กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นจากผืนดินแห้งแล้งในเขตชายแดนประจิม ลอยอบอวลอยู่ภายใต้กระโจมบัญชาการใหญ่ที่ปักด้วยธงตระกูลเว่ยสะบัดไหวตามแรงลมพายุฝุ่น ความเงียบงันภายในกระโจมไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่เป็นความอึมครึมที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง ราวกับเงื้อมเงาของความตายกำลังคืบคลานเข้ามาทีละน้อย
"รายงานท่านแม่ทัพ กองเสบียงสามร้อยเล่มเกวียนที่ส่งมาจากเมืองหลวง... ถูกปล้นกลางทางโดยกองโจรเผ่าทู่เจวี๋ยทั้งหมดแล้วขอรับ"
เสียงรายงานจากนายกองทัพหน้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ใบหน้าของเขินอายอาบหยาดเหงื่อและความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด สายตาทุกคู่ภายในกระโจมต่างหลบเลี่ยงการสบตา โดยเฉพาะนายกองผู้มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมบางคนที่ซ่อนรอยยิ้มเยาะหยันไว้ภายใต้ร่มเงาของหมวกเกราะเหล็ก
แม่ทัพเว่ยหลางยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พับหนังเสือดาว ร่างกายกำยำสง่างามในชุดเกราะนิลกาฬประดับลวดลายมังกรเงินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง ใบหน้าคมสันราวก้อนน้ำแข็งสลักดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง เขากำลังใช้ปลายนิ้วมือหนาลูบไล้คมดาบประจำกายที่วางพาดอยู่บนตักอย่างเชื่องช้า ความเย็นเยียบของเนื้อเหล็กซึมซาบเข้าสู่ฝ่ามือ แต่ไม่เท่าความเหน็บหนาวในอกที่เขาคุ้นชินมาตลอดหลายปี
"ถูกปล้น... หรือถูกจัดฉากให้สูญหายกันแน่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขามจนผู้ฟังต้องสะท้านเฮือก เว่ยหลางไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย ความเยือกเย็นนี้แหละคืออาวุธที่น่ากลัวที่สุดของเขา เขารู้ดีว่าราชสำนักเมืองหลวงต้องการสิ่งใด การส่งเขามายังสมรภูมิหุบเขาอัสดงพร้อมด้วยทหารเพียงครึ่งเดียวของจำนวนข้าศึก และตัดขาดเส้นทางลำเลียงเสบียงเสมือนการบีบให้สุนัขจนตรอกกระโจนเข้าสู่กองเพลิง
นี่ไม่ใช่สงครามเพื่อปกป้องแผ่นดิน... แต่มันคือทัณฑ์ประหารที่ถูกเขียนขึ้นด้วยพู่กันของขุนนางผู้ทรงอำนาจในราชสำนัก เพื่อกำจัดหนามยอกอกอย่างเขาให้พ้นทาง
"ท่านแม่ทัพ... เบื้องบนมีคำสั่งด่วนลงมาครับ" รองแม่ทัพก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเร่งร้อน พร้อมชูหีบไม้ประทับตราลับสีชาดขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง "ให้ท่านนำทัพบุกเข้าตีค่ายกลของข้าศึก ณ หุบเขาอัสดงในยามรุ่งสางพรุ่งนี้โดยไม่รอช้า หากล่าช้าถือว่าขัดราชโองการ มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร"
ภายในกระโจมพลันเงียบกริบลงทันที เสียงลมพัดกรรโชกภายนอกกระโจมราวกับเสียงคำรามของปีศาจ ทหารและแม่ทัพนายกองต่างรู้ดีว่าหุบเขาอัสดงเป็นชัยภูมิอับจน ปากทางแคบราวรูเข็ม เหมาะแก่การซุ่มโจมตี การนำทัพเข้าไปในที่แห่งนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่ลานประหาร
เว่ยหลางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่แห้งแล้งและเยียบเย็นยิ่งกว่าลมหนาว "หุบเขาอัสดง... ช่างเป็นชื่อที่เหมาะแก่การฝังศพคนจริงๆ"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเบากลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้ากระโจม ทหารยามหน้าประตูพยายามจะขัดขวางแต่กลับถูกรั้งไว้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกริบมีด
"หากพวกท่านอยากให้ทหารทั้งกองทัพต้องตายด้วยพิษของความหิวกระหายและกลยุทธ์ตื้นเขินของข้าศึก ก็เชิญขัดขวางข้าตามสบาย"
ทุกสายตาหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ร่างบอบบางในชุดคลุมผ้าไหมสีเทาเข้มปักลายเมฆาคลุมทับด้วยเสื้อคลุมกันหนาวขนสัตว์ป่าก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม นางสวมหมวกปีกกว้างที่มีผ้าแพรโปร่งสีดำปิดบังใบหน้าครึ่งบน เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากอิ่มสีชาดธรรมชาติและคางเรียวโค้งได้รูป นางเดินผ่านนายกองนับสิบชีวิตราวกับพวกเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะหยุดยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะแผนที่
เว่ยหลางหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณของแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามบอกเขาว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา กลิ่นอายของความลึกลับและปัญญาญาณที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ทำให้บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไปในทันที
"เจ้าเป็นใคร บังอาจนักกล้าบุกรุกเข้ามาในค่ายทหารหลวงยามวิกาล!" นายกองคนหนึ่งชักดาบออกจากฝักตะคอกใส่ด้วยความโมโห
สตรีปริศนาไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงปรายตามองนายกองผู้นั้นเล็กน้อย ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "ข้าคือผู้ที่จะต่อลมหายใจให้กองทัพที่กำลังจะกลายเป็นผีเฝ้าชายแดนของท่าน... แม่ทัพเว่ยหลาง"
นางค่อยๆ เปิดผ้าแพรโปร่งคลุมหน้าออก เผยให้เห็นดวงหน้าสะสวยล่มเมือง ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตใจคน นางคือ หลินจื้อเหยา กุนซือหญิงผู้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของเหตุการณ์ความขัดแย้งมาเนิ่นนาน
เว่ยหลางพิจารณานางด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ความงามของนางไม่ได้ทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาคือประกายในแววตาคู่นั้น—แววตาของคนที่ไม่กลัวตาย และเต็มไปด้วยแผนการอันลึกล้ำ
"เจ้าบอกว่าต่อลมหายใจให้กองทัพงั้นหรือ" เว่ยหลางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน "รู้หรือไม่ว่าเบื้องบนสั่งให้ข้าเดินไปตายที่หุบเขาอัสดง หากข้าขัดขืนคือความผิดฐานกบฏ หากข้าทำตามคือความตาย เจ้ามีปัญญาอะไรมาพลิกกระดานนี้"
หลินจื้อเหยาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะแผนที่มากขึ้น นางยื่นมือเรียวขาวราวหยกหยิบธงปักตำแหน่งสีแดงขึ้นมาปักลงตรงจุดอับกลางหุบเขาอัสดง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"พวกมันต้องการให้ท่านตายในหุบเขา เพื่อโยนความผิดว่าท่านพ่ายแพ้เพราะไร้ความสามารถ... แต่พวกมันลืมคิดไปว่า หากหุบเขาอัสดงกลายเป็นหลุมศพของกองทัพทู่เจวี๋ยแทนที่จะเป็นของท่านเล่า?"
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่ทัพหนุ่ม แววตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับประกายไฟที่กระทบกับน้ำแข็ง "ท่านเดินหมากตามเกมของพวกมันไปครึ่งกระดานแล้ว... แต่อีกครึ่งกระดานที่เหลือ ข้าจะเป็นคนกุมหมากตัวนั้นเอง"
เว่ยหลางนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบมาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความกล้าหาญและสติปัญญาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรือนร่างอันบอบบางของสตรีผู้นี้ ช่างน่าหลงใหลและอันตรายยิ่งกว่าศัตรูแสนนาย
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงเข้ามาหยุดลงที่หน้ากระโจม พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกของทหารม้าเร็วที่หอบหายใจอย่างรุนแรง
"ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! กองทัพข้าศึกห้าหมื่นนายเคลื่อนพลมาถึงปากทางหุบเขาอัสดงเร็ The กำหนดการสามวัน... และพวกมันกำลังจุดไฟเผาทางถอยของเราจนหมดสิ้นแล้ว!"
หลินจื้อเหยาชะงักเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความตึงเครียด แต่นางยังคงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เว่ยหลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วกระโจม ดาบในมือถูกกระชับแน่น
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำสิ่งใด แสงไฟจากคบเพลิงภายนอกก็สว่างวาบขึ้นราวกับกลางวัน พร้อมกับเสียงหัวoาะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องเข้ามาจากด้านนอกกระโจม
"ฮ่าๆๆๆ... เว่ยหลาง เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าวจริงๆ งั้นหรือ"
เว่ยหลางหันขวับไปมองหน้าทางเข้ากระโจมด้วยสายตาดุดันดั่งพญาอินทรี ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่แม่ทัพศัตรู... แต่เป็นราชโองการลับฉบับใหม่ที่ถูกเสียบไว้ด้วยลูกธนูอาบยาพิษ ปักคาอยู่บนเสากลางกระโจมอย่างแม่นยำ และบนหัวลูกธนูนั้น มีตราประทับเลือดของบุคคลที่เว่ยหลางไม่มีวันลืมชั่วชีวิต—คนสนิทที่อยู่เคียงข้างกายมารดาของเขาเอง
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเดินทางครั้งนี้นะครับ
แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 1
ม่านหมอกเหนือพรมแดน
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!