กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 8

ความลับใต้แผ่นดิน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยปริศนา ดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงศิลาโบราณที่อับชื้น กลิ่นอายความตายและกาลเวลาหลายพันปีโชยปะทะนาสิกจนเยี่ยเฟิงต้องหรี่ตาลง ประกายกระบี่มารทมิฬในมือสั่นระริกราวกับมีความรู้สึกร่วม มันแผ่ไอสีดำทมิฬขับไล่ความมืดมิดรอบกายให้ถอยร่นไปสามชั่วตัวอักษร "เจ้านาย ระวังหน่อย..." เสียงแหบแห้งคล้ายคนแก่ใกล้ลงโลงดังขึ้นจากกำไลหยกโบราณที่ข้อมือซ้าย ตี้กง เต่าอสูรบรรพกาลโผล่หัวย่นๆ ออกมาครึ่งหนึ่ง ดวงตาสีทองหรี่มองแท่นบูชาเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง "ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แก่กล้ากว่าตาแก่หนังเหนียวสำนักกระบี่เมฆาเสียอีก ที่นี่ไม่ใช่สุสานธรรมดา... มันคือคุกสะกดวิญญาณบรรพกาล!" เยี่ยเฟิงไม่ตอบคำถาม ปลายเท้าของเขาเหยียบลงบนพื้นศิลาที่สลักลวดลายประหลาด แววตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองแผ่นศิลาขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถง บนนั้นปรากฏอักขระโบราณนับหมื่นตัวที่ถูกสลักด้วยกระบี่อันทรงพลัง ปราณกระบี่ที่หลงเหลืออยู่ในร่องรอยอักษรยังคงคมกลาจนบาดผิวหนังของเขาให้เกิดรอยแดงจางๆ แม้จะผ่านมานับพันปีแล้วก็ตาม "วิชาดาบนี้..." เยี่ยเฟิงพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความตื่นตะลึงไว้ลึกๆ "ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ในยุคปัจจุบันอย่างแน่นอน" ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา หลินอวี่ฉีไม่เอ่ยคำใด นางกวาดสายตามองแผ่นศิลาเบื้องหน้า ไอน้ำแข็งบริสุทธิ์รอบกายหมุนวนเพื่อต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากผนังศิลา ใบหน้างดงามไร้ที่ติยังคงเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี แต่คิ้วเรียวกลับขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ทำให้ชีพจรเซียนในร่างเต้นผิดจังหวะ "ระวัง" หลินอวี่ฉีเอמהเสียงแผ่วเบา นางยกมือขึ้นวาดผ่านอากาศเบื้องหน้า สร้างม่านพลังเหมันต์บางๆ ปกป้องแผ่นหลังให้เยี่ยเฟิง "อักขระพวกนี้... มีจิตสังหารซ่อนอยู่ มันไม่ใช่แค่บันทึกเรื่องราว แต่มันคือค่ายกลกักขังจิตวิญญาณ" เยี่ยเฟิงเหลือบมองนาง หุมมุมปากยิ้มหยันออกมาเล็กน้อย ความอบอุ่นสายหนึ่งพลันไหลผ่านหัวใจที่ด้านชา "แม่นางหลิน เป็นห่วงข้าหรือ? วางใจเถอะ ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา เจ้าเต่าตี้กงกับข้าก็ยังเอาตัวรอดได้... อย่างน้อยก็ขอตายหลังจากพาเจ้าออกจากที่นี่ก็ยังไม่สาย" "ไร้สาระ" หลินอวี่ฉีปรายตามองค้อนเขาครั้งหนึ่ง ทว่าใบหูขาวสะอาดกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว นางหันหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก "เจ้าเด็กสารเลว เจ้าจะจีบสาวก็ดูสถานที่ด้วยสิฟะ!" ตี้กงส่งเสียงโวยวายในกำไล "นี่มันซากปรักหักพังของอสูรบรรพกาลนะเว้ย! ดูที่พื้นนั่นสิ... รอยเลือดแห้งกรังนั่นไม่ใช่ของมนุษย์!" เยี่ยเฟิงหันกลับมาสนใจเบื้องหน้าตามที่เต่าอสูรเตือน เขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นบูชาศิลา มือขวาที่มีรอยแผลเป็นจากการผ่านศึกนับร้อยครั้งยื่นออกไปสัมผัสกับอักขระตัวแรกบนแผ่นศิลา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส โลกทั้งใบก็พลันสั่นสะเทือน! *ตูม!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว อักขระโบราณบนแผ่นศิลาเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าขึ้นทีละตัว ไล่เรียงจากเบื้องล่างขึ้นสู่ยอดศิลา ราวกับมังกรเพลิงที่กำลังฟื้นคืนชีพจากความตาย พลังปราณอันกดดันมหาศาลโถมเข้าใส่ร่างของเยี่ยเฟิงและหลินอวี่ฉีจนทั้งสองต้องถอยหลังไปคนละก้าว ภาพเหตุการณ์ในอดีตเริ่มฉายชัดขึ้นในห้วงความคิด... มันไม่ใช่ภาพความทรงจำของเยี่ยเฟิง แต่เป็น "เจตจำนง" ที่หลงเหลืออยู่ของอสูรบรรพกาลตนหนึ่ง! ในห้วงนิมิตอันมืดมิด ท้องนภาสีครามถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สีเลือด พื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทะเลเพลิงแผดเผาทุกสรรพสิ่ง เบื้องหน้าของเยี่ยเฟิงในนิมิตปรากฏร่างของพญาสัตว์อสูรตนหนึ่ง มันมีรูปร่างคล้ายพยัคฆ์แต่มีปีกคู่ใหญ่สยายออกปกฟ้าดิน ดวงตาสีทองคำคู่นั้นจ้องมองมาที่เขา เต็มไปด้วยความแค้นเคือง ความดุดัน และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนาน *“ผู้ถือครองกระบี่มาร... ในที่สุดเจ้าก็มา”* เสียงนั้นดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเยี่ยเฟิงโดยตรง มันทรงพลังจนทำให้กระบี่มารทมิฬในมือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับจะหลุดลอยออกไปจากมือของเขา "เจ้าเป็นใคร?" เยี่ยเฟิงกัดฟันกรอด ฝืนต้านทานแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่เกือบจะทำให้เขาล้มคุกเข่า เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ *“ข้าคือ ‘พยัคฆ์เพลิงทมิฬบรรพกาล’ หนึ่งในสี่อสูรผู้พิทักษ์แห่งยุคบรรพกาล...”* เสียงนั้นเอ่ยต่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเวทนา *“เจ้าคิดว่าที่พวกเจ้ากำลังต่อสู้กันอยู่ในยุทธภพตอนนี้คือความจริงทั้งหมดงั้นหรือ? หึ... มนุษย์ตัวน้อยผู้โง่เขลา เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานที่พวกมันสร้างขึ้นมาเพื่อรอวันเก็บเกี่ยวเท่านั้น!”* "หมายความว่าอย่างไร!" เยี่ยเฟิงตะโกนถาม เสียงของเขาดังกลบเสียงคำรามของสายฟ้าในนิมิต *“อยากรู้ความจริง... จงใช้เลือดของเจ้าปลุกผนึกชั้นที่สามของกระบี่ในมือเจ้าซะ แล้วเจ้าจะพบว่า... อาจารย์ที่เจ้าเคารพนักหนา แท้จริงแล้วตายเพราะเหตุใดกันแน่!”* สิ้นเสียงคำราม ร่างของพยัคฆ์เพลิงทมิฬในนิมิตก็ระเบิดออกเป็นละอองแสงสีทองนับล้านดวง พุ่งเข้าสู่ร่างของเยี่ยเฟิงโดยตรง! *อั๊ก!* เยี่ยเฟิงกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนอย่างรุนแรง ปราณมารในร่างปั่นป่วนจนทะลักออกมาทางผิวหนังกลายเป็นละอองไอดำทมิฬ รัศมีพลังของเขาพุ่งทะยานจากขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ ทะลวงผ่านกำแพงไร้รูปอย่างไร้ความปรานี! *เปรี้ยง!* คลื่นพลังรุนแรงแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง หลินอวี่ฉีรีบสะบัดมือสร้างโล่เหมันต์มารับแรงกระแทกนั้นไว้ นางมองเยี่ยเฟิงด้วยความตกใจระคนเป็นห่วง ใบหน้างดงามซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มในตอนนี้ "เยี่ยเฟิง! อย่าฝืนผนึกพลังในร่าง ร่างกายของเจ้าจะแหลกสลาย!" เยี่ยเฟิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือซ้ายกุมหน้าอก มือขวาปักกระบี่มารทมิฬลงกับพื้นเพื่อพยุงร่าง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ทว่ามุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้น... เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและจิตสังหารที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่หลินอวี่ฉีเคยเห็นมา เขารู้ความจริงบางอย่างแล้ว... ความจริงที่ทำให้ความเคารพและความแค้นในอดีตปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วโถงศิลาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอันเยือกเย็น ก็ดังขึ้นที่ทางเข้าอุโมงค์เบื้องหลังพวกเขา *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของบุคคลนั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปราณเซียนบริสุทธิ์แต่แฝงไว้ด้วยความอัปมงคลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ไม่เลวเลย... ศิษย์น้องเยี่ยเฟิง เจ้าหาญกล้าถึงขนาดบุกมาถึงสุสานบรรพกาลแห่งนี้ได้" น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับกระบี่ในมือของอีกฝ่ายที่ชักออกมาครึ่งฝัก เปล่งประกายแสงสีขาวนวลบาดตา "ดูท่า... ข้าคงต้องลงมือเก็บกวาดขยะที่หลงเหลือจากสำนักมารเมื่อสิบปีก่อนด้วยตัวเองเสียแล้วสินะ" เยี่ยเฟิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานจากการทะลวงขอบเขตจ้องมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้จากยอดเขาหลัก... สมควรตายนัก!" โปรดติดตามตอนต่อไป... --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันบ้าคลั่งนี้ไป1ด้วยกันครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%