... บอดี้การ์ดสาวผู้เงียบขรึมคนนั้น แท้จริงแล้วเป็นสายลับที่ส่งเข้ามาเพื่อทำลายครอบครัวของเธออย่างนั้นหรือ? เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ลินินวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในโซนห้องฉุกเฉิน ภาพของบิดาที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงเข็นโดยมีแพทย์และพยาบาลล้อมรอบกำลังยื้อชีวิตทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงตรงนั้น เธอพยายามวิ่งเข้าไปหาแต่ถูกพยาบาลกันตัวเอาไว้ "ญาติกรุณารอข้างนอกก่อนนะคะ อาการท่านวิกฤตมากค่ะ!" ลินินยืนพิงผนังกำแพงสีขาวสะอาดอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตาทอดมองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง ไร้ที่พึ่ง และโดดเดี่ยวที่สุดในชีวิต ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงฝีเท้าของบุคลากรทางการแพทย์ที่วิ่งวุ่น สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยร่างหนึ่งยืนอยู่บริเวณมุมมืดสุดทางเดินของบันไดหนีไฟ ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิท กำลังยืนหันหลังให้เธอ... แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าและแผ่นหลังกว้าง แต่นลินินจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลมหายใจของตัวเอง! "นภัส...!" ลินินครางชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับปาฏิหาริย์กำลังเรียกสติเธอกลับคืนมา ร่างสูงชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวลงบันได นภัสหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมหันกลับมามอง ทว่าแผ่นหลังที่ไหววูบเล็กน้อยนั้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายรับรู้การมีตัวตนของเธอ ร่างบางไม่รอช้า เธอรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีแล้ววิ่งปรี่เข้าไปหาร่างนั้นทันที หัวใจพองโตด้วยความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ อย่างน้อยที่สุด... เธอก็ต้องรู้เหตุผลว่าทำไมอีกฝ่ายถึงทำร้ายครอบครัวเธอกับมือ! "นภัส! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ลินินตะโกนลั่นทางเดิน พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของอีกฝ่ายไว้แน่นแล้วกระชากให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน ทว่า... วินาทีที่ร่างนั้นหันกลับมา ดวงตาคู่สวยของลินินก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกレイนีย์! ไม่ใช่... ไม่ใช่นภัส! รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของบุคคลตรงหน้า พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทที่ถูกยกขึ้นมาจ่อตรงหน้าผากเนียนของลินินพอดีในระยะประชิด! "เกมโอเวอร์แล้วค่ะคุณหนู..." เสียงกระซิบเยือกเย็นดังแผ่วมาจากริมฝีปากของ **คีย์** ที่สลัดคราบเพื่อนสมัยเด็กผู้แสนดีทิ้งไปจนหมดสิ้น พร้อมกับนิ้วเรียวที่กำลังจะเหนี่ยวไกส่งกระสุนมรณะเข้าสู่ร่างของเธอในเสี้ยววินาทีนี้! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของยัยคุณหนูกับบอดี้การ์ดตัวแสบในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%