แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 17

เงื่อนงำในจดหมายลับ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
คราบหมึกสีชาดบนกระดาษสาเนื้อหยาบมิได้แห้งเหือดไปตามกาลเวลา ตรงกันข้าม รอยพับอันคุ้นเคยและตราประทับประจำตระกูลหลินที่ประทับอยู่เบื้องหน้า กลับส่งกลิ่นอายความอัปยศคละคลุ้งราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ห้องหนังสือส่วนตัวภายในค่ายทหารรกร้างไร้ซึ่งเสียงอื่นใด นอกจากเสียงถ่านไม้ในเตาผิงลั่นเปรี๊ยะปร๊ะและลมหนาวนอกหน้าต่างที่พัดกระหน่ำปะทะบานหน้าต่างไม้สนอย่างเกรี้ยวกราด แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันหอมกฤษณาเต้นระบำวับแวม สะท้อนใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผาของแม่ทัพเว่ยหลางที่กำลังจ้องมองม้วนจดหมายลับในมือด้วยดวงตาดำสนิทลุ่มลึกดึงดูดวิญญาณ เขามิได้เอ่ยคำใดออกมาตั้งแต่เปิดผนึกจดหมายฉบับนั้น แต่บรรยากาศรอบกายกลับเยือกเย็นลงจนราวกับน้ำในอ่างทองสำริดกลายเป็นน้ำแข็ง ความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้กระดูกคนให้แหลกละเอียดได้ด้วยความเงียบแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ "ท่านแม่ทัพ..." เสียงนุ่มนวลทว่าราบเรียบของหลินจื้อเหยาเอ่ยทำลายความเงียบ นางก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์ อาภรณ์สีเทาเข้มปักลายเมฆหมอกช่วยขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกขาว ทว่าร่องรอยความกังวลที่ฉายชัดอยู่ใต้ขนตางอนงามคู่นั้นมิอาจรอดพ้นสายตาคมกริบของบุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนได้ เว่ยหลางเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของนาง หากแต่ทอดมองผ่านร่างระหงนั้นไปยังอดีตอันดำมืดที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยเลือดและหยาดน้ำตา "เจ้าจงใจทิ้งร่องรอยนี้ไว้ให้ข้าค้นพบ... หรือมันบังเอิญจนน่าขันกันแน่, จื้อเหยา" น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่ากลับหนักแน่นและทิ่มแทงหัวใจผู้ฟังยิ่งกว่าคมกระบี่ หลินจื้อเหยาชะงักไปชั่วลมหายใจ นางมิได้หลบสายตา แต่เลือกที่จะสบตากับแม่ทัพหนุ่มตรงๆ แววตาคู่คมของนางไหววูบคล้ายผิวน้ำในยามพายุเข้า "ท่านพี่เว่ย..." นางเอ่ยเรียกนามรองของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างนายทหารกับกุนซือ "ท่านย่อมรู้ดีว่าความลับใต้หล้าไม่มีวันถูกฝังกลบชั่วนิรันดร์ โดยเฉพาะความลับที่แลกมาด้วยชีวิตคนนับร้อยของตระกูลหลิน" จดหมายในมือเว่ยหลางสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษนั้นเชื่อมโยงกับ "ตราประทับหยกโลหิต" ของตระกูลเว่ยตระกูลเดิมที่เคยหักหลังเขาในอดีต ตระกูลหลินที่ล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน แท้จริงแล้วมิได้ถูกกวาดล้างด้วยข้อหากบฏตามราชโองการฮ่องเต้ หากแต่ถูกหักหลังโดยพันธมิตรใกล้ชิดที่สุด—ซึ่งก็คือคนในตระกูลเว่ยของเขาเอง! ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศที่ฝังรากลึกในใจเว่ยหลางปะทุขึ้นมาอีกครั้งดั่งลาวาใต้พื้นพิภพ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะหนังสีดำสนิทแผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวจนหลินจื้อเหยาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว "เจ้าหลอกใช้ข้ามาตลอดตั้งแต่ต้น..." เว่ยหลางก้าวเข้าไปประชิดนาง กลิ่นอายบุรุษผู้ทรงอำนาจและกลิ่นอายคาวเลือดสนามรบโอบล้อมร่างบางไว้ "เจ้าเข้ามาในค่ายทหาร เข้ามาในชีวิตของข้า เพื่อใช้กำลังทหารและอำนาจของข้าเป็นเครื่องมือล้างแค้นให้ตระกูลหลินอย่างนั้นสินะ!" หลินจื้อเหยาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวด นางไม่กลัวคมกระบี่ของเขา แต่นางกลัวแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและระแวงแคลงใจคู่นั้นที่สุด "ใช่... ข้าเข้าหาท่านด้วยความตั้งใจนั้นในคราแรก" นางเชิดหน้าขึ้น ยอมรับความจริงด้วยความอาจหาญแม้หยาดน้ำตาจะคลอหน่วยอยู่ใต้หน่วยตาคู่สวย "ตระกูลหลินตายตกไปตามกันอย่างไร้ความเป็นธรรม เลือดนับพันชีวิตร้องเรียกหาความยุติธรรมจากยมโลก ข้าที่เป็นทายาทคนสุดท้ายจะให้นิ่งนอนใจปล่อยให้คนชั่วลอยนวลได้อย่างไร! หากท่านคิดว่าข้าเป็นเพียงสตรีเจ้าเล่ห์ที่ใช้เล่ห์กลตบตา ท่านก็จงลงทัณฑ์ข้าเสียเถิด!" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา หนักหน่วงและอึดอัดเสียยิ่งกว่าเดิม เว่ยหลางจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ ความโกรธเกรี้ยว ความแค้นในอดีต และความรักอันลึกซึ้งที่เขามีต่อนางกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในอก เขายื่นมือออกไป นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธแตะลงบนแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ขัดแย้งกับแววตาดุดันนั้นทำให้หลินจื้อเหยาหลับตาลงรับสัมผัสด้วยความยอมจำนนต่อโชคชะตา "เจ้าช่างใจร้ายนัก... จื้อเหยา" เว่ยหลางกระซิบชิดริมหีบปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด "เจ้าก็รู้ว่าต่อให้เจ้าผลักไสข้าลงขุมนรกขุมที่ลึกที่สุด ข้าก็ยังคงยินยอมเดินตามหลังเจ้าไป... เหตุใดจึงยังไม่ไว้วางใจข้าอีก" ดวงตาของหลินจื้อเหยาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ นางลืมตาขึ้นสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรักมั่นคงของเขา ความรู้สึกผิดโถมทับเข้าใส่จิตใจจนนางพูดไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงสู่ความร้าวราญอันลึกซึ้งนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความหนาแน่นของหิมะนอกประตูเรือนพักก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา "ท่านแม่ทัพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" เสียงทหารองครักษ์หน้าซีดเผือดตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "กองกำลังลับจากเมืองหลวงนำโดยขันทีสนิทของฮ่องเต้ มาถึงหน้าค่ายแล้วขอรับ! พวกมัน... พวกมันอ้างราชโองการด่วนที่สุด สั่งปลดท่านจากการเป็นแม่ทัพใหญ่ และนำตัวกุนซือหลินเข้าคุกหลวงข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ!" เว่ยหลางชะงัก นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาอย่างดุร้าย เขาก้มลงมองจดหมายลับในมืออีกครั้ง ก่อนจะหันไปสบตากับหลินจื้อเหยาที่ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา เกมการเมืองถูกเดินหมากมาถึงตาจนแล้ว และดูเหมือนว่า... เบื้องหลังของตระกูลเว่ยและตระกูลหลิน จะไม่ได้มีเพียงแค่ความขัดแย้งภายในตระกูลเสียแล้วกระมัง ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%