“ถ้าคุณต้องการความสมบูรณ์แบบในอุดมคติ ผมแนะนำให้คุณกลับไปวาดรูปเล่นในสตูดิโอครับ เพราะหน้างานจริง... ตรรกะของฟิสิกส์ไม่เคยประนีประนอมกับจินตนาการฟุ้งเฟ้อของสถาปนิก”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าของคินน์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมชั่วคราวกลางไซด์งาน เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางหมุนปากกาในมือเล่น ราวกับคำพูดเสียดแทงเมื่อครู่เป็นเพียงประโยคธรรมดาที่เขาใช้ทักทายดินฟ้าอากาศ
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวสวยของเธอกระแทกแบบแปลนพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังปัง สายตาคมกริบของสถาปนิกสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
“จินตนาการฟุ้งเฟ้อเหรอคะคุณคินน์?” เธอเน้นเสียงชื่อเขาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ถ้าการที่ฉันออกแบบโครงสร้างนี้เพื่อให้มันทั้งใช้งานได้จริงและมีความงามทางสถาปัตยกรรมเรียกว่าฟุ้งเฟ้อ แล้วไอ้เสาปูนที่คุณยืนกรานจะตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องโถงนั่นล่ะคะ คุณเรียกมันว่าอะไร? สัญลักษณ์แห่งความทื่อด้านหรือความมักง่ายในการคำนวณกันแน่”
ธันวาที่นั่งอยู่ข้างๆ รินรดาเริ่มขยับตัวอย่างอึดอัด เขาพยายามส่งสัญญาณมือให้เพื่อนร่วมงานหญิงลดอารมณ์ลง แต่ดูเหมือนรินรดาจะกำลังติดลมบนไปเสียแล้ว เธอขยับกายเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้นจนแทบจะเผชิญหน้ากับคินน์ในระยะประชิด
“ผมเรียกมันว่า ‘ความปลอดภัย’ ครับ” คินน์วางปากกาลงช้าๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดอากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของฉายา ‘วิศวกรน้ำแข็ง’ โน้มตัวลงมาหาเธอ กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขาสร้างความปั่นป่วนในใจหญิงสาวอย่างห้ามไม่ได้ “หรือคุณอยากให้คนอยู่อาศัยต้องมาสังเวยชีวิตให้กับ ‘ความงาม’ ที่คุณดื้อดึงจะยัดเยียดให้พวกเขาเพียงเพื่อรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นปีหน้า?”
“คุณมันก็ดีแต่ดูถูกคนอื่น!” รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้า ความสูงของเธอทำให้ต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความมั่นใจของเธอลดลงเลย “ฉันทำงานด้วยมาตรฐาน ไม่ใช่ทำงานด้วยความกลัวเหมือนคุณ ถ้าวิศวกรทุกคนคิดแบบคุณ โลกนี้คงไม่มีอาคารสวยๆ ให้เชิดหน้าชูตาหรอกค่ะ มีแต่กล่องปูนที่เรียกว่าบ้าน!”
“ริน... พอเถอะ” ธันวาเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงหวังดี แต่คินน์กลับแค่นหัวเราะในลำคอ
“ดูเหมือนเพื่อนคุณจะฉลาดกว่าคุณนะรินรดา” คินน์หันไปปรายตามองธันวาด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะกลับมาจ้องรินรดา “ถ้าคุณจะยืนกรานแบบนี้ ก็เชิญเซ็นใบลาออกไปตอนนี้เลยครับ ผมจะอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะผมไม่ต้องการร่วมงานกับคนที่ไม่รู้จักรับผิดชอบต่อโครงสร้างชีวิตคนอื่น”
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง รินรดาสะอึกไปครู่หนึ่ง มือของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธจัด เธอหยิบแฟ้มงานขึ้นมากอดแนบอก พยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาด้วยความน้อยใจและโกรธแค้น
“ได้ค่ะ ถ้าคุณต้องการแบบนั้น!” รินรดาคว้าปากกาบนโต๊ะขึ้นมาจดอะไรบางอย่างลงในสมุดบันทึกด้วยมือที่สั่นระริก “ฉันจะลาออก แต่ไม่ใช่เพราะฉันผิด แต่เพราะฉันไม่อยากเสียเวลาอยู่กับคนที่มองเห็นแค่ตัวเลขจนลืมความเป็นมนุษย์... คุณคินน์คะ เก็บความสมบูรณ์แบบที่แห้งแล้งของคุณไว้บริหารตึกร้างๆ นี้คนเดียวเถอะค่ะ!”
เธอหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องประชุมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุ ทว่าก่อนที่มือเรียวจะสัมผัสกับลูกบิดประตู คินน์กลับก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ของเขาบังแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์จนเงาของเขาโถมทับร่างเธอไว้อย่างมิดชิด
รินรดาหยุดชะงัก เธอพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่คินน์กลับใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งยันบานประตูไว้เหนือหัวเธอขังเธอไว้ในวงแขน
“ใครอนุญาตให้คุณไป?” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเผด็จการไว้ครบถ้วน
“ถอยไปค่ะ!” รินรดาพยายามดันหน้าอกเขาออก แต่เขากลับยิ่งโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ที่ข้างแก้มของเธอ
“ผมบอกให้คุณเซ็นใบลาออก ไม่ได้บอกให้คุณหันหลังเดินหนีไปดื้อๆ แบบนี้” เขาขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสใบหูของเธอ “อีกอย่าง... ที่ประชุมนี้ยังไม่จบ และตราบใดที่คุณยังไม่ได้รับการอนุมัติจากผม คุณก็ยังต้องอยู่ ‘เคลียร์’ เรื่องนี้ให้จบ”
วินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแรง ตามมาด้วยร่างของเลขาฯ หน้าไซด์งานที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
“คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ฝั่งโครงสร้างฐานรากที่โซนบี เกิดการทรุดตัวกะทันหันตอนที่รถแบ็คโฮกำลังเคลื่อนย้ายดิน ทีมงานข้างล่างกำลังแตกตื่นกันหมดแล้วค่ะ!”
คินน์ชะงักไป ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มดุในทันที เขายังคงมองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกก่อนจะรีบผละออกไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีกแม้แต่นิดเดียว ทิ้งให้หญิงสาวหัวใจเต้นรัวอยู่หน้าประตูด้วยความตระหนกต่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
คินน์วิ่งออกไปทางประตูโดยไม่ปิดมัน ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งค้าง เธอรู้ดีว่าหากโซนบีทรุดตัว งานที่เธอและเขาต่างคนต่างปกป้องอาจพังทลายลงในพริบตา... และดูเหมือนว่า 'สมรภูมิ' ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้เอง
ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความหัวรั้นของตัวละครทั้งสองคนในบทนี้นะครับ
ฟีนิกซ์สีทอง
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดความรักฉบับวิศวกร•ตอนที่ 2
สมรภูมิไซด์งาน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดความรักฉบับวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
