ไอความร้อนจากกาต้มน้ำทองเหลืองส่งเสียงหวีดหวิวแผ่วเบาตัดกับความเงียบงันภายในกระโจมบัญชาการ กลิ่นสมุนไพรจางๆ ของดอกเก็กฮวยผสมกับกลิ่นอับของตำราศึกที่ถูกเปิดทิ้งไว้ดูจะขัดกับสถานะของแม่ทัพผู้คุมกองพันอาชาเหล็กที่กำลังก้าวผ่านผ้าม่านหนาหนักเข้ามา
“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่า ยามดึกดื่นเช่นนี้ ห้ามผู้ใดรบกวน”
เสียงนุ่มทุ้มของ ‘หลินจื้อเหยา’ ดังขึ้นโดยไม่มีการหันมอง นางยังคงก้มหน้าเขียนบันทึกกลยุทธ์ลงบนแผ่นไม้ไผ่ มือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังเนื้อนิ่มจับพู่กันเขียนอักษรอย่างคล่องแคล่ว แสงจากตะเกียงน้ำมันวูบไหวทำให้เงาร่างของนางทอดตัวยาวไปบนผนังผ้าใบ
เว่ยหลางไม่ตอบ เขาก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบดุจเสือร้าย ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดที่ผ่านการอาบเลือดมานับครั้งไม่ถ้วนจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของกุนซือคู่ใจ ความสงสัยที่สะสมมานานนับเดือนไม่ได้ลดน้อยลง แต่กลับขยายใหญ่ขึ้นราวกับวัชพืชที่รดน้ำด้วยความระแวง
“ข้ามิได้มาเพื่อรบกวน แต่มาเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยก่อนศึกใหญ่ในวันพรุ่ง” เว่ยหลางกล่าวพลางหยุดยืนห่างจากนางเพียงสองก้าว กลิ่นอายของบุรุษผู้ทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนอากาศในกระโจมดูเบาบางลง “เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมถอดเสื้อคลุมตัวหนานั่นเสียที ทั้งที่ข้างในนี้อุ่นกว่าด้านนอกนัก?”
หลินจื้อเหยาชะงักพู่กันในมือเพียงเสี้ยววินาที นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวให้กลับมาเป็นปกติ “แม่ทัพ... ร่างกายของข้าอ่อนแอกว่าท่าน ย่อมขี้หนาวเป็นธรรมดา ท่านโปรดอย่าได้ถือสาเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้เลย”
“เรื่องเล็กน้อยหรือ?” เว่ยหลางแค่นหัวเราะในลำคอ “ในกองทัพของข้าไม่มีที่ให้ความลับที่ดูหมิ่นสติปัญญาของข้า”
ฉับพลัน เว่ยหลางคว้าไหล่ของกุนซือหนุ่มแล้วกระชากให้หันกลับมา ทว่าความแรงของเขากลับทำให้สายรัดเอวที่หลวมโพรกของเสื้อคลุมตัวนอกเกี่ยวเข้ากับขอบโต๊ะจนกระชากหลุดออกมาพร้อมกับเสียงผ้าขาดวิ่น
ร่างที่ควรจะเป็นบุรุษกำยำกลับซวนเซเข้ามาในอ้อมแขนของเว่ยหลาง ร่างของนางบอบบางและหอมกรุ่นด้วยกลิ่นดอกไม้ป่าที่ต่างจากกลิ่นคาวเลือดของสนามรบอย่างสิ้นเชิง ผ้าพันหน้าอกที่รัดแน่นเริ่มคลายตัวออก เผยให้เห็นเส้นสายโค้งเว้าของสตรีผู้เลอโฉมที่พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม
เว่ยหลางชะงักค้าง มือที่เคยจับดาบสังหารศัตรูมานับพันกลับสั่นไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและไออุ่นจากหน้าอกของนางที่แนบชิดกับชุดเกราะเหล็กของเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อประจักษ์แก่สายตา รอยแผลเป็นแนวยาวที่ไหล่ซ้ายของนาง—รอยแผลที่เขาสังเกตเห็นมาตลอด—บัดนี้กลับชัดเจนขึ้นเมื่อผ้าพันไหล่หลุดลุ่ย
นี่มิใช่รอยแผลจากสนามรบ แต่มันคือตราประทับแห่งราชวงศ์ที่ถูกฝังไว้ด้วยความอัปยศ
“เจ้า... คือธิดาแห่งตระกูลหลินที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน” เว่ยหลางเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหลอกลวงปะทะกับความสับสนที่จู่โจมหัวใจ “เจ้าปลอมตัวเป็นบุรุษ เข้ามาอยู่ในค่ายทหารของข้าเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่!”
หลินจื้อเหยาแหงนหน้ามองเขา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว แต่กลับฉายแววตัดพ้อและมั่นคงราวกับหินผา แม้ใบหน้าจะแดงซ่านด้วยความอับอาย แต่แววตาของนางกลับเยือกเย็นจนน่าเกรงขาม
“ท่านต้องการสังหารข้า หรือต้องการให้ข้าเผยความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของราชบัลลังก์กันแน่ แม่ทัพ?” นางกระซิบเสียงสั่น “หากท่านจะฆ่า ข้าก็ไม่มีคำโต้แย้ง แต่หากท่านต้องการทวงคืนความเป็นธรรมให้แก่ตระกูลของข้า และตระกูลของท่านที่ถูกทรยศพร้อมกัน... ท่านต้องฟังข้า!”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกและเสียงฝีเท้าของทหารจำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากภายนอกกระโจม เสียงประกาศกร้าวขององครักษ์หลวงดังแทรกเข้ามาผ่านม่านผ้าใบที่ถูกเปิดออกกะทันหัน
“รับพระราชโองการจากฝ่าบาท! ท่านแม่ทัพเว่ยหลาง จงออกมาน้อมรับโทษฐานซ่องสุมกำลังพลและกระทำการขัดต่อคำสั่งราชสำนัก!”
เว่ยหลางปล่อยมือจากนางทันที สายตาของเขาสลับระหว่างกุนซือสาวผู้มีสายเลือดแห่งกบฏกับขุนนางเฒ่าที่ยืนถือม้วนกระดาษสีทองอยู่เบื้องหน้า เขารู้ดีว่าหากเปิดเผยตัวตนของนางในยามนี้ ทั้งเขาและนางจะกลายเป็นเป้าสังหารของคนทั้งแผ่นดิน แต่หากเขาปฏิเสธ... ศีรษะของเขาก็อาจหลุดจากบ่าภายในชั่วข้ามคืน
เว่ยหลางเอื้อมมือไปหยิบผ้าคลุมไหล่มาห่มให้หลินจื้อเหยาอย่างเบามือเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังไปเผชิญหน้ากับความตายที่รออยู่หน้าประตู โดยทิ้งให้กุนซือสาวนั่งเคว้งอยู่ในความเงียบที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของชะตากรรม
หวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านจะยังคงติดตามการเดินทางของตัวละครทั้งสองท่ามกลางพายุการเมืองครั้งนี้ด้วยใจระทึกนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์•ตอนที่ 10
ความจริงหลังรอยแผล
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพอาชาเหล็กกับกุนซือไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!