กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 11

ก้าวแรกของเส้นทางร่วม

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"หากเจ้าก้าวผ่านประตูบานนี้ออกไป เส้นทางเบื้องหน้าจะไม่ใช่แค่การล้างแค้นสำนักกระบี่เมฆาอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือการประกาศสงครามกับกฎเกณฑ์ทั้งสามภพ เจ้าเด็กน้อย... ปอดของเจ้ายังแข็งแรงพอที่จะรับแรงกดดันจากมหาศิลาเซียนไท่ซูไหวอยู่หรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำแกแกแกมเยาะหยันดังขึ้นจากกำไลหยกมรกตบนข้อมือขวา เต่าอสูรตี้กงโผล่หัวสีเขียวเข้มที่มีลวดลายอักขระโบราณออกมาครึ่งหนึ่ง ดวงตาสสีทองคู่โตจดจ้องไปยังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้ถือครองกระบี่มารทมิฬด้วยแววตาสมเพชเวทนาแกมเอ็นดู เยี่ยเฟิงไม่ตอบคำทันที เขายืนนิ่งสงอยู่ริมหน้าผาแห่งสำนักร้าง ประกายลมปราณสีนิลทมิฬวนเวียนอยู่รอบกายราวกับฝูงงูพิษที่กำลังตื่นจากจำศีล สายตาของเขาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับนับหมื่นครั้ง เบื้องล่างคือทะเลหมอกหนาทึบที่ปกคลุมหุบเขามรณะ แผ่นดินรกร้างที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นั่น... คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางไกลเพื่อรวบรวม "ศิลาเซียนสวรรค์" ทั้งเจ็ดชิ้น กุญแจดอกเดียวที่จะปลดผนึกวิญญาณของอาจารย์และทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้บริสุทธิ์นับร้อยชีวิต "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หรือทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า... ข้า เยี่ยเฟิง ก็จะใช้กระบี่ในมือฟันฝ่ามันจนกว่าแผ่นดินนี้จะราบคาบ" น้ำเสียงของเยี่ยเฟิงราบเรียบ ทว่าอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารและเจตจำนงแห่งกระบี่ที่สั่นสะเทือนมิติรอบข้างจนเกิดรอยร้าวสีดำเล็กๆ ลอยเคว้งคว้าง มันคือความทะนงตนของจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยจำนนต่อโชคชะตา ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เงาร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะก็ก้าวเข้ามาใกล้ นางคือหลินอวี่ฉี เซียนสาวผู้บรรลุวิชาเหมันต์นิรันดร์ ใบหน้างดงามล่มเมืองราวน้ำแข็งสลักไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าแววตาคู่สวยที่ทอดมองแผ่นหลังของเยี่ยเฟิงในยามนี้ กลับมีความอ่อนโยนและห่วงใยฉายชัดอย่างปิดไม่มิด "เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก..." เสียงหวานใสราวน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับแฝงด้วยความสั่นเครือเล็กน้อยที่นางพยายามเก็บซ่อนไว้ หลินอวี่ฉีก้าวเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างเขา ไอเย็นบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาบรรเทาจิตมารที่กำลังเดือดพล่านในร่างของเยี่ยเฟิงอย่างรู้ใจ "การรวบรวมศิลาเซียน... หมายถึงการต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือจากทั่วทั้งห้าทวีปและสัตว์อสูรบรรพกาลระดับอมตะ เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวจะรับมือไหวหรือ?" เยี่ยเฟิงหันกลับมาสบตากับนาง มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเลệuขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่มักจะทำให้หัวใจที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งของเซียนสาวผู้นี้ต้องสั่นคลอนทุกครั้งไป "ใครว่าข้าอยู่คนเดียวเล่า?" เยี่ยเฟิงเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายอบอุ่น "ในเมื่อมีเจ้า... และเจ้าเต่าแก่ปากเสียเดินทางร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน ข้ายังจะต้องกลัวสิ่งใดในใต้หล้าอีก?" "ใครเป็นเต่าแก่ของเจ้ากันไอ้เด็กเวร! ข้าเพิ่งจะอายุห้าพันปีเองนะเว้ย! ยังเป็นวัยรุ่นในเผ่าพันธุ์เต่าอสูรอยู่เลย!" ตี้กงส่งเสียงโวยวายลั่นกำไลจนหยกเรืองแสงวาบ แต่สุดท้ายมันก็หุบหัวหนีกลับเข้าไปข้างในด้วยความเขินอายปนขบขัน หลินอวี่ฉีเม้มริมฝีปากบางเบา ใบหน้างดงามขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ อย่างรวดเร็ว แม้นางจะฝึกฝนเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์จนหัวใจแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ยามใดที่อยู่ต่อหน้าบุรุษผู้นี้ กำแพงน้ำแข็งพันปีของนางก็มักจะละลายกลายเป็นสายน้ำอุ่นเสมอ นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "หากเจ้าตัดสินใจแล้ว... ข้าก็จะไปกับเจ้าด้วย ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินฟ้า ข้าก็จะก้าวเดินไปเคียงข้างเจ้า ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะโรยด้วยหนามหรือกองเลือดก็ตาม" คำพูดของนางเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา เยี่ยเฟิงนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาจากการสูญเสียกลับมาเต้นระรัวอีกครั้งอย่างรุนแรง เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งของนางไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านไปยังปลายนิ้วของนาง เป็นคำสัญญาที่ไร้ซึ่งถ้อยคำใดๆ แต่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำสาบานใดในยุทธภพ "ตกลง... เราจะไปกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก" เยี่ยเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก Pร.แผ่ขยายพลังปราณกระบี่มารทมิฬออกไปทั่วบริเวณ ก่อนจะพุ่งทะยานร่างออกจากหน้าผาโดยมีหลินอวี่ฉีและตี้กงติดตามไปอย่างรวดเร็วราวกับประกายแสงดาวที่แหวกผ่านความมืดมิด ทว่า... ในขณะที่ร่างทั้งสองกำลังพุ่งทะยานข้ามผ่านแดนสนทยาเข้าสู่เขตแดนรกร้างอันตราย ทันใดนั้นเอง มิติเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยสีเลือดฉานในพริบตา กลิ่นอายกดขี่ข่มเหงระดับมหาเทพเซียนที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซูทั้งลูกหล่นทับลงมาตรงหน้า! "หยุดก่อน!" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังอำนาจดังก้องกังวานมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า พร้อมกับเงาร่างของนักพรตเฒ่าในชุดคลุมสีเทาขาดวิ่น ผู้ถือครองกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาเล่มหนึ่ง ปรากฏตัวขวางทางพวกเขาไว้ เยี่ยเฟิงชะงักฝีเท้ากลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เมื่อสัมผัสได้ถึงกระบี่ในมือของตาเฒ่าผู้นี้... มันคือกระบี่ที่ไม่มีคม แต่มันกลับกุมชะตากรรมและความเป็นความตายของเขากับหลินอวี่ฉีไว้ในกำมือ! "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าจะพาสาวน้อยคนนี้หนีพ้นจากเงื้อมมือของ 'เงาจันทราโลหิต' ได้อย่างนั้นหรือ? ส่งศิลาเซียนในแหวนมิติของเจ้ามาซะ มิฉะนั้น... ศิรินทร์วิญญาณของพวกเจ้าทั้งคู่จะสลายกลายเป็นธุลีในกระบี่ไม้เล่มนี้!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันบ้าคลั่งนี้ไปด้วยกันนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%