กุนซือหญิงไร้พ่ายกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 6

อ้อมกอดในกองเพลิง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นหอมของหมึกจีนชั้นดีบนกระดาษซวนจื่อยังไม่ทันจางหายจากปลายนิ้ว เปลวเพลิงสีชาดก็แปรเปลี่ยนความเงียบสงบยามราตรีให้กลายเป็นขุมนรกแห่งคิมหันต์ฤดู ประกายไฟสีส้มสว่างวาบสะท้อนบนม่านมุ้งแพรไหมสีมุก ลามเลียลวดลายปักดิ้นเงินรูปนกกระเรียนสวรรค์จนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลีในชั่วพริบตา เสิ่นอวี้จือตวัดสายตาขึ้นจากแผนที่ยุทธศาสตร์บนโต๊ะไม้จันทน์หอม สัญชาตญาณของกุนซือผู้ผ่านศึกค่ายกลมาโชกโชนบอกนางทันทีว่านี่มิใช่อุบัติเหตุ—กลิ่นน้ำมันต้าย우ปนกำมะถันที่ลอยมาตามสายลมยามค่ำคืน ชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าของมือสังหารที่กำลังล้อมกรอบเรือนพักรับรองแห่งนี้ "คุณหนู! ไฟไหม้ด้านหน้าเรือนแล้วเจ้าค่ะ! ทางออกถูกสกัดกั้นไว้หมดแล้ว!" เสียงสาวใช้ประจำตัวกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับผลบานประตูไม้แกะสลักเข้ามา ทว่าอวี้จือยังคงรักษาความเยือกเย็นดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาสง่านิ่งคู่นั้นกวาดมองคานไม้แกะสลักที่เริ่มมีควันสีดำพวยพุ่งหนาแน่น การที่เพลิงโหมกระหน่ำปิดตายทั้งสี่ด้านในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ ย่อมมีหนอนบ่อนไส้คอยชี้เป้าและอำนวยความสะดวกให้อย่างแน่นอน ฮองเฮาหลิน... ช่างใจคอเหี้ยมโหดนัก หากนางไม่ยอมจำนนแต่โดยดี ก็คงต้องถูกเผาให้กลายเป็นผุยผงอยู่ในเรือนหลังนี้ เพื่ออำพรางคดีความขัดแย้งทางการเมืองให้กลายเป็นเพียงอุบัติเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ "ตั้งสติไว้" น้ำเสียงของอวี้จือราบเรียบ ทรงพลัง และเด็ดขาดจนสาวใช้ผู้หวาดผวาชะงักงัน "ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เอาชุบน้ำให้ชุ่มแล้วคลุมศีรษะ หลบอยู่มุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ คานตรงนั้นยังพอรับน้ำหนักได้อีกชั่วเค่อ" เปรี๊ยะ! เสียงคานไม้สนลั่นสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงสีแดงฉานโหมกระหน่ำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งอสูรกายร้ายที่อ้าปากกว้างรอรับเหยื่อ ความร้อนแผดเผาจนผิวหน้าของอวี้จือรู้สึกผ่าวร้อน ลมหายใจเริ่มติดขัดเนื่องจากควันไฟที่หนาทึบปกคลุมไปทั่วห้อง นางอาศัยไหวพริบขั้นสุดท้ายใช้ปิ่นปักผมทองคำขาวงัดกลไกหน้าต่างระบายอากาศที่ถูกตอกตะปูตาย ทว่าแรงกายของสตรีหรือจะสู้กลไกเหล็กที่ถูกเตรียมการมาอย่างรัดกุม ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ที่ถูกเพลิงเผาจนไหม้เกรียมก็ถูกกระแทกด้วยพลังภายในอันมหาศาลจนแหลกละเอียดเป็นจุล! ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมฆาทมิฬปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นฉายแวววิตกกังวลที่หาได้ยากยิ่ง มันคือความเดือดดาลระคนความหวาดหวั่นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งของ 'จ้าวเฟยหลง' "อวี้จือ!" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตะโกนเรียกชื่อนางลั่นท่ามกลางเสียงปะทุของเปลวเพลิง ชินอ๋องผู้เกรียงไกรผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า บัดนี้กลับพุ่งทะยานฝ่ากองเพลิงเข้ามาอย่างไร้ความลังเล สองแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกวาดร่างของกุนซือสาวเข้าสู่อ้อมกอดทันทีที่นางเซถลาเพราะขาดอากาศหายใจ กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาและเหงื่อกาฬโชยเข้าจมูก อวี้จือชะงักไปเล็กน้อยยามเมื่อพบว่าแผ่นหลังกว้างของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นถูกสะเก็ดไฟลวกจนอาภรณ์ขาดวิ่น ทว่าเขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องนางจากคานไม้ที่กำลังร่วงหล่นลงมาเบื้องบน "ท่านอ๋อง... เหตุใดท่านจึงเสี่ยงอันตรายเข้ามา..." อวี้จือเอ่ยถาม เสียงของนางแห้งผากเนื่องจากสูดดมควันไฟเข้าไปมาก "เปิ่นหวางจะยอมให้สตรีผู้ฉลาดล้ำเลิศเช่นเจ้าต้องมาตายในกองเพลิงอุบาทว์เช่นนี้ได้อย่างไร" เฟยหลงก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน สายตาคู่นั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเกินกว่าจะบรรยาย "หากเจ้าเป็นอะไรไป แผ่นดินนี้ก็ไม่หลงเหลือความน่าอยู่อีกต่อไปแล้ว" ตูーム! เสียงคานหลังคาห้องโถงพังครืนลงมาปิดกั้นเส้นทางหนีเดิมจนหมดสิ้น ทางรอดเดียวคือระเบียงด้านทิศตะวันออกที่เชื่อมต่อกับสวนหิน เฟยหลงไม่รอช้า เขาตวัดแขนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกราวกับนางมีน้ำหนักดั่งขนนก ก่อนจะพุ่งทะยานฝ่ากำแพงเปลวเพลิงออกไปท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าองครักษ์และทหารยามที่เพิ่งกรูกันเข้ามาดับไฟ สายลมยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวหน้าทันทีที่ทั้งคู่ออกมาสู่พื้นที่ปลอดภัย ร่างของจ้าวเฟยหลงทรุดลงเล็กน้อยด้วยพิษบาดแผลจากไฟลวกที่แผ่นหลัง แต่เขายังคงประคองอวี้จือให้ยืนอย่างมั่นคง สองสายตาสบประสานกันท่ามกลางแสงไฟสีส้มที่ยังคงโชติช่วงอยู่เบื้องหลัง อวี้จือเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอ๋องปีศาจ แต่วินาทีนี้ หัวใจที่เคยปิดตายด้วยเกราะกำบังแห่งความเยือกเย็นกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง นางยกมือขึ้นแตะรอยแผลที่หัวไหล่ของเขาซึ่งมีคราบเขม่าควันและรอยไหม้ "ท่านบาดเจ็บ..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ความห่วงใยที่ซ่อนเร้นมานานหลุดรอดออกมาจากดวงตาคู่สวย "แผลแค่นี้... เทียบไม่ได้กับการที่เปิ่นหวางเกือบจะสูญเสียเจ้าไปชั่วนิรันดร์" เฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง "ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทรงอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว สงครามในวังหลวงครั้งนี้... ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว" อวี้จือเม้มริมฝีปากเล็กน้อย แววตาคมปลาบฉายประกายความเจ้าเล่ห์และเยือกเย็นขึ้นมาอีกครั้ง ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยจิตวิญญาณแห่งการแก้แค้นและการเดินหมากตาต่อไปที่เฉียบคมยิ่งกว่าเดิม ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะผละออกจากกัน เสียงตบมือเบาๆ อันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของสวนหินเบื้องหน้า แปะ... แปะ... แปะ... "ช่างเป็นภาพความรักที่ลึกซึ้งตรึงใจเสียจริง ชินอ๋องผู้เย็นชา ถึงกับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสตรีโฉดนางหนึ่ง..." เงาร่างระหงในชุดคลุมสีทองปักลายหงส์เคียงมังกรก้าวออกมาจากเงาไม้ แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้างามสง่าแต่เยียบเย็นไร้หัวใจของฮองเฮาหลิน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในพระหัตถ์ของพระนางกำลังถือหีบไม้จันทน์แกะสลักลวดลายคุ้นตา—หีบที่บรรยาแผนลับกองทัพชายแดนที่ควรจะอยู่ในห้องหนังสือของอวี้จือ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับอ้อมกอดในกองเพลิงครั้งนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%