เสียงเบรกของรถสปอร์ตคันหรูดังสนั่นก้องลานจอดรถของสถานีขนส่งใจกลางเมือง เม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาไม่ได้ทำให้หัวใจที่ร้อนรุ่มราวกำลังถูกแผดเผาด้วยไฟนรกของลินินสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวลงจากรถโดยไม่สนใจแม้แต่จะหยิบร่ม คุณหนูผู้ไม่เคยต้องเปียกฝนหรือลำบากตกระกำลำบากที่ไหนในชีวิต ตอนนี้กลับยืนเนื้อตัวเปียกปอนท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมา สายตาคมกวาดมองหาเงาร่างคุ้นเคยที่หายลับไปจากคฤหาสน์ตั้งแต่เมื่อคืน
“นภัส... เธอไปอยู่ไหนกันแน่”
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา ความเย่อหยิ่งและมานะถือดีที่เคยมีถูกพัดหายไปกับสายฝน เหลือเพียงความหวาดกลัวลึกๆ ในอก กลัวว่าผู้หญิงใจแข็งคนนั้นจะหายออกไปจากชีวิตเธอจริงๆ กลัวว่าคำว่า 'บอดี้การ์ดตกอับ' ที่เเคยใช้ค่อนขอด จะกลายเป็นความจริงที่ไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงชัดเจนในความทรงจำ คำพูดตัดพ้อและแววตาสนิทแนบชิดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของนภัส บาดลึกเข้ามาในหัวใจของคนปากแข็งอย่างลินินจนแทบทนไม่ไหว พอตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบแม้แต่เงา ไม่พบแม้กระทั่งเสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัว หัวใจดวงน้อยก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอวิ่งวุ่นตามหาทั่วคฤหาสน์ ก่อนจะพุ่งตัวขึ้นรถขับตามสัญญาณจีพีเอสจากโทรศัพท์มือถือที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน
*ติ๊ง!*
หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือสั่นเตือน พิกัดล่าสุดแสดงผลว่าหยุดนิ่งอยู่ที่บริเวณสถานีรถไฟสายใต้ ลินินไม่รอช้า เธอสาวเท้าวิ่งฝ่าสายฝนไปทันที รองเท้าส้นสูงคู่โปรดเหยียบย่ำลงบนพื้นเปียกแฉะจนทรงตัวแทบไม่อยู่ แต่ความเจ็บปวดที่ข้อเท้ายังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในอก
เมื่อวิ่งเข้ามาถึงชานชาลาที่ผู้คนพลุกพล่าน สายตาก็กวาดมองหาร่างสูงสมส่วนในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำตัวเก่งที่คุ้นตา หัวใจเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดหวั่น ท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่กำลังเร่งรีบเดินทางหนีภัยจากพายุฝน ลินินหมุนตัวมองซ้ายแลขวาอย่างคนเสียสติ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับแผ่นหลังคุ้นเคยที่กำลังยืนรอรถไฟขบวนสุดท้ายกำลังจะเทียบชานชาลา
“นภัส!”
เสียงตะโกนเรียกดังแข่งกับเสียงสายฝนและเสียงประกาศของสถานี ร่างสูงที่กำลังจะก้าวเท้าขึ้นขบวนรถชะงักกึก นภัสค่อยๆ หันกลับมามองตามเสียงเรียกนั้น ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่แววตาที่ไหววับชั่วพริบตากลับฟ้องชัดเจนว่าหัวใจของเธอก็ไม่ได้นิ่งสนิทอย่างที่แสดงออก
ลินินวิ่งเข้าไปหาด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี หอบหายใจจนตัวโยン หยดน้ำฝนผสมกับน้ำตาที่เอ่อรันไหลอาบแก้มเนียนจนแยกไม่ออก มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที คนตรงหน้าจะสลายหายไปกับอากาศธาตุ
“เธอ... เธอคิดจะไปไหน” ลินินเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัดเพราะความเหนื่อยหอบและแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่เต็มอก
“ฉันหมดหน้าที่ตรงนั้นแล้วค่ะ คุณหนูควรกลับไปพักผ่อนนะคะ ฝนตกหนัก เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” นภัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประชดประชัน แต่มันกลับกรีดแทงหัวใจของคนฟังให้แหลกละเอียดลงไปอีก
“หน้าที่เหรอ? ฉันไม่เคยสั่งให้เธอไปไหนสักหน่อย!” ลินินตวาดกลับเสียงสั่น ความซึนและทิฐิที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่า มือที่กำแขนเสื้ออีกฝ่ายไว้จิกแน่นขึ้นจนขึ้นข้อขาว “ใครอนุญาตให้เธอลาออก ใครอนุญาตให้เธอหนีฉันไปแบบนี้ ห้ะ!”
นภัสถอนหายใจออกมาเบาๆ สายตาคมกริบมองสำรวจคุณหนูตัวร้ายที่ตอนนี้เนื้อตัวเปียกชุ่ม ชุดเดรสแนบเนื้อจนน่ากลัว ปลายจมูกรั้นและริมฝีปากแดงก่ำสั่นระริกด้วยความหนาวเหน็บและความโกรธขึง ความอ่อนแอที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนี้ ทำให้หัวใจของบอดี้การ์ดสาวยวบยาบลงในทันที แต่ทิฐิในฐานะคนที่ถูกผลักไสเมื่อคืนก็ยังคงค้ำคออยู่
“ฉันไม่ใช่คนรับใช้ของคุณหนูนะคะ... และฉันก็ทนอยู่ตรงนั้น ในฐานะที่ต้องคอยรองรับอารมณ์เอาแต่ใจของคุณหนูไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” คำพูดเชือดเฉือนถูกพ่นออกมาอย่างใจร้าย ทั้งที่ในใจเจ็บปวดไม่แพ้กัน “ปล่อยเถอะค่ะ รถไฟกำลังจะออกแล้ว”
นภัสพยายามแกะมือเรียวออกจากแขนของตัวเอง แต่ลินินกลับยิ่งกอดรัดแน่นขึ้น ปล่อยโฮออกมาอย่างไร้ฟอร์ม ไม่เหลือมาดคุณหนูผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไป
“ไม่ปล่อย! ถ้าเธอไป ฉันก็จะไป2คนนี้ด้วย! ถ้าเธอคิดจะทิ้งฉันไว้ที่นั่นคนเดียว เธอก็ต้องแบกฉันไปตายดาบหน้าด้วยกันนี่แหละ!” ลินินตะโกนลั่นอย่างเหลืออด น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย “คนใจร้าย... เธอรู้ไหมว่าฉันหากลัวแค่ไหนที่ตื่นมาแล้วไม่เจอเธอ... คนบ้า!”
นภัสชะงักงันเมื่อเห็นน้ำตาของคนตรงหน้า หัวใจที่ตั้งใจจะแข็งกระด้างพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก มือแกร่งที่เคยตั้งใจจะสะบัดออก เปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบประคองร่างบางที่กำลังสั่นเทาเข้าหาอ้อมอกแทนอย่างลืมตัว ไออุ่นจากร่างกายของนภัสแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชุ่ม ลินินซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง สะอื้นฮักจนตัวโยโย่
“คุณหนู... ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ” นภัสกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงดุๆ เจือความอ่อนโยนและตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มที่เปียกชุ่มอย่างทะนุถนอมโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนชานชาลาอีกต่อไป
“ฉันไม่ได้ดื้อ... ฮึก... เธอนั่นแหละที่ใจร้าย” ลินินทุบกำปั้นเล็กๆ ลงบนอกแกร่งระรัว ระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มี “บอกว่าจะดูแลฉัน... แต่ทำไมถึงทิ้งฉันไว้คนเดียว... คนโกหก!”
“ฉันไม่ได้โกหกค่ะ...” นภัสก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง “ฉันแค่คิดว่า... การไม่มีฉันอยู่ใกล้ๆ อาจจะทำให้คุณหนูมีความสุขมากกว่า”
“ใครบอกเธอ! ใครเป็นคนสั่งให้เธอบ้าแบบนี้!” ลินินเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่ง ดวงตากลมโตแดงก่ำจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมของบอดี้การ์ดสาว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนระอุ “ไม่มีวันนั้นห้ามพูดคำนี้อีกนะ นภัส... ฉันสั่งเธอได้ยินไหม!”
นภัสจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาและหยดน้ำฝน ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างน่ารัก ความรู้สึกโหยหาและรักใคร่ที่อัดแน่นจนล้นอกทำให้เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกปรอยออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นมานาน
“ถ้าฉันไม่ไป... แล้วคุณหนูจะยอมเลิกเอาแต่ใจแล้วฟังฉันบ้างไหมคะ” นภัสเอ่ยถามเสียงนุ่ม แววตาเป็นประกายวับวับในความสลัวของชานชาลาที่สายฝนยังคงโปรยปราย
“ฉัน... ฉันจะพยายาม” ลินินหลบสายตาคู่นั้นวูบหนึ่งด้วยความเขินอาย แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเสื้อของอีกฝ่าย
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงผู้คนรอบข้างจางหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน เคมีอันตรายและแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนน่าใจหาย นภัสโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน ลินินหลับตาลงพริ้ม รอคอยสัมผัสอุ่นที่โหยหา
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแนบชิดกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนยับเยิน
“ลินิน! คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!”
เสียงทุ้มคุ้นหูที่แสนน่ารำคาญดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
นภัสชะงักและผละตัวออกจากลินินอย่างเสียดาย ดวงตาคมตวัดมองข้ามไหล่ของคุณหนูไปยังผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันและรัศมีอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาทันที
ในขณะที่ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปมองก็พบกับใบหน้ากวนประสาทของเพื่อนสมัยเด็กที่เธอเกลียดแสนเกลียดกำลังยืนส่งยิ้มระรื่นมาให้
“คีย์... นายมาทำอะไรที่นี่!” ลินินอุทานออกมาด้วยความหงุดหงิด
คีย์กวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันท่ามกลางสายฝนด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ. ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงในติดปลายนวม
“ก็แค่บังเอิญผ่านมา... แต่ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะ นึกไม่ถึงเลยว่าคุณหนูคนสวยจะลดตัวมาตามหาบอดี้การ์ดตกอับถึงสถานีรถไฟชนบทแบบนี้... สนุกดีนี่นา ว่าไหมล่ะ นภัส?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ!
คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 30
ตามหาหัวใจที่หล่นหาย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!