ความจริงทั้งหมดพลิกคว่ำในพริบตา เมื่อป้ายวิญญาณแห่งสำนักกระบี่สวรรค์แตกละเอียดคาอุ้งมือ เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของหลินอวี่ฉี
"เจ้า... รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?"
สุ้มเสียงของนางเซียนน้ำแข็งนิรันดร์สั่นระริก แม้ไอน้ำแข็งรอบกายจะยังคงแผ่พุ่งความหนาแน่นจนแผ่นดินเป็นเกล็ดน้ำค้างแข็ง แต่แววตานั้นกลับไหววูบราวกับเปลวเทียนกลางลมพายุ ความลับที่สำนักใหญ่ปกปิดไว้ใต้พรมอันเน่าเฟะมานานนับร้อยปี ถูกกระบี่มารทมิฬของเยี่ยเฟิงแหวะแหวกออกจนเห็นกระดูกที่ผุพัง
"ข้าพูดความจริงหรือพูดเรื่องไร้สาระ แม่นางหลินย่อมรู้แก่ใจดีที่สุด!" เยี่ยเฟิงแค่นเสียงหัวเราะหยัน ริมฝีปากเปื้อนเลือดหยาดหนึ่งชวนให้รู้สึกระคายใจยิ่งนัก มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เบื้องหลังของพวกเขาทั้งสองคือมหาวิหารหุบเขาเซียนที่บัดนี้กำลังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงระฆังสำนักดังกึกก้องกังวานเตือนภัยระดับสูงสุด อักขระสีทองนับหมื่นสายบนม่านบาตรสวรรค์ลอยคว้าง ไขว่ประสานกันจนท้องฟ้ากลายเป็นสีชาด โซ่ตรวนแห่งกฎสวรรค์นับร้อยเส้นพุ่งแหวกอากาศลงมาดั่งห่าฝน เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว... คือการบดขยี้สองชีวิตที่กล้าลบหลู่เบื้องสูงให้แหลกเป็นจุล!
"ไอ้หนูเยี่ย! มัวชักช้าอะไรอยู่เล่า! หากยังยืนบื้อหน้าโง่อยู่ตรงนี้ ข้าว่าพวกเราจะได้กลายเป็นเต่าตุ๋นสมุนไพรในหม้อของพวกมันจริงๆ แล้วนะเว้ย!"
เสียงแหบแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากกำไลหยกมรกตบนข้อมือของเยี่ยเฟิง ตี้กงโผล่หัวเต่าสีดำสนิทออกมา ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกแต่ก็ยังไม่วายปากเสีย "นั่นมันค่ายกลกระบี่สวรรค์เก้าทิศเชียวนะ! ต่อให้เจ้ามีกระบี่มารทมิฬหรือแม่อรชรน้ำแข็งข้างกายนี้เป็นเซียนจุติลงมา ก็ไม่แคล้วโดนมันสับเป็นหมูสับแดดเดียวหรอก!"
"หุบปากน่าเจ้าเต่าแก่! ถ้าไม่อยากตายก็ส่งพลังปราณบรรพกาลของเจ้ามาช่วยข้าทะลวงทางเดี๋ยวนี้!" เยี่ยเฟิงตวาดกลับในใจอย่างฉุนเฉียว
ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน หลินอวี่ฉีไม่ได้ปริปากบ่นสักคำ นางก้าวเท้าเข้ามาขนาบข้างเยี่ยเฟิงอย่างมั่นคง ปลายกระบี่เหมันต์ในมือสั่นระริก ปล่อยละอองความเย็นจัดจนอากาศรอบตัวแข็งตัวเป็นผลึกแก้ว แม้หัวใจจะเจ็บปวดรวดร้าวจากการถูกหักหลังโดยสำนักที่นางอุทิศตนปกป้องมาทั้งชีวิต แต่สัญชาตญาณและการตัดสินใจในยามวิกฤตของนางยังคงเฉียบคมดุจใบมีด
"ตามข้ามา..." หลินอวี่ฉีกล่าวเสียงเรียบ เย็นชา ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยว "เส้นทางมิติโบราณหลังหุบเขาถูกปิดตายด้วยค่ายกลผนึกวิญญาณ มีเพียงเลือดของข้าและเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์เท่านั้นที่จะฉีกกระชากมันเปิดออกได้ชั่วกาลเวลาสั้นๆ"
"ถ้าเช่นนั้นก็ลุยกันเถอะ!"
เยี่ยเฟิงไม่รอช้า เขาพลิกฝ่ามือเรียกกระบี่มารทมิฬออกมารับพลังปราณสีดำสนิทที่แผ่พุ่งออกมาจากจิตวิญญาณ ท่าร่างวิชา 'ย่างก้าวอสูรสะท้านภพ' ถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด ร่างของเขาทะยานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งลูกศรที่หลุดจากแหล่ง ปะทะเข้ากับตาข่ายกระบี่นับพันเล่มที่ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบนอย่างดุเดือด
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงระเบิดกัมปนาทสนั่นหวั่นไหว คลื่นกระแทกจากการปะทะกันของพลังปราณมารและพลังปราณเซียนแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ต้นไม้นับร้อยไร่ในหุบเขาเซียนถูกตัดขาดสะบั้นในพริบตา เยี่ยเฟิงกระอักเลือดออกมาคำโต แต่อาการบาดเจ็บกลับยิ่งเติมเชื้อเพลิงให้จิตวิญญาณนักสู้ในกายเดือดพล่าน ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันราวกับพญามารผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน
ในขณะเดียวกัน หลินอวี่ฉีร่ายรำกระบี่ในมืออย่างงดงามตระการตา ละอองหิมะโปรยปรายกลายเป็นดอกบัวน้ำแข็งนับพันดอก พุ่งเข้าสกัดกั้นเหล่าผู้อาวุโสสำนักเซียนที่กำลังไล่ล่าตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด เสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวของเจ้าสำนักดังไล่หลังมาติดๆ
"นังศิษย์ทรยศ! เจ้ากล้าพาคนนอกมาปล้นชิงคัมภีร์บรรพกาลและทำลายหุบเขาเซียน วันนี้ต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ข้าก็จะควักหัวใจเจ้าออกมาบูชายัญสำนักให้จงได้!"
แรงกดดันจากระดับพลังขอบเขตบูรณาการเซียนขั้นสมบูรณ์กดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างของเยี่ยเฟิงส่งเสียงลั่นเอี๊ยด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย แม้แต่ตี้กงในกำไลยังต้องส่งเสียงร้องซี๊ดซ๊าดด้วยความเจ็บปวดจากแรงกดดันทางจิตวิญญาณ
"เร็วเข้า! แม่นางหลิน พวกมันตามมาทันแล้ว!" เยี่ยเฟิงคำรามลั่น งัดเอาพลังลมปราณเฮือกสุดท้ายทุ่มลงไปที่คมกระบี่ มารทมิฬคำรามลั่นราวกับเสียงอสูรร้องไห้ แสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานตัดผ่านความมืดมิดของหุบเขาเบื้องหน้า
หลินอวี่ฉีขบกริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด นางกัดปลายลิ้นพ่นโลหิตสีแดงสดใส่ใจกลางผนึกมิติโบราณ ทันใดนั้น รอยแยกสีขาวโพลนขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปด้วยแรงดูดอันมหาศาล
"กระโดด!"
นางเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะคว้าแขนเสื้อของเยี่ยเฟิงแล้วพุ่งตัวเข้าสู่รอยแยกมิติ ท่ามกลางเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของเหล่าผู้อาวุโสที่พุ่งเข้ามาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
รอยแยกมิติปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงความเงียบงัดและร่องรอยการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ทว่า ในความมืดมิดอันเวิ้งว้างของมิติเบื้องล่างที่พวกเขากำลังร่วงหล่นลงไป เยี่ยเฟิงกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่าขนพองสยองเกล้า—
ไอสังหารอันเก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าสำนักเซียนนับร้อยเท่ากำลังลืมตาตื่นขึ้นจากก้นบึ้งของแดนลี้ลับแห่งนี้ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... มีเสียงฝีเท้าอันเชื่องช้าของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้พวกเขา ในความมืดที่แม้แต่แสงสว่างก็มิอาจส่องถึง!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ามหันตภัยครั้งนี้ไปกับข้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- ลั่วอสูรหมื่นภูผา -
กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 6
หนีตายสู่แดนลี้ลับ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!