"เจ้าคนไร้ยางอาย... หากยังส่งเสียงโอ.ดครวญน่ารำคาญเช่นนี้อีก ข้าจะตัดลิ้นเจ้าเสีย!"
สุ้มเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีแผดลอดไรฟันของหลินอวี่ฉี นางนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าบุรุษหนุ่มผู้กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนแท่นหินอัคคี ไอความเย็นยะเยือกสีครามแผ่ซ่านออกจากร่างอรชรจนหยาดน้ำค้างบนผนังถ้ำศิลาหลอมกลายเป็นผลึกแก้ว
เยี่ยเฟิงกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ภายในร่างของเขามีพิษโลหิตอัคคีที่ย้อนกลับเข้าโจมตีเส้นชีพจรเนื่องจากการฝืนใช้กระบี่มารทมิฬเกินขีดจำกัด ปราณมารสีดำทะมึกกำลังกัดกินอวัยวะภายในทีละน้อย ความเจ็บปวดราถูกไฟนรกแผดเผานี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนเพียงใดก็ยากจะทานทน
"แม่นางหลิน... หากข้าตายไป... ใครจะคอยกวนใจเจ้าให้รำคาญเล่นเล่า..." เยี่ยเฟิงแค่นยิ้มหยัน ปลายปากมีลิ่มเลือดสีดำไหลย้อยลงมาตัดกับผิวหน้าซีดเซียว ดวงตาคมกริบมองร่างระหงที่สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดระคนซาบซึ้ง
"หุบปาก! ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าเพราะเวทนาเจ้า... แต่เพราะวิญญาณกระบี่บ้าคลั่งในตัวเจ้ายังผูกติดกับแดนลับแล หากเจ้าตายตอนนี้ ข้าจะออกจากหุบเขานี้ได้อย่างไร!" นางเอ่ยแก้ตัวเสียงแข็ง พลางสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง ขอบเขตเหมันต์นิรันดร์ถูกกางออกรอบกายเพื่อกดขี่พิษอัคคีไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้
"ฮ่าๆ... เจ้าเซียนน้ำแข็งปากแข็งเช่นนี้นี่เองที่ทำให้ไอ้หนุ่มนี่หลงหัวปำ"
เสียงหัวเราะแหบแห้งดังขึ้นจากกำไลหยกมรกตบนข้อมือของเยี่ยเฟิง ตี้กงโผล่หัวเต่าสีเขียวเข้มออกมากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงยียวน "แม่นางน้อย รีบลงมือเถอะน่า ดูก็รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเขาจนเนื้อเต้นแล้ว หากช้ากว่านี้ เกรงว่าตับไตไส้พุงของเจ้าเด็กนี่คงสุกงอมกลายเป็นหมูปิ้งรสเผ็ดไปเสียก่อน"
ฉับพลัน อุณหภูมิในถ้ำลดฮวบลงจนน่ากลัว หลินอวี่ฉีส่งสายตาดุจคมกระบี่พุ่งตรงไปที่เต่าอสูรจนมันต้องรีบหดหัวกลับเข้ากระดองทันทีด้วยความเสียวสันหลังวาบ
"หากเจ้ายังพูดมาก ข้าจะแช่แข็งกระดองเต่าของเจ้าให้กลายเป็นที่ทับกระดาษ!" นางขู่ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันกลับมามองเยี่ยเฟิงที่เริ่มมีอาการเพ้อเพราะพิษร้ายกำเริบหนัก
สถานการณ์คับขันถึงขีดสุด หากปล่อยไว้เช่นนี้ เกินหนึ่งก้านธูปชีพจรหัวใจของเยี่ยเฟิงจะต้องแตกสลายเป็นแน่
หลินอวี่ฉีหลับตาลงช้าๆ ลมหายใจเข้าออกปรับเปลี่ยนเป็นจังหวะตามเคล็ดวิชา 'วัฏจักรเหมันต์คืนวิญญาณ' วิชาสูงสุดแห่งสำนักเซียนร้อยบุปผาที่นางเก็บบ่มเพาะมาตลอดชีวิต การจะช่วยชีวิตผู้ฝึกวิชาสายมารโดยใช้พลังหยินบริสุทธิ์ของตนเองนั้น เท่ากับการยอมรับความเสี่ยงที่จะทำให้ฐานะการบำเพ็ญเพียรของนางต้องสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"เจ้านี่... สร้างแต่ภาระให้ข้าจริงๆ" นางพึมพำเบาๆ ประโยคนั้นอ่อนโยนจนแทบกลืนหายไปกับสายลม
มือเรียวดุจหยกสลักประกบเข้าหากันเป็นรอยประทับเซียน ปราณสีขาวบริสุทธิ์ผุดขึ้นรอบกายราวกับดอกบัวเหมันต์พันกลีบ นางขยับกายเข้าไปประชิดร่างของเยี่ยเฟิง ปลายนิ้วเรียวยาวกดลงที่จุดชีพจรสำคัญบริเวณหน้าอกของเขา
วูบ!
ทันทีที่สัมผัสโดนกันและกัน คลื่นพลังงานสองขั้วที่แตกต่างสุดขั้ว—หยินบริสุทธิ์แห่งเหมันต์และหยางดุร้ายแห่งมาร—ก็ปะทะเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในห้วงจิตสำนึก เยี่ยเฟิงสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งกระตุก ดวงตาเบิกโพงด้วยความตกตะลึง
นี่ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดพลังปราณธรรมดา... แต่มันคือการหลอมรวมแก่นแท้แห่งชีวิต!
ความเย็นยะเยือกดุจหิมะพันปีพรั่งพรูเข้าสู่ร่างของเยี่ยเฟิง ปัดเป่าไอพิษสีดำที่แผดเผาอยู่ออกไปทีละส่วน ทว่า ในขณะเดียวกัน ความร้อนรุ่มจากพิษอัคคีก็สะท้อนกลับมาแผดเผาร่างกายของหลินอวี่ฉีเช่นกัน เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน ผิวแก้วใสเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมธาตุที่ขัดแย้งกันทำให้ร่างของนางสั่นสะท้าน
"อึ..." นางครางแผ่วเบาในลำคอ พยายามกัดฟันอดกลั้น
เยี่ยเฟิงเห็นดังนั้น หัวใจก็พลันกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ เขาพยายามขัดขืนการดูดซับพลังเพื่อลดภาระของหญิงสาว "อวี่ฉี... พอ... พอแค่นี้! เจ้าจะตายเอานะ!"
"หุบปาก! ข้าบอกให้เจ้าตั้งสมาธิ!" หลินอวี่ฉีตวาดเสียงกร้าว ดวงตาสีครามฉายแววดื้อรั้นไม่แพ้กัน นางเลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นประกบกับฝ่ามือของเยี่ยเฟิงโดยตรง ถ่ายเทพลังปราณระลอกสุดท้ายเข้าสู่ตันเถียนของเขาอย่างไร้ความลังเล
ไอหมอกสีขาวและไอร้อนสีดำพวยพุ่งพานพันกันราวกับมังกรคู่หยินหยางเริงระบำ บรรยากาศภายในถ้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
ทว่า ในวินาทีที่การถ่ายทอดพลังกำลังจะบรรลุผลสำเร็จ และปราณมารในร่างของเยี่ยเฟิงถูกชำระล้างจนบริสุทธิ์...
*ตูมมม!*
ผนังศิลาเบื้องนอกถ้ำพลันระเบิดออกเป็นจุลเศษหินนับไม่ถ้วนกระจายว่อน ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบและฝุ่นผงที่ตลบอบอวล ร่างของเงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วราวยมทัตคร่าวิญญาณ พร้อมกับประกายกระบี่สีทองอร่ามที่แทงตรงมายังจุดที่พวกเขานั่งอยู่โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!
"ศิษย์น้องหลิน... ข้าตามหาเจ้าเสียทั่ว ที่แท้เจ้าก็มาแอบกกบุรุษนอกรีตอยู่ ณ ที่โสโครกเช่นนี้นี่เอง!"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังสะท้อนก้องกังวาน พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่กดทับลงมาจนเยี่ยเฟิงและหลินอวี่ฉีแทบกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันบ้าคลั่งนี้ไปด้วยกันครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 10
การเยียวยาของหยินหยาง
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!