คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 31

น้ำตาของคนซึน

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ก็แค่บังเอิญผ่านมา... แต่ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะ นึกไม่ถึงเลยว่าคุณหนูคนสวยจะลดตัวมาตามหาบอดี้การ์ดตกอับถึงสถานีรถไฟชนบทแบบนี้... สนุกดีนี่นา ว่าไหมล่ะ นภัส?” น้ำเสียงหยันเยาะของคีย์ดังแทรกผ่านความเงียบงันของชานชาลาที่ถูกละอองฝนโปรยปรายลงมาบางเบา นภัสไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนเก่าคนนั้น สายตาคมกริบของบอดี้การ์ดสาวถูกตรึงไว้กับร่างบางของคุณหนูตระกูลสูงที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ลินินในยามนี้ช่างแตกต่างจากคุณหนูผู้เย่อหยิ่งคนเดิมที่เธอรู้จักโดยสิ้นเชิง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววทินงนและดื้อรั้น บัดนี้กลับแดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามจะสะกดกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต “เธอ... มาทำไมที่นี่” เสียงหวานที่มักจะเชิดใส่เธอเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ลินินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด มือเรียวเล็กกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองไว้เสียแน่นราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่จะเหนี่ยวรั้งความเปราะบางในใจไม่ให้พังทลายลงตรงหน้า นภัสก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล ท่ามกลางสายตาที่มองมาอย่างนึกสนุกของคีย์ บอดี้การ์ดสาวถอดเสื้อโค้ทกันหนาวของตนเองออกอย่างไร้ความลังเล แล้วนำมาคลุมไหล่ให้คนที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บและแรงอารมณ์ “คุณหนูคะ...” นภัสเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกครั้ง ซ่อนความดุและความกระด้างไว้ภายใต้ความห่วงใยที่ทะลักล้นจนเกินควบคุม “ทำไมถึงทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้รู้ตัวไหมคะ? รถไฟเที่ยวสุดท้ายหมดไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้ว ถ้าฉันมาไม่เจอ... คุณจะไปอยู่ที่ไหนฮึ?” คำถามนั้นไม่ใช่การต่อว่า แต่มันคือหยาดน้ำที่รินรดลงบนกองไฟแห่งความวิตกกังวลที่ลินินแบกรับไว้คนเดียวตลอดทั้งวัน ความโดดเดี่ยว ความกลัว และความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับสัปดาห์พังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น “ฮຶ... ฮือ...” เสียงสะื้นไหวดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง ลินินปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนอย่างไม่คิดจะยกมือขึ้นเช็ดมันอีกต่อไป ความซึน ความหยิ่งทระนง หรือมาดคุณหนูจอมวายร้าย ถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น ร่างบางโถมเข้าซบกับอกแกร่งของบอดี้การ์ดสาวโดยสัญชาตญาณ แขนเรียวเรียวสั่นเทากอดเอวบางของนภัสไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างราวกับเด็กน้อยที่หลงทางแล้วเจอ นภัสชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจในอกกระหน่ำเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก มือหนาที่เคยจับแต่ปืนและปกป้องนายจ้าง ค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางที่กำลังสั่นสะท้านไว้อย่างทะนุถนอม ลูบเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ท่ามกลางความตกตะลึงของคีย์ที่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากใบหน้า “ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้นี่นา...” ลินินสะอื้นฮัก พูดพلعอุดอู้ติดกับเสื้อของนภัส “ก็เธอมัน... คนบ้า! จู่ๆ ก็หายไป ทิ้งฉันไว้คนเดียว... ทำไมต้องใจร้ายขนาดนี้ด้วยเล่า!” “ฉันไม่ได้ใจร้ายสักหน่อยค่ะ” นภัสกระซิบตอบเสียงนุ่ม ริมฝีปากหยักได้รูปกดจูบเบาๆ ลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างลืมตัว ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อรู้ว่าการหายตัวมาทำภารกิจลับของเธอ สร้างความหวาดกลัวให้คนในอ้อมแขนมากแค่ไหน “ฉันแค่... มีเรื่องจำเป็นต้องเคลียร์ให้จบ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกไงคะ” “ฉันไม่สนใจเรื่องอื่นทั้งนั้นแหละ!” ลินินเงยหน้าขึ้นมาสบตา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำและชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตา แต่มันกลับเปล่งประกายความดื้อรั้นที่เจือไปด้วยความตัดพ้ออย่างน่าเอ็นดู “ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ฉันจะอยู่ยังไงเล่า ยัยบอดี้การ์ดงี่เง่า!” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ทำให้นภัสถึงกับนิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกอิ่มเอมที่ยากจะบรรยาย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของบอดี้การ์ดสาว เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักจนแทบจะปิดไม่มิด “เป็นห่วงฉันเหรอคะ... คุณหนู” นภัสแกล้งกระเซ้าด้วยน้ำเสียงเจือแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เพื่อกลบเกลื่อนความซาบซึ้งที่กำลังเอ่อล้น “ใครเป็นห่วงเธอฟะ! อย่าเข้าข้างตัวเองนักเลย!” ลินินรีบสะบัดหน้าหนี ทำท่าจะผละออกด้วยความเขินอายเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรน่าอายออกไป แต่มีหรือที่นภัสจะยอมปล่อย มือแกร่งกระชับกอดเอวบางให้แน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูจนคนตัวเล็กขนลุกซู่ “ปากแข็งจังนะคะ ระวังเถอะ... ถ้ายังไม่ยอมรับความจริงตอนนี้ ฉันอาจจะทำโทษคุณหนูตรงนี้จริงๆ ด้วยนะ” “นี่เธอ... อื้อ!” ยังไม่ทันที่ลินินจะได้ต่อว่า คำพูดทั้งหลายก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อนภัสฉวยโอกาสกดริมฝีปากลงมาประกบปิดเรียวปากบางที่กำลังพقพำไม่หยุด ความนุ่มนวลและลึกซึ้งแทนที่ความอื้ออึงในบรรยากาศรอบตัว ละอองฝนที่โปรยปรายราวกับกลายเป็นฉากหลังของโลกใบนี้ที่มีเพียงแค่คนสองคน “แหม... สวีทกันซะจริงนะ จนฉันรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินเลยล่ะ” เสียงปรบมือดังแปะๆ ขัดจังหวะความหวาน พร้อมกับเสียงทุ้มของคีย์ที่ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กคนนั้น “แต่น่าเสียดายนะนภัส... ความสุขมันมักจะอยู่ได้ไม่นานหรอก โดยเฉพาะเมื่อ ‘คนจากเบื้องบน’ เขาไม่ได้อยากให้แกมีความสุขตั้งแต่แรก” นภัสผละริมฝีปากออกจากลินินอย่างไม่สมาทานนัก แต่ร่างสูงยังคงใช้แขนข้างหนึ่งโอบไหล่บางเอาไว้เพื่อปกป้อง สายตาคมกริบหันไปจ้องมองคีย์ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “แกหมายความว่ายังไง” นภัสเอ่ยเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที คีย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเปิดหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนบางอย่างโชว์หราให้เห็นเด่นชัด “ก็หมายความว่า... ตอนนี้ คำสั่งจับตายแก ถูกส่งมาถึงมือฉันเรียบร้อยแล้วน่ะสิ!” ดวงตาของนภัสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากจะดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดรอบสถานีรถไฟชนบท ร่างเงาสีดำหลายร่างปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือปิดล้อมทุกทางหนีเอาไว้หมดแล้ว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความซึนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%