"ถอยไปค่ะคุณคีย์... ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะมายืน"
เสียงหวานติดจะห้วนเล็กน้อยเอ่ยขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อสูทเนื้อดีของนภัส เป็นการส่งสัญญาณเตือนกลายๆ ว่าคุณหนูตัวร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าผู้หวังดีเลยสักนิด
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมระเบียงทางเดินกว้างหน้าห้องรับรอง แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟผนังขับให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งชวนอึดอัด คีย์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ยามนี้บึ้งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมกวาดมองมือของลินินที่ยังคงเกาะกุมแขนของบอดี้การ์ดสาวคนสนิทด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งริษยา ขัดเคือง และไม่เข้าใจ
"ลินิน... เธอกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวไหม" คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามคุมน้ำให้อยู่ในระดับสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่บอดี้การ์ดรับจ้าง เธอลืมฐานะของตัวเองไปแล้วหรือไง ถึงได้เอาตัวเข้าไปคลุกคลีกับคนระดับนี้จนตกเป็นขี้ปากคนอื่นเขาน่ะ"
"ปากระวังหน่อยนะคะคุณคีย์" นภัสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นยะเยือกจนคนฟังต้องสันหลังวาบ ร่างสูงโปร่งก้าวขยับบังตัวลินินให้พ้นจากรัศมีสายตาคุกคามนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ "คำก็บอดี้การ์ด สองคำก็คนรับจ้าง... แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะคะว่าสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องส่วนตัว เป็นของ 'คุณลินิน' ไม่ใช่คุณค่ะ"
"นภัส..." ลินินพึมพำเบาๆ พร้อมกับออกแรงบีบท่อนแขนแกร่งนั้นแน่นขึ้นอีกนิด เชิงปรามไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ แม้ในใจลึกๆ จะแอบกระMútปากสะใจกับคำพูดตอกกลับของอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อยก็ตามที
คีย์หัวเราะในลำคอ สีหน้าเยาะหยันฉายชัดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด "หึ... ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ หรือว่าจริงๆ แล้วที่เธอคอยตามติดเป็นเงาตามตัว ไม่ใช่เพราะหน้าที่อารักขา... แต่เพราะติดใจความสัมพันธ์ที่มันก้าวล้ำกว่านายจ้างกับลูกจ้างกันแน่ล่ะ"
เพล้ง!
ความรู้สึกบางอย่างขาดผึ่งลงในอก นภัสไม่แม้แต่จะกะพริบตา รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งนั้นพุ่งทะยานจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน มือเรียวหนาที่ปกติมักจะสงบนิ่งทาบอยู่ข้างลำตัวยามนี้กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ทว่า ก่อนที่บอดี้การ์ดสาวจะได้พุ่งตัวเข้าไปสั่งสอนปากดีๆ ของคุณชายตระกูลใหญ่ ลินินกลับเป็นฝ่ายก้าวออกมาจากด้านหลัง ร่างบางสะบัดหน้าเชิดขึ้นด้วยความถือดี ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ดุจแมวป่าที่กำลังพองขนปกป้องอาณาเขต
"แล้วมันทำไมคะ?"
น้ำเสียงใสเอ่ยถามออกไปอย่างไร้ความเกรงกลัว เล่นเอาคีย์ถึงกับชะงักค้าง อ้าปากพะงาบๆ เหมือนคนพูดไม่ออก ส่วนนภัสเองก็หันขวับมามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
"ลินิน... เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า" คีย์ถามเสียงสั่นพร่า ร่องรอยความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเจอสายตาและคำตอบที่ไร้ความเกรงใจจากหญิงสาว
"ฉันพูดภาษาไทยนะคะคุณคีย์ หรือว่าหูมีปัญหาจนต้องให้ฉันแปลให้ฟังเป็นภาษาละตินอีกรอบไหมล่ะคะ" ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทางเย่อหยิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นนั้นช่างบาดตาบาดใจคนมองเสียเหลือเกิน "ต่อให้ฉันจะมีความสัมพันธ์แบบไหนกับนภัส มันก็เรื่องของฉัน เงินก็เงินฉัน ชีวิตก็ชีวิตฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสิน หรือเอาหน้าตาทางสังคมจอมปลอมนั่นมาสั่งสอนฉันคะ"
"เธอเปลี่ยนไปมากนะลินิน ตั้งแต่มีผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิต เธอก็กลายเป็นคนก้าวร้าว ไม่ฟังใครเลย!"
"ใช่ค่ะ! ฉันเปลี่ยนไป และฉันก็ชอบตัวเองในตอนนี้มากกว่าตอนที่ต้องมานั่งปั้นหน้าปลอมๆ เพื่อเอาใจคนอย่างคุณด้วยซ้ำ!" ลินินสวนกลับเสียงกร้าว ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้แก้ตัว "เพราะฉะนั้น กรุณาถอยไปค่ะ แล้วก็จำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า อย่ามาล้ำเส้นชีวิตฉันอีกเป็นครั้งที่สอง"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง คีย์ยืนหน้าชา ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ สายตาคมกริบเหลือบมองนภัสที่ยืนนิ่งสงบแต่แฝงความเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าหนีและสาวเท้าเดินจากไปอย่างหัวเสีย ทิ้งเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สะท้อนก้องไปตามทางเดินยาว
เมื่อแผ่นลับตาของแขกไม่ได้รับเชิญหายลับไป บรรยากาศรอบตัวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำระลอกใหญ่ที่กำลังซัดสาดอยู่ในอกของคนทั้งคู่
นภัสถอนหายใจออกมาเบาๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดลง ร่างสูงหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงยืนกอดอกเชิดหน้าอยู่ แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งและดุดัน แต่ถ้านภัสสังเกตให้ดี มือเรียวคู่นั้นที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกลับสั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า
"เมื่อกี้... คุณพูดจริงเหรอคะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้น นภัสโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกับลินิน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ค้นหาความจริงจังที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีพยศ
ลินินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจู่โจมด้วยคำถามตรงไปตรงมา แก้ว Nuan เนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวเบือนหน้าหนีไปมองผนังห้องด้านข้างแก้เขิน
"พ... พูดอะไรของเธอเล่า ฉันก็แค่รำคาญตาตาคีย์เขา ก็เลยพูดตัดรำคาญไปเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดให้มากนักเลยนะนภัส" น้ำเสียงที่พยายามทำเป็นแข็งกร้าว แต่วรรคท้ายกลับแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ช่างสวนทางกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำอย่างสิ้นเชิง
นภัสอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น ทำให้ลินินถึงกับใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวลอยมาแตะจมูก
"อ๋อ... แค่พูดตัดรำคาญสินะคะ งั้นที่บอกว่าชอบตัวเองในตอนนี้ที่มีฉัน... อันนั้นก็คงแค่พูดส่งเดชเหมือนกันสินะคะคุณหนู" นภัสแกล้งเอ่ยแซובה น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยอย่างที่คนตัวเล็กไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
"นี่เธอ! อย่ามาทำเป็นลอยหน้าลอยตานะ!" ลินินหันขวับกลับมาต่อhọ กwวดยกมือขึ้นชี้หน้าคาดโทษ แต่เพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไป ทำให้ปลายนิ้วเรียวแทบจะจิ้มเข้ากับปลายจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่ายพอดี "ฉันจะพูดอะไรมันก็สิทธิ์ของฉัน ทำไม? กลัวว่าฉันจะพูดจริงแล้วเธอจะลอยขึ้นสวรรค์หรือไงยะ"
"ถ้าเป็นเรื่องจริง... ต่อให้ให้ลอยไปถึงดาวอังคาร ฉันก็ยอมค่ะ" นภัสตอบหน้าตาย แต่ประกายในดวงตากลับพราวระยับด้วยความคลั่งรักที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด
ลินินรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเพื่อระบายความเก้อเขิน
ยัยบอดี้การ์ดบ้านี่... นับวันยิ่งต่อปากต่อคำเก่งขึ้นเรื่อยๆ แถมยังชอบใช้สายตาแบบนั้นมองมาอีก ให้ตายสิ!
"ใครเขาจะไปยอมเป็นแฟนเธอกัน ฝันไปเถอะยัยบอดี้การ์ดตกอับ!" ลินินเชิดหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งๆ ที่มุมปากแอบยกยิ้มขึ้นอย่างปิดไม่มิด
นภัสไม่ได้โต้เถียง ร่างสูงเพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน มือหนาเอื้อมออกไปเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นๆ ที่ปลายนิ้วทำให้ลินินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ
"ถ้าไม่อย่างนั้น..." นภัสโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยความรู้สึกจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใน "ที่เราเถียงกันมาทั้งหมด... เปลี่ยนมาเป็น 'สัญญาใจ' ระหว่างเราสองคน... แบบไม่เป็นทางการ... ดีไหมคะ"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจหยุดเต้นไปชั่ววินาทีเมื่อได้ยินข้อเสนอที่ไม่คาดคิด
ลินินแหงนหน้าขึ้นสบตากับนภัส ท่ามกลางความเงียบสงบของระเบียงทางเดินในยามวิกาล ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม มีเพียงสายตาที่ประสานกันอย่างสื่อความหมาย และความรู้สึกวูบไหวในอกที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่ามันเกินเลยคำว่า "นายจ้างกับบอดี้การ์ด" ไปไกลโขแล้ว
มือเรียวเล็กยื่นออกไปคว้าชายเสื้อสูทของนภัสไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
ทว่า ในจังหวะที่ลินินกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบรับที่ติดอยู่ริมฝีปาก...
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของนภัสก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาทำลายบรรยากาศโรแมนติกในเสี้ยววินาทีนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ
นภัสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด มือหนาควานหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ ตั้งใจจะกดตัดสายทิ้งแล้วหันมาเคลียร์ธุระหัวใจต่อให้เสร็จสิ้น
แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาคมกริบก้มลงมองหน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้า ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความสุขเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดในพริบตาเดียว
ลินินสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจที่ไม่ดีนัก
"ใครโทรมาเหรอ..." หญิงสาวเอ่ยถามเสียงแผ่ว
นภัสเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่คมที่มักจะมั่นคงเสมอ กลับไหววูบและเต็มไปด้วยความลังเลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"คุณลินิน..." นภัสเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของลินินหยุดหมุนลงตรงนั้น
"สายจาก... ทางโรงพยาบาลค่ะ... เรื่องของ 'เขา' คนนั้น..."
________________________________________
*รี้ดเดอร์คะ... อย่าเพิ่งปาหมอนใส่ไรต์นะคะ! ฮือออ ใครโทรมาขัดจังหวะความฟินเนี่ย! ตามมาลุ้นต่อในตอนหน้ากันนะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดอกเดซี่ริมทางขอส่งกำลังใจให้คุณหนูกับยัยโบ้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะคะ!* 🌸✨
คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 23
สัญญาใจฉบับใหม่
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!