เสียงกระดาษราคาแพงถูกกรีดผ่านปลายนิ้วเรียวสวยดัง *แคว่ก* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานสีโมเดิร์นคุมโทน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าเจือจางลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่ากลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดนี้น่าอภิรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"อ่านให้ละเอียดทุกตัวอักษรนะคะ นภัส... ฉันไม่ได้จ้างคุณมาเป็นแค่คนขับรถหรือตุ๊กตารับแขกหน้ารถเบนซ์ แต่ฉันจ้างคุณมาเพื่อ ‘ปิดปาก’ และ ‘กันเสือก’ พวกหมาป่าที่จ้องจะทึ้งฉัน"
ลินินเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบอดี้การ์ดสาวที่ยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนอยู่เบื้องหน้า ร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมเข้ารูปนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ท่าทีเย่อหยิ่งและสายตาที่มองลอดแพขนตางอนงามคู่นั้นเต็มไปด้วยความกดดันที่ตั้งใจส่งตรงไปถึงอีกฝ่าย
นภัสไม่สะทกสะท้านกับท่าทีคุกคามนั้นแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววราบเรียบ เย็นชา และดื้อรั้นในคราวเดียวกัน เธอยกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ถ่วงเวลาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจ
"กฎสามข้อที่เขียนไว้บนกระดาษแผ่นนั้น... ดูท่าทางคุณหนูคงจะกลัวฉันจะล้ำเส้นจนนอนไม่หลับสินะคะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่นิดๆ เล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่ระบายยิ้มบางเบาอย่างเหนือกว่า
"ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว ห้ามถามคำถามนอกเหนือเรื่องงาน และห้าม... เข้าใกล้ฉันในระยะประชิดเกินหนึ่งเมตร ยกเว้นยามคับขัน" ลินินทวนข้อตกลงเสียงแข็ง ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี ทั้งที่หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกยามที่นภัสก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนเกือบจะผิดกฎข้อที่สามเสียเอง
"ข้อสุดท้ายนี่น่าสนใจที่สุดนะคะ..." นภัสแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสดชื่นเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูกจนลินินต้องเผลอกลั้นหายใจ "ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ แบบว่า... มีคนคิดจะเอาชีวิตคุณหนูขึ้นมา... ฉันจะยังมีเวลามานั่งวัดบรรทัดนึกถึงกฎบ้าๆ นี่เหรอคะ?"
"นภัส! ถอยไปนะ!" ลินินสะดุ้งสุดตัว รีบดันอกเสื้อสูทของอีกฝ่ายให้ออกห่าง พวงแก้มเนียนใสซับสีเรื่อขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะต่อว่าแต่ดวงตากลับไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ผสมผสานกับความวูบไหวประหลาด
"ฉันก็แค่อ่านทวนให้แน่ใจว่าฉันจำได้ขึ้นใจค่ะ คุณหนูไม่ต้องกลัวหรอกนะคะว่าฉันจะไปพิศวาสอะไรคุณนักหนາ งานก็คืองาน... เงินเดือนหลักล้านของคุณหนูคุ้มค่าพอที่จะทำให้ฉันทำตามกฎพวกนี้อยู่แล้ว" คำพูดประชดประชันที่แฝงด้วยความจริงจังนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของลินินอย่างจัง
หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างแน่น ความรู้สึกน้อยใจพุ่งพล่านขึ้นมาจนต้องรีบควAปากกาหมึกซึมราคาแพงมากระแทกลงบนกระดาษสัญญาเสียงดังลั่น
"เซ็นซะ! แล้วไสหัวไปเตรียมรถ ฉันมีนัดกินข้าวกับเพื่อนสนิทที่คาเฟ่กลางเมืองตอนบ่ายนี้ และจำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า ห้ามทำตัวน่ารำคาญเด็ดขาด!"
นภัสแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูท่าทางพยศเหมือนแมวป่าตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บขู่ เธอยื่นมือไปหยิบปากกาด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปในเอกสารอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองเจ้าของห้องที่กำลังหายใจฮึดฮัดด้วยความขัดเคือง
"เรียบร้อยค่ะ เจ้านาย" บอดี้การ์ดสาวยื่นเอกสารคืนให้ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่ลินินเคยเจอมาในชีวิต "หวังว่าคุณหนูจะรักษา ‘กฎ’ ของตัวเองได้ดีเท่าที่ปากพูดนะคะ"
พูดจบ นภัสก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ลินินยืนกำมือแน่นอยู่ลำพัง ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธที่ระคนความหงุดหงิดแปลกประหลาด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรยากาศภายในคาเฟ่สไตล์มินิมอลสุดหรูกลางกรุงคราคร่ำไปด้วยผู้คน ลินินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเบาะกำมะหยี่สีเอิร์ธโทน มือเรียวกำแก้วกาแฟเย็นในมือแน่น สายตากวาดมองไปรอบร้านด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนที่ประตูร้านจะเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามา
"รอนานไหมครับคนสวย"
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ลอยมาแตะจมูก คีย์ เพื่อนสมัยเด็กที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงก้าวเข้ามาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มพราวเสน่ห์ถูกส่งมาให้พร้อมสายตาที่พยายามแสดงความห่วงใยเกินงาม
"ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าคุณไม่มาสายเหมือนเคย" ลินินตอบเสียงเรียบ พยายามปั้นหน้าเฉยเมยใส่ชายหนุ่ม
"โธ่ลินินครับ ผมติดธุระสำคัญจริงๆ นี่นา... ว่าแต่... ยายบอดี้การ์ดคนใหม่ที่คุณพ่อหามาให้ ดูท่าทางจะเก่งกาจถึงขนาดต้องยืนเฝ้าอยู่หน้าร้านเลยเหรอครับเนี่ย?" คีย์เหลือบสายตาออกไปมองนอกกระจกใส ซึ่งมีร่างสูงโปรดของนภัสยืนกอดอกพิงเสาหน้าร้านด้วยท่าทางทะมัดทะแมงและดุดัน
ลินินขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะอ้าปากตอกกลับเพื่อนสนิทที่ชอบก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว แต่ทว่า... จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ
ประตูคาเฟ่ถูกผลักเปิดอีกครั้งอย่างแรง เสียงกระดิ่งลมสั่นกังวานลั่นร้าน ตามมาด้วยฝีเท้าหนักแน่นของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทที่เดินตรงดิ่งเข้ามาในโซนที่พวกเธอนั่งอยู่ ดวงตาของพวกมันกวาดมองมาที่ลินินด้วยรังสีอำมหิตที่ปิดไม่มิด
คีย์ผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าถอดสีด้วยความตกใจ "พวกคุณเป็นใคร? ต้องการอะไร?!"
หนึ่งในชายชุดดำไม่ตอบคำถาม มันชักมีดพับเล่มยาวออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพุ่งตรงเข้ามาหาลินินที่ยังคงนั่งแข็งค้างอยู่บนโซฟาด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก!
"กรี๊ด!" เสียงกรีดร้องของลูกค้าคนอื่นในร้านดังสนั่น
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ก่อนที่คมมีดจะทันได้เฉียดเข้าใกล้ร่างของลินิน ประตูกระจกด้านข้างก็แตกกระจายเสียงดังสน่าง!
ร่างเพรียวบางของนภัสพุ่งทะยานเข้ามาเหมือนเสือชีตาร์ที่กระโจนเข้าใส่เหยื่อ รองเท้าหนังคอมแบตกระแทกเข้าที่ใบหน้าของชายชุดดำคนแรกเต็มแรงจนหงายหลังล้มตึงไปกับพื้น ก่อนที่เธอจะหมุนตัวคว้าข้อมือของคนที่ถือมีดบิดกลับด้วยความเร็วแสงจนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ
"บอกแล้วไงคะ..." เสียงกระซิบเย็นเยียบกระซิบลอดไรฟันของนภัสข้างหูของลินิน ที่ตอนนี้ถูกมือแกร่งดึงรั้งเข้าสู่อ้อมกอดเพื่อปกป้องอย่างมิดชิด จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งไร้ช่องว่าง
ดวงตาคมกริบของบอดี้การ์ดสาวตวัดกลับไปมองหน้าคนบุกรุก ก่อนจะก้มลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของคุณหนูจอมพยศที่ตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขน
"ว่าอย่าไว้ใจใคร... แม้แต่ไอ้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามคุณเมื่อกี้ด้วยซ้ำค่ะ คุณหนู"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ♡ - ดอกเดซี่ริมทาง
คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ไม่น่ารอด
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!