กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 14

น้ำตาที่กลายเป็นหิมะ

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดที่หยดลงบนพื้นหิมะขาวโพลน ส่งเสียง "ซ่า" ราวกับน้ำเดือดพล่าน ร่างของเยี่ยเฟิงในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงของมนุษย์ผู้สมบูรณ์ อาภรณ์ขาดวิ่นจนเผยให้เห็นรอยแผลกระบี่ลึกจนเห็นกระดูก แผ่นหลังของเขาถูกย้อมด้วยสีแดงฉานจากทัณฑ์กระบี่ของสำนักเซียนกระบี่เมฆาที่เพิ่งโถมซัดเข้าใส่เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน แต่กระนั้น... เขากลับยังคงยืนหยัดตระหง่านราวกับขุนเขาที่ไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน “เจ้าเด็กโง่... สมองของเจ้าทำด้วยก้อนหินหรืออย่างไร ถึงได้เอาเนื้อหนังมนุษย์ไปรับกระบวนท่า ‘อัสนีสะท้านนภากาศ’ แทนที่จะหลบเลี่ยง?” เสียงแหบพร่าอย่างคนแก่ชราดังขึ้นจากกำไลหยกมรกตบนข้อมือขวา ตี้กง เต่าอสูรบรรพกาลโผล่หัวสีเขียวเข้มออกมาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาสีทองจ้องมองแผลเหวอะหวะด้วยความเวทนาแกมสมเพช “หากเจ้าตายตกไป ข้าที่ติดอยู่ในกำไลบ้าพล็อตนี่คงต้องหลับใหลไปอีกหมื่นปีแน่ๆ!” เยี่ยเฟิงกระตุกมุมปากฝืนยิ้ม ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์จนลมหายใจติดขัด ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับเปล่งประกายดื้อรั้นอย่างไร้ขีดจำกัด เขาเอ่ยเสียงแหบแห้งลอดไรฟัน “หุบปากน่า... ตี้กง ถ้าข้าหลบ เจ้าสิ่งนั้น... ก็จะพุ่งไปโดนคนที่อยู่ข้างหลังข้าแทนไม่ใช่หรือไง?” สิ้นคำพูดของเขา สายตาก็เหลือบมองไปยังร่างระหงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง หลินอวี่ฉี นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ในยามนี้ความเย่อหยิ่งและท่าทีราวกับปราศจากความรู้สึกได้สลายหายไปจนหมดสิ้น ดวงตางามคู่คมที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว กลับสั่นระริกอย่างรุนแรง เปลือกตาของนางกะพริบถี่เพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า มือเรียวบางที่ถือกระบี่น้ำแข็งนิรันดร์สั่นเทาน้อยๆ จนเนื้อกระบี่ส่งเสียงหึ่งๆ ขัดกับบรรยากาศรอบตัว นางไม่เคยเข้าใจความหมายของการ “ปกป้องด้วยชีวิต” มาก่อน ในสำนักเซียนเหมันต์ที่นางเติบโตมา มีเพียงกฎเกณฑ์ที่ว่า *ผู้ที่อ่อนแอต้องถูกกำจัด ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ก้าวเดิน* ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องคือการแข่งขันห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงทรัพยากรบำเพ็ญเพียร ไม่มีผู้ใดเคยเอาตัวเข้ามารับบาดแผลแทนผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... บุรุษผู้ซึ่งนางเคยคิดว่าเป็นเพียง “มารกระบี่นอกรีต” น่ารำคาญคนนี้ “เจ้า... เหตุใดจึงทำเช่นนี้?” เสียงหวานเยือกเย็นที่เคยเปล่งออกมาอย่างไร้ความรู้สึก ในยามนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด หลินอวี่ฉีก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ปลายเท้าย่ำลงบนผืนหิมะจนเกิดเสียงยุบยวบ นางมองรอยแผลเหวอะหวะบนแผ่นหลังของเยี่ยเฟิง ราวกับว่ารอยแผลเหล่านั้นกำลังกรีดแทงลงบนหัวใจของนางเอง “ข้าไม่ได้ทำเพื่อเจ้าสักหน่อย...” เยี่ยเฟิงแค่นหัวเราะเบาๆ กลั้วเสียงไอสำลักลิ่มเลือดสดๆ ออกมาคำโต “ข้าแค่... รำคาญเวลาที่เห็นสตรีหน้าตาดีต้องมาตายต่อหน้าต่อตาต่างหาก... อีกอย่าง หากเจ้าตายไป ใครจะเป็นคนช่วยข้าแบ่งเบาภาระยามเจอศัตรูระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณเล่า?” ปากบอกว่ากวนประสาท แต่นัยน์ตาของเยี่ยเฟิงที่หันกลับมามองนางนั้น กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนไว้ภายใต้ความดื้อรั้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา แม้ว่ารอบกายจะรายล้อมไปด้วยลมปราณเหมันต์ที่หนาวเหน็บจนกระดูกแทบแตกสลายก็ตาม หลินอวี่ฉีรู้สึกราวกับมีกระแสความร้อนแปลกประหลาดไหลทะลักเข้าสู่ใจกลางอก หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งด้วยเคล็ดวิชาเซียนน้ำแข็งนิรันดร์มานานนับร้อยปี บัดนี้กลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เรียกว่า “ความห่วงหา” และ “ความเจ็บปวดร้าวราน” กำลังกัดกินความรู้สึกของนางทีละน้อย หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากแพขนตางอนงามกระทบลงบนพื้นหิมะ ทว่า... ด้วยความหนาวเหนียวกดดันของพลังปราณรอบตัว หยาดน้ำตานั้นกลับกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งใสบริสุทธิ์ในพริบตา ราวกับตัวแทนของหัวใจที่กำลังหลอมละลายแต่ก็ถูกความเย็นชาของโชคชะตาแช่แข็งไว้อีกครา “น้ำตาของเซียนน้ำแข็ง... โอ้โฮ เจ้าเด็กเยี่ยเฟิง เจ้าทำลายสถิติหมื่นปีของยุทธภพเข้าให้แล้วนะเนี่ย” เสียงกระซิบกระซาบอย่างอารมณ์ดีของตี้กงดังขึ้นในห้วงความคิดของเยี่ยเฟิง “แม่นางหน้าน้ำแข็งผู้นี้ ถึงกับหลั่งน้ำตาให้เจ้าจริงๆ เสียด้วย ดูท่าวิชาใจมารของเจ้าคงบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องฝึกฝนแล้วกระมัง” “เงียบไปเลยเจ้าเต่าแก่...” เยี่ยเฟิงแอบด่าสัตว์อสูรในใจ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับหลินอวี่ฉีที่กำลังก้าวเข้ามาประชิดตัว มือเรียวดั่งหยกขาวของนางยื่นออกไปอย่างลังเล ปลายนิ้วแตะลงบนรอยแผลที่ไหล่ของเขาเบาๆ ราวกับเกรงว่าหากใช้แรงเพียงนิดเดียวจะทำให้เขาแตกสลาย “เจ็บหรือไม่...” หลินอวี่ฉีเอמהถามเสียงเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้การป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น เยี่ยเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายหอมเย็นบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขาหมื่นปีลอยเข้าจมูก ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ชั่วขณะนั้น ความแค้น ความเหนื่อยล้า และความเจ็บปวดจากบาดแผลทั่วร่างราวกับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเงาสะท้อนของกันและกันในดวงตา “ถ้าบอกว่าไม่เจ็บ... ก็คงเป็นการโกหกคำโตที่สุดในยุทธภพแล้วล่ะแม่นางหลิน” เยี่ยเฟิงยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมาตามนิสัยเดิม “แต่ว่า... ถ้าเจ้าอยากจะรับผิดชอบต่อแผลพวกนี้จริงๆ ล่ะก็ ช่วยกอดข้าแน่นๆ สักหน่อย เผื่อว่าความอบอุ่นจากตัวเจ้าจะช่วยรักษาแผลใจของข้าให้หายเร็วยิ่งขึ้นได้” “เจ้าคนไร้ยางอาย...” หลินอวี่ฉีหน้าแดงซ่านขึ้นมาวูบหนึ่ง สีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นบนพวงแก้มขาวเนียนดั่งหิมะ ตัดกับความเยือกเย็นโดยธรรมชาติของนางอย่างสิ้นเชิง แม้มนמהจะเอייהด่าทอด้วยถ้อยคำเย็นชา แต่นางกลับไม่ได้ชักมือกลับ ซ้ำร้าย... ปลายนิ้วเรียวยังคงสัมผัสอยู่ที่ไหล่ของเขาอย่างทะนุถนอม ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังอบอวลไปด้วยความหวั่นไหวที่ยากจะอธิบาย ท้องฟ้าเหนือหุบเขาหมื่นภูผากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา! *เปรี้ยง! ครืนนน—!* เสียงอสนีบาตคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันราวกับปากอสูรที่อ้ากว้าง ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศลงมาจากยอดเขาสูงชัน แรงกดดันระดับขอบเขตเซียนแท้จริงแผ่ซùmซ่านกดทับลงมาจนพื้นดินรอบกายแตกละเอียดเป็นจุณ ร่างสี่ร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอกควัน ผู้นำกลุ่มคือชายชราในชุดคลุมลายเมฆาย่างก้าวออกมาด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ในมือถือกระบี่โบราณที่ส่องประกายแสงสีทองอร่าม “เยี่ยเฟิง! วันนี้คือวันตายของเจ้า และเซียนสาวนอกรีตผู้ทรยศสำนัก!” เสียงคำรามกึกก้องดังก้องไปทั่วหุบเขา หลินอวี่ฉีสะดุ้งสุดตัว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งในทันที นางชักกระบี่น้ำแข็งนิรันดร์ออกครึ่งเล่ม ปราณเหมันต์แผ่พุ่งออกมาปกป้องเบื้องหน้า ทว่า เยี่ยเฟิงกลับยกมือขึ้นขวางนางไว้ ปลายนิ้วเปื้อนเลือดปาดเช็ดคราบโลหิตที่มุมปาก นัยน์ตาสีดำสนิททอประกายคมกริบราวน้ำแข็งพันปีที่น่ากลัวยิ่งกว่ายามปกติ เขาก้าวออกไปยืนบังหน้าหลินอวี่ฉีอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันไร้ขอบเขต “หึ... พวกสุนัขรับใช้แห่งสำนักเซียนกระบี่เมฆา มากันไวเสียจริง...” เยี่ยเฟิงหัวเราะในลำคอ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่มารทมิฬที่ปักอยู่กับพื้นแน่น ปราณมารสีดำสนิททะลักทลายออกมาจากร่างราวกับคลื่นทะเลคลั่ง “ในเมื่อพวกมันอยากตายนัก... ข้าก็จะส่งพวกมันไปลงนรกพร้อมกันในกระบวนทานี้ก็แล้วกัน!” - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%