โลหิตสีแดงฉานพ่นทะลักออกจากริมฝีปากของเยี่ยเฟิง หยดแล้วหยดเล่ารดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนจนกลายเป็นสีชาดที่น่าสะพรึงกลัว กระบี่มารทมิฬในมือสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับรับรู้ถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของนายเหนือหัว มันส่งเสียงร้องคร่ำครวญดั่งภูตผีร่ำไห้อยู่ในห้วงลึกของจิตวิญญาณ
เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือ "มหาดาราจักรโลกันตร์" ค่ายกลเพลิงอัสนีที่ถักทอขึ้นจากพลังปราณอันไร้ขีดจำกัดของผู้อาวุโสแปดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ อานุภาพของมันหนักหน่วงปานขุนเขาไท่ซานกดทับ อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
"เยี่ยเฟิง... เจ้าคนโง่เง่า เหตุใดจึงเอาตัวมารับกระบวนท่านี้แทนข้า!"
เสียงหวานล้ำที่เคยราบเรียบดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับสั่นเครือจนแทบขาดใจ หลินอวี่ฉีทรุดกายลงประคองร่างที่กำลังจะล้มลงของชายหนุ่ม ปลายมือเรียวงามของนางสั่นเทาขณะพยายามถ่ายเทลมปราณเหมันต์นิรันดร์เข้าไปเพื่อสกัดกั้นพิษโลหิตที่กำลังแผดเผาชีพจรของเขา ทว่า ยิ่งนางถ่ายเทความเย็นมากเท่าไร เลือดในกายของเยี่ยเฟิงก็ยิ่งไหลทะลักออกมามากขึ้นเท่านั้น
เยี่ยเฟิงฝืนแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นทั้งเกียจคร้านและดื้อรั้นเช่นเคย แม้ความเจ็บปวดจะแผดเผาไปทั่วร่างจนกระดูกทุกชิ้นแทบแหลกสลาย ปลายนิ้วที่เปื้อนเลือดเอื้อมไปแตะปาดคราบน้ำตาที่หางตาของนางแผ่วเบา
"แม่นางหลิน... หากข้าไม่เอาหลังรับแทนท่าน เกรงว่าป่านนี้คงไม่ได้เห็นใบหน้าอันงดงามที่กำลังตื่นตระหนกของท่านเช่นนี้... แค่ก! น่าเสียดายยิ่งนัก หากข้าต้องตายวันนี้ คงไม่มีใครคอยกวนประสาทท่านไปตลอดชีวิตแล้วกระมังครับ"
"เจ้ายังมีแก่ใจมาพูดเล่นอีกหรือ!"
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่สวยที่เคยเยือกเย็นกระทบลงบนแก้มของเยี่ยเฟิง มันคือน้ำตาของเซียนสาวผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อผู้ใดในใต้หล้า แต่วันนี้ นางกลับยอมหลั่งน้ำตาให้แก่ศิษย์นอกรีตผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นมารร้ายจากสำนักมาร
ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกของเยี่ยเฟิง เสียงทุ้มต่ำและกวนประสาทของเต่าอสูรตี้กงดังแทรกขึ้นมาทันที
*(ไอ้หนู เจ้าทำเกินไปแล้วกระมัง! ใช้กายเนื้อรับกระบี่ผ่าดาราจักรเนี่ยนะ? สมองเจ้าทำด้วยเต้าหู้หรืออย่างไร? ข้ายังไม่อยากตายตกไปพร้อมกับเจ้าในดินแดนรกร้างแห่งนี้หรอกนะโว้ย!)*
เยี่ยเฟิงแค่นหัวเราะในใจ *'หุบปากน่าเจ้าเฒ่าตี้กง... หากข้าไม่ทำเช่นนี้ นางเซียนน้ำแข็งผู้นี้คงสูญเสียพลังปราณต้นกำเนิดไปตลอดกาล เจ้าอยากให้ข้ากลายเป็นบุรุษไร้คุณธรรมที่ปล่อยให้สตรีต้องมาตายแทนหรืออย่างไร'*
*(คุณธรรมบ้าบออะไรกัน! เจ้าเป็นถึงทายาทวิชากระบี่มารทมิฬนะเว้ยเฮ้ย!)* ตี้กงคำรามลั่นในห้วงจิต
ทว่าภายนอก ผู้อาวุโสแปดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์กลับหัวร่อด้วยความสะใจ เสียงหัวเราะของมันดังก้องกังวานเสียดแท้วิญญาณ
"ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นภาพความรักที่น่าสมเพชยิ่งนัก! เยี่ยเฟิง เจ้าศิษย์นอกรีตผู้ทรยศสำนัก คิดไม่ถึงว่าวันสุดท้ายของชีวิต เจ้าจะตายเพราะเอาตัวมาปกป้องสตรีจากสำนักเซียนคู่ปรับ! ดี... เช่นนั้นข้าจะส่งพวกเจ้าทั้งคู่ไปลงนรกพร้อมกัน!"
รัศมีกระบี่สีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รวมตัวกันเป็นอภิมหากระบี่เล่มยักษ์ยาวนับร้อยวา มันเตรียมพุ่งลงมาปักตรึงร่างของทั้งสองให้แหลกสลายกลายเป็นจุลในคราเดียว
หลินอวี่ฉีกัดริมฝีปากจนห่อเลือด แววตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามเข้มข้น พลังเหมันต์นิรันดร์ระเบิดออกรอบกายจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้นลอยเคว้งคว้าง ทว่านางเพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ พลังปราณในกายเหลือไม่ถึงสามส่วน หากต้องฝืนใช้กระบวนท่าสูงสุด เกรงว่าร่างของนางเองก็จะแตกดับสลายไปพร้อมกัน
"อวี่ฉี... พอได้แล้ว"
เยี่ยเฟิงคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นแม้จะแผ่วเบาเนื่องจากพิษบาดแผล แต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจปฏิเสธ ดวงตาคมกริบของเขาสบประสานกับดวงตานางอย่างลึกซึ้ง
"ข้าบอกท่านแล้ว... ตราบใดที่กระบี่ในมือข้ายังไม่หักสะบั้น ไม่มีใครหน้าไหนในใต้หล้า... พรากชีวิตท่านไปได้ทั้งสิ้น แม้แต่เงาของความตายก็ไม่มีสิทธิ์!"
สิ้นเสียงคำรามอันดุดัน เยี่ยเฟิงสะบัดมือขวาเรียกกระบี่มารทมิฬลอยกลับมาด้วยพลังจิต แม้ร่างกายจะโชกไปด้วยเลือด แต่กลิ่นอายความบ้าคลั่งรอบตัวเขากลับพุ่งทะยานสูงขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว เมฆหมอกบนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีเลือดผ่าฟาดลงมากลางวงล้อมราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธต่อการท้าทายกฎสวรรค์ครั้งใหม่
เขากำลังจะใช้ "วิชากระบี่กลืนนภากำราบมาร" ขั้นที่เก้า ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาต้องห้ามที่ต้องแลกมาด้วยอายุขัยครึ่งหนึ่งของชีวิต!
ทว่า ในวินาทีเป็นตายที่อภิมหากระบี่ทองคำกำลังจะพุ่งทะลวงลงมานั้นเอง...
จู่ๆ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงเบื้องหน้าของพวกเขา ร่างนั้นยืนหยัดตระหง่านราวกับค้ำจุนฟ้าดิน ปลายเท้าแตะเบาๆ บนยอดกระบี่ของศัตรูอย่างเหนือชั้น พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มลึกที่เอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น
"รังแกเด็กหนุ่มผู้หนึ่งด้วยค่ายกลรุมกินโต๊ะ... สำนักกระบี่สวรรค์ของพวกเจ้า นับวันยิ่งไร้ยางอายขึ้นทุกทีแล้วกระมัง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันบ้าคลั่งนี้ไปด้วยกันนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 13
สำนึกของศิษย์นอกรีต
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!