กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าราคาแพงระยับอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายความคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนอยู่ใกล้เกินความจำเป็น... เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกของลินินดังจนเธอเกรงว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมัน
"เกิดอะไรขึ้นทำไมเสียงดังลั่นห้องขนาดนี้... หรือว่าความลับที่ฉันให้เธอไปสืบ มันกำลังจะแตกเข้าจริงๆ แล้วล่ะยัยบอดี้การ์ดตกอับ?"
น้ำเสียงเย้ยหยันเจือความร้อนรนของคีย์ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบที่น่าอึดอัด นภัสไม่ได้เบือนสายตาหนีจากใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามซ่อนความสั่นเครือของคุณหนูจอมวายร้าย แม้ว่ารายงานในมือจะยับยู่ยี่ด้วยแรงกำของลินินจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม แต่นภัสก็ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่พร้อมรับทุกแรงกระแทกจากคนตรงหน้า
"ออกไป..." ลินินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศตอนนี้กลับแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไป "ฉันบอกให้คีย์ออกไปก่อนไงเล่า! หรือหูหนวกจนฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไง!"
คีย์ยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ดวงตาแพรวพราวระคนสมเพชส่งไปยังนภัสแวบหนึ่ง ก่อนจะยอมหมุนตัวเดินถอยหลังออกไปช้าๆ พร้อมกับทิ้งประโยคบาดหูไว้เบื้องหลัง "ระวังหน่อยนะลินิน เลี้ยงสุนัขไว้ข้างกาย ระวังมันจะแว้งกัดเอาสักวัน... ด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนเก่า"
ปัง!
ประตูห้องนอนถูกปิดลงสนิทพร้อมๆ กับความอดทนเส้นสุดท้ายของลินินที่ขาดผึ่งลง บรรยากาศภายในห้องกว้างใหญ่กลับมาเงียบงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้อนของหญิงสาวสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด
นภัสก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว มือเรียวหนาที่ผ่านการฝึกฝนการต่อสู้มาโชกโชนยื่นออกหมายจะแตะลงบนไหล่บางที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธ
"คุณหนูคะ... คือเรื่องเอกสารใบนั้น มันไม่ใช่-"
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"
ลินินปัดมือนภัสออกสุดแรงด้วยความรังเกียจ น้ำตาที่อดกลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือของตัวเอง เธอยกนิ้วขึ้นชี้หน้านภัส ปลายเล็บสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลมพายุ "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครวะนภัส? แค่บอดี้การ์ดรับจ้างกระจอกๆ ที่ฉันจ้างมาคุ้มกะลาหัว แต่เธอกล้าดียังไงถึงแอบไปรู้เรื่องพวกนั้น... แถมยังไปไหนมาไหนกับคีย์โดยที่ฉันไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!"
นภัสชะงักค้าง ดวงตาสีนิลคมกริบไหววูบชั่วขณะ ความน้อยใจพุ่งพล่านขึ้นมาจุกอก แต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทเหมือนทุกครั้ง "ฉันไม่ได้แอบ... และเรื่องที่ไปกับคุณคีย์ มันเป็นคำสั่งของ-"
"โกหก!" ลินินตะคอกใส่หน้าจนเสียงแหบพร่า ความหึงหวงที่ก่อตัวเป็นก้อนแข็งอยู่ในอกตั้งแต่เห็นภาพในซองเอกสารเมื่อครู่ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นถ้อยคำทำร้ายจิตใจเพื่อป้องกันตัวเอง "เธออยากไปซะล่ะสิ! อยากไปอยู่กับผู้ชายเพอร์เฟกต์คนนั้นมากกว่ามายืนเป็นทาสรองรับอารมณ์ของคุณหนูเอาแต่ใจคนนี้ใช่ไหมล่ะ!"
"ลินิน..." นภัสเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบ and เจ็บปวดลึกในอก คำพูดห้วนสั้นไร้หางเสียงหลุดออกมาเมื่อสติเริ่มหลุดลอย "ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น..."
"แล้วเธอคิดแบบไหนฮะ!" ลินินระเบิดเสียงสะอื้นออกมาอย่างไม่เหลือมาดคุณหนูผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไป มือเล็กๆ ทุบลงบนแผ่นอกแกร่งของนภัสครั้งแล้วครั้งเล่า "เธอทำตัวเหมือนแคร์ฉัน แต่ลับหลังเธอก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ ทำตัวเหมือนฉันเป็นแค่ตัวตลกในสายตาเธอ! ออกไปจากชีวิตฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ นภัส!"
นภัสยืนรับแรงทุบตีเหล่านั้นโดยไม่คิดจะปัดป้อง หัวใจข้างซ้ายเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง คำว่า 'ออกไป' จากปากคนที่เธอแอบรักหมดหัวใจ มันมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงยิ่งกว่ากระสุนปืนนัดไหนๆ ในโลกนี้
"คุณหนูไล่ฉัน... เพราะเรื่องนี้จริงๆ น่ะหรือคะ" นภัสเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาด้วยความอาลัยอาวรณ์
"ใช่! ฉันไล่เธอ เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าคนทรยศอย่างเธออีกต่อไปแล้ว!" ลินินแค่นยิ้มหยันทั้งน้ำตา ดวงตาคู่นั้นจ้องมองนภัสด้วยความว่างเปล่าที่บาดลึก "เก็บกระเป๋าแล้วไสหัวไปซะ! ก่อนที่ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและไล่ออกอย่างอัปยศ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นฮักเบาๆ ของลินินที่พยายามกลั้นใจไม่ให้ดูอ่อนแอไปมากกว่านี้ นภัสหลุบตาลงมองพื้นพรมราคาแพงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังออกห่างจากร่างบางทีละก้าว... ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับคนหมดแรงจะก้าวเดิน
"เข้าใจแล้วค่ะ... ถ้าการไปจากตรงนี้ มันทำให้คุณหนูสบายใจขึ้น"
น้ำเสียงทุบต่ำที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบจนน่าใจหาย นภัสหมุนตัวหันหลังให้ลินินโดยไม่เอ่ยคำร่ำลาใดๆ เพิ่มเติมอีก ร่างสูงโปร่งเดินตรงไปยังประตูห้องนอนด้วยฝ่าเท้าที่หนักอึ้งราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ
ทุกย่างก้าวที่นภัสถอยห่างออกไป หัวใจของลินินกลับยิ่งรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดจนแหลกสลาย เธออยากจะอ้าปากตะโกนรั้งคนตรงหน้าไว้ อยากจะบอกว่าที่พูดไปทั้งหมดเป็นเพราะความหึงหวงจนหน้ามืดตามัว แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด
แอด... เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นเบาๆ
นภัสเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู เตรียมจะก้าวพ้นขอบเขตชีวิตของคุณหนูจอมวายร้ายตามคำบัญชา แต่ทว่า... ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดกว้างออกไปจนสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า ก็ทำให้ร่างสูงต้องชะงักกงล้อชีวิตไว้ทันที
"อ้าว จะรีบไปไหนล่ะคุณบอดี้การ์ด..." เสียงทุบกวนประสาทของคีย์ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ปรากฏบนใบหน้า "ยังไม่ทันได้เคลียร์กันให้รู้เรื่องเลยว่า... สัญญาระหว่างเราสองคนเมื่อคืนนี้ มันหมายความว่ายังไงกันแน่?"
นภัสเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของคีย์ ส่วนลินินที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับหน้าซีดเผือด หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อประโยคบอกเล่ากำกวมนั้นลอยเข้าหูเต็มๆ
"คีย์! แกพูดเรื่องอะไรวะ!" ลินินกรีดร้องลั่นห้องด้วยความสติหลุด เมื่อปมปริศนากำลังจะระเบิดใส่หน้าเธอในวินาทีเป็นตายนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความดราม่าของยัยน้องซึนกับพี่โบ้ของเรานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 17
คำพูดทำร้ายจิตใจ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!