แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 2

หมากกระดานที่ถูกวาง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของชาไป๋ฮ่าวอYินซิน ซึ่งถูกรินลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ เสียงน้ำชาไหลกระทบผิวถ้วยดังระคนกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่รายล้อมศาลาแปดเหลี่ยมกลางค่ายทหารรกร้างแห่งนี้ สะท้อนถึงสถานการณ์อันต尔ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย แม่ทัพเว่ยหลางนั่งนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกดำ อาภรณ์สีครามเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงที่สั่นไหวตามแรงลมราตรี ด้ามกระบี่ประจำกาย 'อัสนีทมิฬ' ถูกกุมไว้ด้วยมือหนาที่ปรากฏเส้นเลือดปูดโปน บ่งบอกถึงความตึงเครียดที่ถูกสะกดกลั้นไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง รอบกายของเขาในยามนี้คือทหารอารักขาหน่วยพยัคฆ์ทมิฬที่ไม่เหลือลมหายใจแล้วนับสิบ ร่างของพวกเขานอนเรียงรายบนพื้นหินปูลาดท่ามกลางความมืดมิด "ท่านแม่ทัพเว่ย... ท่านจนมุมแล้ว" เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า แม่ทัพกองหน้าแห่งกองทัพพิทักษ์ชายแดนใต้ นามว่า 'เฉินฮ่าว' ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นบิดเบี้ยว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก มือข้างหนึ่งถือราชโองการลับประทับตราชาดสีแดงฉาน ขณะที่มืออีกข้างถือกระบี่อาบยาพิษที่หยดติ๋งลงบนพื้นหิน เว่ยหลางไม่แม้แต่จะชายตามองราชโองการฉบับนั้น ดวงตาสีดำสนิทลẫมลึกดั่งก้นบึงหุบเหวไร้ก้นบึ้งมองตรงไปยังศัตรูเบื้องหน้า ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยตระกูลของตนเองเมื่อหลายปีก่อนแล่นริ้วขึ้นมาในห้วงคำนึง บาดแผลฉกรรจ์ในอดีตสอนให้เขารู้ซึ้งว่า มิตรภาพและสายเลือดล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา มีเพียงคมกระบี่และอำนาจในกำมือเท่านั้นที่ไม่เคยทรยศผู้ใด "คำสั่งปลดแม่ทัพและข้อหากบฏ... เขียนด้วยลายมือของเสนาบดีหลี่ หรือรอยหมึกขององค์รัชทายาทกันแน่ เฉินฮ่าว" เสียงทุ้มต่ำกังวานราดรดลงบนบรรยากาศที่หนทึบ ดึงเอาความกดดันทั้งหมดให้พุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก "เจ้าไม่ต้องรู้หว่านล้อมอันใดหรอก! รู้เพียงแค่ว่า คืนนี้คือวาระสุดท้ายของ 'แม่ทัพอาชาเหล็ก' ผู้เลื่องชื่อก็พอ!" เฉินฮ่าวคำรามลั่น ส่งสัญญาณมือให้มือสังหารนับสิบชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาศาลาพุ่งทะยานลงมาพร้อมกัน ประหนึ่งฝูงพยัคฆ์กระหายเลือด ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง ก่อนที่คมกระบี่นับสิบจะพุ่งเข้าทะลวงร่างของเว่ยหลาง กลีบดอกเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์นับพันกลีบก็โปรยปรายลงมาจากความว่างเปล่าราวกับปาฏิหาริย์ ลมพายุหมุนลูกหนึ่งพัดกรรโชกอย่างรุนแรงจนเปลวเพลิงจากคบเพลิงดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสลัว *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าไม่ใช่เสียงกระบี่ของเว่ยหลาง แต่เป็นเสียงของเข็มเงินเล่มบางเฉียบจำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่ข้อมือและจุดชีพจรของมือสังหารเหล่านั้นอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ร่างของพวกมันล้มฟุบลงทีละคนโดยส่งเสียงร้องได้เพียงในลำคอ เฉินฮ่าวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ตวัดกระบี่หมายจะตั้งรับ แต่กลับพบว่าเบื้องหน้าของเว่ยหลางในยามนี้ มีร่างระหงในอาภรณ์สีขาวปักลายวิหคสวรรค์ด้วยดิ้นทองยืนตระหง่านอยู่ เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทดั่งรัตติกาลถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะด้วยปิ่นหยกขาวบริสุทธิ์ ใบหน้างามล้ำเลิศเกินกว่าสตรีสามัญทั่วไปจะเทียบเคียง ทว่าสิ่งที่ตรึงตาตรึงใจที่สุดคือแววตาคู่คมกริบที่ฉายแววปัญญาญาณล้ำลึกราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงอนาคต "ยามนี้ดึกดื่นปานนี้แล้ว แม่ทัพเฉินยังขยันขันแข็งมาส่งสาส์นถึงที่... ช่างเป็นข้าราชการที่จงรักภักดีเสียจริง" น้ำเสียงหวานใสดั่งหยกกระทบกันเอื้อIนกล่าวขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสอำนาจและเยือกเย็นจนเฉินฮ่าวถึงกับหนสันหลังวาบ เว่ยหลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ปรายตามองสตรีผู้ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์และชาเขียวลอยแตะจมูก ท่ามกลางสถานการณ์ที่ควรจะระแวดระวัง เค้าโครงใบหน้าอันคมคายของแม่ทัพหนุ่มกลับไหววูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับแรมปี "เจ้า... เป็นผู้ใดกัน! บังอาจเข้ามายุ่งเรื่องของราชสำนัก!" เฉินฮ่าวคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เงื้อกระบี่หมายจะพุ่งเข้าแทงสตรีปริศนาผู้นั้น หลินจื้อเหยายังคงยืนนิ่งสงบ นางไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว มุมปากเรียวบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลอันแยบคาย นางเอื้อมมือเรียวดั่งลำหงส์ไปหยิบจอกชาที่เว่ยหลางเพิ่งรินขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ "ข้าเป็นใครไม่สำคัญ... สำคัญที่ว่า ราชโองการในมือท่านเฉินฉบับนั้น เป็นของปลอมที่ใช้ตราประทับปลอมแปลง ซึ่งโทษของการปลอมแปลงพระราชโองการ... คือประหารเจ็ดชั่วโคตร" จื้อเหยาเอ่ยพลางยกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วในโรงละคร ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ปรากฏขึ้นในแววตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เว่ยหลางมองท่าทีของนางด้วยความประหลาดใจ สายตาคมกริบวิเคราะห์สตรีตรงหน้าอย่างรวดเร็ว นางไม่ใช่สาวใช้ในค่ายทหาร และไม่ใช่ชาวยุทธภพทั่วไป การปรากฏตัวของนางในคราบกุนซือเร้นลับพร้อมด้วยกลยุทธ์การซุ่มโจมตีที่ไร้ร่องรอยเช่นนี้ มีเป้าหมายอันใดกันแน่? เฉินฮ่าวหน้าถอดสี เหงื่อกาฬไหลซก ริมฝีปากสั่นระริกเมื่อถูกจับไต๋ได้ "เหลวไหล! เจ้าพูดจาเลอะเทอะอะไร สังหารนมันให้สิ้นซาก!" สิ้นเสียงคำราม มือสังหารที่เหลืออีกสามคนพุ่งเข้าหาทั้งสองคนด้วยจิตสังหารรุนแรง ทว่า หลินจื้อเหยาหาได้สะท้านสะเทือน นางหันมาสบตากับเว่ยหลางเป็นครั้งแรก ดวงตากลมโตลึกล้ำคู่นั้นสื่อความนัยบางอย่างที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบ "ท่านแม่ทัพเว่ย..." จื้อเหยาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของชายหนุ่ม "หมากกระดานนี้... ท่านจะปล่อยให้ข้าเดินแทน หรือจะร่วมมือกับข้าเพื่อพลิกกระดานนี้ไปด้วยกัน?" เว่ยหลางแค่นHหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้ามกระบี่อัสนีทมิฬในมือถูกกระชับแน่นขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำสนิททอประกายคมปลาบดุดัน เขาขยับกายเข้าไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับนางอย่างแนบเนียน ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตกดดันจนศัตรูต้องถอยร่น "ในเมื่อเจ้ากล้าเดินหมากตานี้เคียงข้างข้า... ข้าก็จะยอมเป็นเบี้ยตัวนั้นให้ดูก็ได้ แม่นางหลิน" พูดจบ คมกระบี่อัสนีทมิฬก็ถูกชักออกจากฝัก ประกายแสงสีฟ้าแลบแปลบปลาดยามกระทบกับแสงจันทร์ พรหมจรรย์แห่งความตายแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ชั่วพริบตานั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าศึกนับร้อยนายก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกค่ายทหาร และเสียงตะโกนรายงานสถานการณ์จากทหารฝ่ายของเว่ยหลางที่นำกำลังเสริมมาถึงก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงัน เฉินฮ่าวหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เมื่อหันไปมองนอกศาลา เขาพบว่าธงประจำกองทัพหลวงขององค์ชายใหญ่ถูกปลดลง และถูกแทนที่ด้วยธงพยัคฆ์ทมิฬของเว่ยหลางเรียบร้อยแล้ว ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของพวกเขานั้นเอง หลินจื้อเหยากลับชะงักฝีเท้าลง นางหยิบราชโองการที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเปิดอ่านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากกลับกลายเป็นความเย็นเยียบที่ทำให้เว่ยหลางต้องขมวดคิ้วมุ่น "มีอะไร?" เว่ยหลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำ หลินจื้อเหยาค่อยๆ หันมามองเขา ชูราชโองการในมือให้ดูชัดๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ลมหายใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรต้องสะดุด "ไม่ใช่เรื่องของเฉินฮ่าว... แต่เป็นพระราชโองการลับจากฮ่องเต้ ที่สั่งให้ประหารชีวิตตระกูลเว่ยทั้งตระกูล... ถูกส่งมาถึงมือองค์ชายใหญ่เมื่อหนึ่งกั้านธูปที่แล้ว และคนที่ลงนามในฐานะผู้ถวายฎีกาเอาผิดท่าน... คือบิดาแท้ๆ ของท่านเองครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%