เสียงเคาะประตูรัวเร็วด้านนอกราวกับจังหวะกลองศึกในสมรภูมิรบ พร้อมกับเสียงเรียกของมารดาที่ดังแทรกผ่านสายฝนกระหน่ำ ทำให้หัวใจของลินินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ลินินลูก! แม่เอง... ทำไมประตูล็อกแน่นหนาจัง ลุงเขาส่งแขกคนสำคัญมาทานมื้อค่ำด้วยนะ—”
ประโยคหลังขาดหายไปเมื่อเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วคฤหาสน์ ตัดขาดโลกภายนอกออกจากห้องนอนส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดอันตราย
ในห้องที่มืดสลัวเพราะไฟดับ มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของนภัสที่ดันตัวลินินชิดติดกับผนังห้องอย่างแนบเนียน มือแกร่งข้างหนึ่งตรึงข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะเบาๆ ส่วนอีกข้างทาบกับผนังกันไม่ให้คุณหนูตัวดีดิ้นหนี ขณะที่ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่รดรินอยู่ใกล้กันจนแทบหลอมรวมเป็นลมหายใจเดียวกัน
“คุณแม่...” ลินินกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นัยน์ตาสั่นระริกสะท้อนเงาร่างของบอดี้การ์ดสาวที่อยู่ในชุดสูทเปียกชื้นแนบเนื้อ “ปล่อยฉันก่อน นภัส... ถ้าแม่เปิดเข้ามาเห็นสภาพนี้ ฉันตายแน่!”
นภัสไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายกำยำที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนแนบชิดอยู่กับเรือนร่างบอบบาง ความเย็นเยียบจากสายฝนภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านมาจากสัมผัสแนบแน่น นัยน์ตาสีนิลคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นกลัวระคนดื้อรั้น
“กลัวแม่เห็น หรือกลัวหัวใจตัวเองเต้นดังเกินไปจนฉันได้ยินกันแนคะ คุณหนู” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูกลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวของคุณหนูตัวร้ายทำให้สติที่กระเจิงอยู่แล้วยิ่งเต้นไม่เป็นจังหวะ นภัสขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “จำไม่ได้เหรอคะ ว่าใครเป็นคนดึงฉันเข้ามาหลบมุมมืดนี้ตั้งแต่แรก”
“ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย!” ลินินเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความวูบวาบในอกด้วยการเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล “ก็ยัยคีย์กับแขกน่ารำคาญพวกนั้นมันน่าหงุดหงิดนี่นา แล้วเธอก็... ยืนเก๊กทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้!”
“ฉันทำหน้าที่บอดี้การ์ดค่ะ ไม่ใช่คนคลั่งรักที่จะให้คุณหนูจูงจมูกตามใจชอบ” นภัสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายท้าทายที่ทำเอาลินินอยากจะยกมือขึ้นหยิกแขนแกร่งสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ ทว่าก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้นอีกยก เสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกก็ดังขึ้นเบาๆ
*กริ๊ก!*
เสียงนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หยุดชะงักลงพร้อมกัน ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบสิ้นสติ ประตูห้องนอนถูกล็อกกลอนไว้ก็จริง แต่กุญแจสำรองอยู่ในมือมารดาเสมอ!
“ลินิน... ทำไมไม่ตอบแม่ หรือว่าหนូไม่สบาย?” เสียงคุณหญิงวารีดังลอดเข้ามาใกล้ขึ้น พร้อมกับเสียงไขกุญแจที่ดังกระทบประสาททีละนิด “แม่ไขเข้าไปแล้วนะลูก”
ในวินาทีเป็นตายเท่ากัน นภัสไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สัญชาตญาณนักฆ่าและบอดี้การ์ดมือหนึ่งทำงานอย่างรวดเร็ว มือแกร่งคว้าเอวบางของลินินแล้วยกตัวเธอขึ้นอุ้มแนบข้างลำตัวด้วยพละกำลังมหาศาล ก่อนจะพุ่งตัวหลบเข้าไปหลังผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มผืนหนาทึบที่ใช้บังระเบียงกระจกได้อย่างเฉียดฉิว
*แอ๊ด...*
ประตูกว้างเปิดออก พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่สาดส่องเข้ามาสำรวจความเรียบร้อยภายในห้องนอนที่ว่างเปล่า
“แปลกจัง... มืดตื้อแถมไม่มีใครอยู่ แล้วล็อกห้องทำไมนะเด็กคนนี้” เสียงคุณหญิงวารีพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย ก่อนจะปิดประตูลงเบาๆ และเดินจากไปปล่อยให้ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมอีกครั้ง
ท่ามกลางความมืดมิดหลังผ้าม่านผืนหนา ลินินซุกหน้าอยู่กับแผงอกกว้างของนภัส ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังประสานกันเป็นจังหวะเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเกิดความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาด นภัสยังคงยืนนิ่งค้ำร่างของคุณหนูเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน โดยมีมือข้างหนึ่งโอบประคองสะโพกมนไว้แน่นเพื่อรับน้ำหนัก
ผ่านมาเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของคุณหญิงวารีเงียบหายไปไกลแล้ว ลินินถึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงในความสลัว
“เธอ... ปล่อยฉันได้แล้วมั้ง” เสียงหวานเอמהเบาหวิว ความเย่อหยิ่งทระงンตนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเขินอายที่เจืออยู่ในน้ำเสียง
“นึกว่าติดใจอ้อมกอดบอดี้การ์ดตกอับคนนี้ซะอีกค่ะ เห็นเงียบไปเลย” นภัสกระเซ้าเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ช่างเป็นรอยยิ้มที่ทำเอาลินินรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้ายิ่งกว่าเดิม
“ใครจะไปติดใจคนปากร้ายอย่างเธอกัน!” ลินินตีเข้าที่ลาดไหล่กว้างเบาๆ เป็นการกลบเกลื่อนความเขิน “ปล่อยได้แล้วน่า หนักจะตายอยู่แล้ว”
นภัสยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างนึกเสียดาย ลินินก้าวถอยหลังออกห่างเพื่อสร้างระยะห่างทางปลอดภัยให้กับหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ทว่าความมืดและพื้นห้องที่เปียกชื้นจากละอองฝนที่สาดเข้ามาตรงระเบียง ทำให้ข้อเท้าเรียวพลิกวูบโดยไม่ทันตั้งตัว!
“ว๊าย!”
ร่างบางเสียหลักหงายหลังล้มลง แต่นภัสเร็วกว่าคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แรงดึงทำให้ร่างทั้งสองล้มทับกันลงไปบนพรมเปอร์เซียเนื้อนุ่มกลางห้อง นภัสพลิกตัวมารับน้ำหนักไว้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้คุณหนูได้รับบาดเจ็บ กลายเป็นว่าตอนนี้ร่างสูงคร่อมทับอยู่เหนือร่างระหงของลินินโดยสมบูรณ์
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงบลง เหลือเพียงเสียงฝนโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่าง และเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิด นภัสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ นัยน์ตาสีนิลคู่คมมองสำรวจใบหน้าหวานเนียนที่ขึ้นสีเรื่ออย่างลึกซึ้ง
“คุณหนูคะ...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบา ราวกับมนต์สะกดที่ดึงดูดให้คนทั้งคู่ขยับเข้าหากันทีละนิด “รู้ตัวไหมคะว่า... เวลาที่คุณดื้อแบบนี้ มันน่าจัดการให้เข็ดหลาบแค่ไหน”
ลินินหัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ดวงตากลมโตมองริมฝีปากได้รูปที่ขยับพูดก่อนจะเลื่อนขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซ่อนเร้นที่ไม่อาจปิด
มือเรียวยกขึ้นแตะแผงอกกว้างโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจจะผลักไสแต่กลับกลายเป็นรั้งร่างนั้นให้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างเผลอไผล นภัสโน้มใบหน้าลงมาอีก จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันในระยะประชิด
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะเข้าหากัน ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังลุ้นระทึกและฟินจิกหมอนจนสุดขีด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนของผู้มาเยือนใหม่ที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
“ลินิน! เปิดประตูให้คีย์เดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในห้องนี้... และยัยบอดี้การ์ดนั่นก็อยู่กับเธอใช่ไหม?!”
เสียงของคีย์ดังแทรกผ่านประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดรัวเร็วด้วยความเกรี้ยวกราด ทำลายบรรยากาศสีชมพูในห้องมืดลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี นภัสชะงักกึก นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงคมกริบด้วยความหงุดหงิดระคนเยือกเย็น ส่วนลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่าภัยร้ายตัวจริงกำลังพังประตูเข้ามาแล้ว!
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
ด้วยรักและกลิ่นอายเดซี่ริมทาง,
ดอกเดซี่ริมทางค่ะ
คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ•ตอนที่ 14
ในคืนที่ฝนตกหนัก
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ดตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!