แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 16

ร่องรอยของผู้ทรยศ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“หากท่านแม่ทัพยังคงเชื่อใจผู้ที่ถือถาดน้ำชาใบนั้นเกินกว่าจะลงมือตรวจตรา ข้าเกรงว่าศพถัดไปที่จะถูกหามออกจากค่ายทหารอาชาเหล็กแห่งนี้... อาจเป็นตัวท่านเอง” น้ำเสียงของหลินจื้อเหยาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในกระโจมบัญชาการ แม่ทัพเว่ยหลางชะงักมือที่กำลังจรดพู่กันเขียนแผนที่ยุทธศาสตร์ ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์เงยขึ้นสบกับดวงตาเรียวรีของกุนซือสาวผู้ซ่อนใบหน้าภายใต้หน้ากากไร้ลักษณ์ “เจ้ากำลังบอกว่า คนสนิทที่ติดตามข้ามานานปีคือผู้ทรยศงั้นหรือ จื้อเหยา” เว่ยหลางเอ่ยถาม น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายดูจะหนักอึ้งขึ้นหลายส่วน หลินจื้อเหยาไม่ตอบคำถามในทันที นางขยับกายเข้าไปใกล้โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนของนางหยิบเอา ‘ปิ่นทองคำ’ ที่มีรอยหมองคล้ำผิดปกติออกมาจากแขนเสื้อ วางลงบนรอยคราบชาที่ยังแห้งไม่สนิทบนพื้นไม้ “ในน้ำชามีสารพิษ ‘กล้วยไม้เหมันต์’ ที่ออกฤทธิ์ช้า ผู้ที่ดื่มจะรู้สึกเพียงอ่อนเพลียในสามวันแรก แต่จะค่อยๆ สิ้นใจในคืนที่เจ็ดโดยที่หมอหลวงจะวินิจฉัยว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ข้าตรวจสอบปิ่นเล่มนี้กับไอระเหยของถ้วยชาที่ท่านเพิ่งดื่มไปเมื่อเช้า... มันเปลี่ยนสีเป็นสีดำสนิทภายในหนึ่งจิบ” นางหยุดเว้นจังหวะ สายตาจดจ้องไปยังมุมมืดของกระโจมที่แขวนเสื้อเกราะของแม่ทัพเอาไว้ “ท่านแม่ทัพ... ในค่ายนี้มีเพียงผู้เดียวที่ได้รับอนุญาตให้ปรุงโอสถบำรุงกำลังและจัดหาชาให้ท่านเสมอ” เว่ยหลางวางพู่กันลง เสียงไม้กระทบโต๊ะดังสะท้อนก้องไปถึงหัวใจ เขาไม่ได้รู้สึกตกใจกับการทรยศ แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้คือความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น ปมในใจที่เขามักถูกครอบครัวหักหลังในอดีตกำลังถูกกระตุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง “เจ้าต้องการให้ข้าทำอย่างไร” เว่ยหลางเอ่ยขึ้น สายตาของเขามองผ่านร่างของหลินจื้อเหยาไปราวกับกำลังมองย้อนกลับไปในห้วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด “ล่อเหยื่อออกจากรูครับ” หลินจื้อเหยาขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “คืนนี้เมื่อเสียงกลองตีบอกยามสอง ท่านจงทำทีเป็นหมดสติไป ข้าจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และเมื่อนั้น... เราจะได้รู้ว่าใครคือเบี้ยตัวสุดท้ายที่คอยกัดกินกองทัพของท่านจากภายใน” บรรยากาศภายในค่ายทหารยามวิกาลเต็มไปด้วยความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านช่องระบายอากาศของกระโจม เสียงกรีดกรายของใบไม้แห้งข้างนอกฟังดูคล้ายเสียงฝีเท้าของใครบางคน เว่ยหลางทิ้งตัวลงบนเตียงไม้ สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเป็นจังหวะตามคำสั่งของกุนซือสาว เขาปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลาย แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวจนถึงขีดสุด เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเหล็กและโลหิตที่ลอยมากับสายลม มันเป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคยดีในสนามรบ กลิ่นของความตายที่ใกล้เข้ามา ครืด... เสียงเลื่อนประตูไม้เบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของวิญญาณ ร่างในชุดดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวดูผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ผู้บุกรุกไม่ได้ถืออาวุธร้ายแรง แต่ในมือกลับถือขวดแก้วใบเล็กที่มีน้ำใสบรรจุอยู่ มือของชายผู้นั้นสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เขายืนอยู่เหนือร่างของแม่ทัพเว่ยหลาง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องกระโจมส่องให้เห็นใบหน้าของผู้ทรยศได้ชัดเจน... มันไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนไกล แต่เป็น ‘พ่อบ้านหลี่’ ชายชราผู้เป็นดั่งแขนขาข้างหนึ่งของเว่ยหลางมานานกว่าสิบปี หลี่ชราสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอื้อมมือไปหาถ้วยน้ำชาที่ข้างเตียง เพื่อเตรียมจะหยดของเหลวในขวดแก้วลงไป ทว่า... ทันใดนั้น มือที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กของเว่ยหลางก็คว้าข้อมือของเขาไว้แน่น! “ท่านแม่ทัพ! ท่านยังไม่...” พ่อบ้านหลี่อุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา “เจ้าเลี้ยงดูข้ามาตั้งแต่เด็ก หลี่จง... ทำไม” เว่ยหลางลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นและผิดหวัง หลี่จงก้มหน้าลงต่ำ น้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตา “เพื่อครอบครัวของข้า... พวกเขามีตัวประกันที่สำคัญกว่าชีวิตของข้าท่านแม่ทัพ ข้าจำต้องทำ” ในขณะที่สถานการณ์กำลังบีบคั้น หลินจื้อเหยาที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นก็ก้าวออกมา พร้อมกับถือม้วนกระดาษหนังม้วนหนึ่งไว้ในมือ นางไม่ได้สนใจท่าทีของหลี่จง แต่กลับมองไปที่ประตูกระโจมด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “ท่านไม่ต้องตอบแม่ทัพหรอกหลี่จง เพราะไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไร มันก็ไร้ความหมาย” หลินจื้อเหยาเอ่ยเสียงเรียบพลางคลี่ม้วนกระดาษออก “เพราะในขณะที่ท่านวางแผนจะสังหารแม่ทัพที่นี่ มีคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมกระโจมนี้ไว้เพื่อสังหารทั้งท่าน... และแม่ทัพ” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของกองกำลังนับร้อยก็ดังล้อมรอบกระโจมบัญชาการ พร้อมกับเสียงลูกศรที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักทะลุผนังผ้าใบของกระโจมจนขาดวิ่น! เว่ยหลางคว้ากระบี่ประจำกายขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งพยัคฆ์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนมุม “พวกมันไม่ได้มาเพื่อจบงานของเจ้า แต่มันมาเพื่อปิดปากเจ้าหลี่จง!” ก่อนที่หลี่จงจะทันได้เอ่ยคำขอโทษหรือคำแก้ตัวใดๆ ร่างของเขาก็ถูกลูกศรปริศนาพุ่งเข้าปักกลางอกจนล้มพับไปสิ้นใจคาที่เท้าของเว่ยหลาง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวและเสียงฝีเท้าของศัตรูนับร้อยที่กำลังพังประตูกระโจมเข้ามา ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%