กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 9

กระบี่ที่แตกสลาย

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผืนหิมะขาวโพลนดั่งภาพวาดพู่กันจีนที่ถูกแต้มด้วยความตาย ร่างของเยี่ยเฟิงกระเด็นราวกับใบไม้แห้งที่ถูกพายุหมุนอสูรซัดกระหน่ำ กระบี่มารทมิฬในมือสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแทบหลุดร่วง เสียงโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท บาดแผลฉกรรจ์ลากยาวตั้งแต่หัวไหล่ขวาลงมาถึงชายโครง ปราณโลหิตพวยพุ่งทะลักออกมาไม่ขาดสาย ความเจ็บปวดเสียดแทรกเข้าสู่กระดูกดำ ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดิ่งลึกยิ่งกว่าคือความจริงที่กระแทกหน้าเขาอย่างจัง—นี่คือครั้งแรกในยุทธภพที่เขา "พ่ายแพ้" อย่างหมดรูป เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างอันสูงสง่าของ "มู่หรงอี้" ย우ตระกูลใหญ่แห่งแดนบูรพา องค์ประกอบใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลัก ทว่าแววตากลับเย็นชาดั่งคมกระบี่ที่อาบยาพิษ ในมือของมันถือ "กระบี่เก้าสวรรค์ไร้ลักษณ์" ที่ยังคงมีไอน้ำแข็งระเหยออกมาเป็นริ้ว รัศมีพลังกดดันระดับเซียนขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ จนอากาศรอบกายคล้ายกลายเป็นน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้สรรพชีวิตให้แหลกสลาย "เด็กน้อย... วิถีกระบี่ของเจ้าถือว่ากล้าหาญไม่เลว น่าเสียดายที่ความทะนงตัวอย่างไร้รากฐาน ก็เป็นเพียงแค่ความโง่เขลาที่รอวันถูกทำลาย" เสียงทุ้มต่ำของมู่หรงอี้ดังขึ้น ราวกับคำพิพากษาจากเบื้องบน เยี่ยเฟิงใช้มือซ้ายกุมบาดแผล กัดฟันจนเลือดสดๆ ไหลยมุมปาก รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันดั่งสัตว์ป่าจนวินาทีสุดท้าย "ถุย! หมาแก่... หากข้ามีเวลาบำเพ็ญเพียรมากกว่านี้อีกสักสิบปี กระบี่ในมือของเจ้าคงเป็นได้แค่เศษเหล็กขึ้นสนิม!" "ปากดีนัก!" มู่หรงอี้แค่นเสียงเย็นชา พลังปราณรอบตัวระเบิดออกระลอกใหญ่ เตรียมสะบัดกระบี่ปลิดชีพศิษย์นอกรีตผู้นี้ให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว บรรยากาศรอบด้านหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ลมหายใจกั้น *“เจ้าเด็กโง่! มัวเหม่อบ้าบออะไรอยู่ฟะ! รีบลุกขึ้นมาสิโว้ย! ข้ายังไม่อยากตายตกไปพร้อมกับวิญญาณเจ้าในกำไลบ้านี่นะเว้ย!”* เสียงโวยวายของตี้กงแผดก้องอยู่ในห้วงจิตสำนึกด้วยความร้อนรน เต่าอสูรบรรพกาลหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ พลังจิตของมันพยายามแผ่ซ่านออกมารักษาเส้นชีพจรที่ขาดวิ่นให้เยี่ยเฟิงอย่างสุดกำลัง ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ม่านหมอกสีขาวโพลนรอบกายก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บที่เยือกเย็นเสียดกระดูก อุณหภูมิลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหิมะอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงดั่งภูผาน้ำแข็ง นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่แผ่พุ่ง แววตาคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้มู่หรงอี้ต้องชะงักฝีเท้าลงทันที "หลินอวี่ฉี..." มู่หรงอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความระแวดระวัง "เจ้าเซียนสาวแห่งตำหนักเหมันต์นิรันดร์ เหตุใดจึงมาขרขวางการชำระแค้นของสำนักข้า?" หลินอวี่ฉีไม่ได้ชายตามองมู่หรงอี้แม้แต่น้อย สายตาคู่คมกริบดั่งน้ำแข็งพันปีทอดมองไปยังร่างของเยี่ยเฟิงที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหิมะ นางขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากบางเฉียบขยับกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่เยือกเย็นยิ่งกว่าสายลมหนาว "เขาเป็นคนของข้า... ใครอนุญาตให้เจ้าทำลายเขา?" คำพูดเพียงประโยคเดียวกลับทรงพลังราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางสมรภูมิ เยี่ยเฟิงที่กำลังนอนกัดฟันอยู่ถึงกับชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ ปากเจ้ากรรมก็ยังอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงแหบพร่าแซวออกมา "โฮ... แม่นางหลิน... เจ้าเป็นห่วงข้าขนาดนี้เชียวรึ... หรือว่าแอบหลงเสน่ห์ความหล่อเหลาของข้าเข้าแล้ว..." หลินอวี่ฉีเหลือบหางตามามองเขาด้วยแววตาตำหนิปนเอือมระอา แวบหนึ่งที่ลึกเข้าไปในดวงตานั้นมีความไหววูบดั่งผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป แต่นางก็ซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว นางก้าวผ่านร่างของเยี่ยเฟิงไปยืนเผชิญหน้ากับมู่หรงอี้ มือเรียวบางยกขึ้นประสานอินทร์ ปราณเหมันต์นิรันดร์พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆหมอกแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม "ถ้าเจ้าอยากแตะต้องเขา..." หลินอวี่ฉีเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับบิดเบี้ยวด้วยแรงกดดันระดับมหาเทพเซียน "จงก้าวข้ามซากศพของข้าไปก่อน" มู่หรงอี้แค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน "คิดว่าบรรลุวิชาเหมันต์นิรันดร์ขั้นสมบูรณ์แล้วจะไร้เทียมทานงั้นรึ? วันนี้ข้าจะฝังพวกเจ้าทั้งคู่ไว้ที่หุบเขานี้ด้วยกันเสียเลย!" สิ้นเสียงคำราม มู่หรงอี้ทะยานร่างเข้าประชิด พลังกระบี่เก้าสวรรค์ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งดั่งคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่ง หลินอวี่ฉีสะบัดมือขวา กระบี่น้ำแข็งใสสะอาดปรากฏขึ้นในมือ ประชันรับการโจมตีอย่างดุเดือด แสงสว่างจ้าจากการปะทะของยอดฝีมือสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่าหิมะ ทว่า ท่ามกลางการต่อสู้ที่กำลังถึงจุดแตกหักนั้นเอง แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามต่ำลึกราวกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรพกาลจากขุมนรกดังขึ้นจากใต้พื้นดิน *คร치... บรุมมมมม!* รอยแยกขนาดมหึมาปริแตกออกตรงจุดที่เยี่ยเฟิงนอนอยู่ ไอน้ำสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นอายโบราณที่กดทับวิญญาณของผู้คนจนแทบกระอักเลือด และสิ่งที่ก้าวขึ้นมาจากรอยแยกนั้น... กลับไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไป แต่เป็นเงาร่างของมนุษย์สวมชุดคลุมขาดวิ่นที่ถือกระบี่ผุพังเล่มหนึ่ง ซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเยี่ยเฟิงราวกับพิมพ์เดียวกัน! "เยี่ยเฟิง... เจ้าจำคนผู้นี้ได้หรือไม่?" เงาร่างปริศนานั้นเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่าดั่งมาจากโลกหลังความตาย ดวงตาของเยี่ยเฟิงเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงจนถึงขีดสุด ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนในทันทีเมื่อตระหนักว่าความลับที่เขาปกปิดมาตลอดชีวิตกำลังจะถูกกระชากออกมาในวินาทีนี้เอง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันบ้าคลั่งนี้ไปด้วยกันครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%