รอยแตกของห้วงมิติฉีกขาดออกราวกับผ้าแพรราคาถูก เสียงคำรามกึกก้องของกระบี่เพลิงโลกันตร์พุ่งทะลวงผ่านแผ่นหลังของเยี่ยเฟิงอย่างเหี้ยมเกรียม เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมหิมะสีขาวโพลนให้กลายเป็นสีชาด โลหิตร้อนระอุหยดลงบนพื้นน้ำแข็งจนเกิดเสียง 'ฟู่' ยาวนาน ไอความร้อนและไอน้ำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
เยี่ยเฟิงกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายของเขาราวกับถูกค้อนยักษ์แห่งสวรรค์ทุบทำลายจนกระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดเป็นจุล กระบี่มารทมิฬในมือสั่นสะท้านอย่างน่าเวทนา มันพยายามจะพยุงร่างเจ้าของไว้ แต่วิญญาณกระบี่กลับกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"ไอ้เด็กเวร! ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าเพิ่งใช้วิชาฝืนชะตานี้! สมน้ำหน้า! คราวนี้พวกเราได้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนในแดนเหมันต์สมใจแน่!"
เสียงโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นมาจากกำไลมรกตที่ข้อมือของเยี่ยเฟิง ตี้กง เต่าอสูรบรรพกาลโผล่หัวออกมาด้วยสีหน้าหวาดผวา ดวงตาสกลรวบรวมพลังปราณเพื่อจะช่วยพยุง แต่ทว่า แรงกดดันจากกระบี่เพลิงโลกันตร์ของศัตรูนั้นเหนือล้ำเกินกว่าที่สัตว์อสูรขอบเขตวิญญาณจะทานทน
เบื้องหน้าของเยี่ยเฟิงคือเงาร่างของผู้อาวุโสแห่งสำนักอัคคีผลาญฟ้า ผู้ถือครองคัมภีร์เพลิงบรรพกาล มันหัวร่อด้วยความสะใจ แววตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดและอำมหิต
"ฮ่าๆๆๆ! เยี่ยเฟิง! ศิษย์นอกรีตผู้บังอาจท้าทายอำนาจของสำนักใหญ่ วันนี้คือวันตายของเจ้า กระบี่มารทมิฬจะตกเป็นของข้า และวิญญาณของเจ้าจะต้องถูกแผดเผาในขุมนรกโลกันตร์ไปชั่วนิรันดร์!"
สิ้นเสียงคำราม ดาบเพลิงมหึมาก็ถูกเงื้อมขึ้นสูง หมายจะฟันร่างของเยี่ยเฟิงให้ขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว
ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
เยี่ยเฟิงฝืนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยรอยเลือดมองไปยังร่างที่ยืนอยู่เบื้องหลังเงาเพลิงนั้น ร่างของสตรีผู้หนึ่งซึ่งงดงามราวกับเทพเซียนลงมาจุติ นางคือหลินอวี่ฉี เซียนสาวผู้ถือครองวิชาเหมันต์นิรันดร์
ทว่า ในยามนี้ แววตาของนางที่เคยราบเรียบเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง หัวใจที่ถูกผนึกไว้ด้วยเคล็ดวิชาไร้ความรู้สึกมาตลอดชีวิต กลับรู้สึกราวกับถูกค้อนเหล็กหลอมร้อนกระแทกเข้าอย่างจังจนร้าวราน
ภาพความทรงจำยามที่เยี่ยเฟิงคอยกวนประสาท นาง พยายามหลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจนางด้วยรอยยิ้มกวนๆ และการกระทำที่บ้าบิ่น วิ่งวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนางอย่างรวดเร็ว
*นางไม่อาจปล่อยให้เขาตายตรงหน้าได้...*
"เยี่ยเฟิง..."
เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบหลุดออกมาจากริมฝีปากบางของหลินอวี่ฉี มันแผ่วเบาราวกับสายลม แต่กลับทรงพลังอำนาจจนทำให้สรรพสิ่งรอบกายหยุดนิ่ง
*ตู้มมม!*
วินาทีนั้น เวลาทั่วทั้งอาณาบริเวณพลันหยุดหมุน!
หยดเลือดที่กำลังกระเซ็นกลางอากาศค้างเติิ่ง ดาบเพลิงโลกันตร์ที่กำลังจะฟันลงมาหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน ผู้อาวุโสสำนักอัคคีผลาญฟ้าที่กำลังอ้าปากหัวเราะค้างเติิ่งอยู่ในท่าทางที่น่าเกลียด ใบหน้าของมันยังคงประดับด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ แต่ดวงตกลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อพบว่าตนเองขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย
กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน กฎแห่งกาลเวลา ถูกบิดเบือนด้วยพลังปราณเหมันต์ที่บริสุทธิ์ที่สุดในใต้หล้า
หลินอวี่ฉีพ่นโลหิตสีเงินออกมาคำโต การใช้วิชาหยุดเวลาระดับนี้ฝืนกฎสวรรค์มากเกินไป มันสร้างภาระอันหนักหน่วงให้แก่ร่างกายและจิตวิญญาณของนางอย่างมหาศาล ใบหน้าที่เคยงดงามไร้ที่ติกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ปอยผมสีดำขลับเริ่มปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งบางเบา
นางก้าวเดินผ่านห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง ราวกับเดินอยู่บนผืนน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง ทุกย่างก้าวที่นางเดินผ่าน อากาศรอบตัวแตกสลายเป็นละอองแสงสีฟ้าคราม
หลินอวี่ฉีทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าเยี่ยเฟิง มือเรียวงามดั่งหยกสลักเอื้อมออกไปสัมผัสแก้มที่เปื้อนเลือดของชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม สัมผัสจากปลายนิ้วของนางเย็นเฉียบ แต่แววตาที่มองเขากลับร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง
"เจ้ามัน... คนโง่เง่า..." หลินอวี่ฉีกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวย หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาสัมผัสกับผิวแก้มของเยี่ยเฟิง กลับกลายเป็นผลึกน้ำแข็งใสบริสุทธิ์
เยี่ยเฟิงเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่จิตสำนึกของเขายังคงตื่นรู้ เขาส่งเสียงผ่านทางกระแสจิตด้วยความร้อนรน
*“อวี่ฉี... เจ้าทำบ้าอะไร! การฝืนหยุดเวลาจะทำให้เส้นชีพจรเซียนของเจ้าแตกสลาย! หยุดเดี๋ยวนี้!”*
หลินอวี่ฉีส่ายศีรษะช้าๆ รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง รอยยิ้มที่งดงามจนสามารถทำให้บุปผาทั่วทั้งยุทธภพต้องอับอายขายหน้า
"ข้าฝึกวิชาเหมันต์ที่ไร้หัวใจมาตลอดชีวิต... คิดว่าหัวใจดวงนี้คงด้านชาไปชั่วนิรันดร์แล้ว" หลินอวี่ฉีกระซิบข้างหูของเขา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "แต่เป็นเจ้า... ที่เข้ามาทำลายกำแพงนั้น... หากวันนี้เจ้าตาย ข้าจะยังเหลือเหตุผลใดให้อยู่บนโลกใบนี้อีกเล่า?"
"ยัยเซียนบ้าเอ๊ย..." ตี้กงที่ถูกแช่แข็งในห้วงเวลาร้องอุทานในใจด้วยความสะเทือนอารมณ์ "แม่นางน้ำแข็งผู้นี้... ยอมเผาผลาญตบะนับร้อยปีเพื่อช่วยเจ้าหนู่นี่จริงๆ ด้วย!"
หลินอวี่ฉีรวบรวมลมปราณเหมันต์นิรันดร์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในตันtian (จุดตันเถียน) ของนาง ร่างกายของนางเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าจนแสบตา นางวางมือเรียวลงบนแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังของเยี่ยเฟิง พลังปราณเซียนบริสุทธิ์ไหลทะลักเข้าไปในร่างของเขาเพื่อสมานกระดูกที่แตกละเอียดและหยุดยั้งอาการบาดเจ็บสาหัส
ทว่า การฝืนกฎสวรรค์ย่อมต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพง!
*เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!*
เสียงแตกร้าวของเส้นชีพจรเซียนภายในร่างของหลินอวี่ฉีดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เลือดสีเงินไหลทะลักออกจากมุมปากของนางไม่ขาดสาย พลังปราณรอบตัวนางเริ่มปั่นป่วนและเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว
"อวี่ฉี!" เยี่ยเฟิงคำรามลั่นในใจ ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดพุ่งพล่านทะยานขึ้นถึงขีดสุด พลังปราณมารทมิฬในตัวเริ่มตอบสนองต่ออารมณ์ที่ระเบิดออก มันพยายามฉีกกระชากพันธการแห่งกาลเวลาที่นางสร้างขึ้น
ในขณะที่หลินอวี่ฉีกำลังจะถ่ายทอดพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อส่งเยี่ยเฟิงหนีไป ทันใดนั้นเอง... ท้องนฟ้าเบื้องบนก็พลันมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน!
เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นในชั่วพริบตา สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ขนาดมหึมาฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์อย่างไร้ความปรานี ทิศทางของมันุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขาทั้งสองยืนอยู่!
"ทัณฑ์สวรรค์?!" หลินอวี่ฉีเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก "เพราะข้าฝืนใช้พลังกาลเวลาช่วยชีวิตเจ้า ฟ้าดินจึงส่งทัณฑ์สวรรค์ลงมาพิฆาตพวกเรา..."
สายฟ้าสีทองคำสว่างวาบจนกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีร้อยลี้ แรงกดดันระดับทำลายล้างพุ่งเข้าใส่ร่างของทั้งคู่จนแทบแหลกสลาย
ทว่า ในวินาทีที่สายฟ้ากำลังจะผ่าลงมาถึงตัวนั้นเอง ห้วงมิติเบื้องหลังของพวกเขาก็ฉีกขาดออกอีกครั้ง...
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายโบราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเขานั้น น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าทัณฑ์สวรรค์เบื้องบนเสียอีก!
มือข้างหนึ่งยื่นออกไปคว้าจับสายฟ้าสีทองคำเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย!
"หึ... บังเอิญจริงๆ ที่ข้าผ่านมาแถวนี้ และดูเหมือนว่า... ข้ามาทันดูฉากรักอันแสนซาบซึ้งพอดิบพอดี"
เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยปริศนา
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานะครับ
กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 7
วิชาเหมันต์ที่ไร้หัวใจ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!