"เจ้าเด็กสารเลว... ข้าบอกให้เจ้าเบามือหน่อย เจ้าทำลายหินวิญญาณระดับนภาของข้าแตกเป็นผุยผงหมดแล้ว!"
เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกขัดถู ดังขึ้นมาจากภายในกำไลหยกโบราณที่สวมอยู่บนข้อมือขวาของเยี่ยเฟิง ปราณสีดำสนิทสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากหยกเนื้อเย็น ก่อนจะก่อร่างเป็นเงาร่างเต่ายักษ์ขนาดเท่าฝ่ามือ กระดองของมันเต็มไปด้วยอักขระโบราณที่เรืองแสงสีม่วงเรื่อ ดวงตาสีทองคู่เล็กจ้องมองซากผงธุลีของหินวิญญาณบนพื้นด้วยแววตาระทมทุกข์ราวกับสูญเสียบุตรชายในไส้
เยี่ยเฟิงแค่นเสียงทางจมูก ปลายกระบี่มารทมิฬในมือยังคงมีไอน้ำแข็งเกาะกราวจากวิชาเหมันต์นิรันดร์ของหลินอวี่ฉีเมื่อค่ำคืนก่อน เขากวาดสายตามองเจ้าเต่าแก่จอมเค็มที่โผล่หัวออกมาบ่นตั้งแต่ไก่โห่ด้วยความหมั่นไส้ "หินวิญญาณแค่นั้นเทียบไม่ได้กับการที่ข้าต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับค่ายกลกระบี่ของสำนักเมฆาคลั่งเมื่อวานนี้หรอกนะ เจ้าเต่าแก่ ตลอดทางที่ผ่านมา ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีที่เจ้าแนะแนวทางผิดๆ จนข้าเกือบโดนอัสนีบาตสวรรค์ผ่ากลางกบาลเลยนะ"
"เหอะ! นั่นเรียก ‘การฝึกฝนจิตใจ’ ต่างหากเล่า!" ตี้กงเชิดหัวขึ้นอย่างถือดี ขาสั้นป้อมทั้งสี่ข้างกอดอกในอากาศ ราวกับบัณฑิตผู้ทรงภูมิ "ข้าอุตส่าห์คำนวณทิศทางลมปราณและวิถีโคจรของดาราจักรให้เจ้าอย่างแม่นยำ แต่วิชากระบี่วิปลาสของเจ้ามันฝึกฝนมาแบบลวกๆ เองต่างหากเล่า ถึงได้ควบคุมพลังส่วนเกินไม่ได้... โอ๊ะ แม่นางน้อยหลิน มองข้าด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน ข้าแก่คราวทวดของทวดเจ้าแล้วนะ อย่าได้ใช้สายตาดุร้ายเช่นนั้นมองผู้อาวุโสสิ!"
หลินอวี่ฉีที่เพิ่งก้าวออกมาจากกระโจมพักแรมชั่วคราว ขมวดคิ้วเรียวสวยน้อยๆ นางอยู่ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบข้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา สายตาเย็นชาคู่นั้นกวาดมองเต่าอสูรจอมกวนประสาทแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายของเยี่ยเฟิง
"หนีห่างจากค่ายกลมารโลหิตได้ไม่ทันข้ามวัน เจ้ายังมีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับสัตว์อสูรเดรัจฉานอีกหรือ" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชานั้น
เยี่ยเฟิงยิ้มมุมปาก นัยน์ตาส่อประกายเจ้าเล่ห์ เขาเก็บกระบี่มารทมิฬเข้าฝักเสียงดังสนั่น ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงของนางอย่างไม่เกรงกลัว "โธ่ หลินอวี่ฉี... เจ้าก็รู้ว่าการเดินทางในแดนรกร้างหมื่นพิษแห่งนี้มันน่าเบื่อแค่ไหน หากไม่ได้เสียงบ่นของเจ้าเต่าแก่คอยสร้างสีสัน ข้าคงเหงาจนต้องควักกระบี่ออกมาไล่ฟันต้นไม้ใบหญ้าเล่นเป็นแน่ อีกอย่าง... เมื่อคืนเจ้าเป็นคนช่วยซับพิษโลหิตให้ข้าเองนะ จะใจร้ายกับข้าเกินไปหน่อยกระมัง"
ใบหน้างามของหลินอวี่ฉีขึ้นสีแดงเรื่ออย่างรวดเร็ว แม้นางจะพยายามควบคุมสีหน้าให้เยือกเย็นเพียงใด แต่หัวใจใต้ร่มผ้ากลับเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง นางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที "ใคร... ใครช่วยเจ้ากัน เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหลนะ เยี่ยเฟิง! ข้าแค่เห็นว่าหากเจ้าตายไปตอนนี้ ใครจะเป็นคนเปิดทางเข้าสู่หุบเขาเซียนบรรพกาลให้ข้าต่างหากเล่า"
"ฮ่าๆๆ! ปากแข็งเสียจริงแม่นางน้อย เจ้าเด็กนี่มันเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก!" ตี้กงหัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มันบินวนรอบหัวของหลินอวี่ฉีรากับแมลงวันน่ารำคาญ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าเมื่อคืนตอนที่พิษกำเริบ เจ้าเด็กนี่มันเพ้อเรียกชื่อเจ้าตั้งกี่ครั้ง... อุ๊บ!"
เยี่ยเฟิงสะบัดมือคว้าตัวเต่าอสูรจอมปากมากยัดใส่เข้าไปในกำไลหยกแทบไม่ทัน ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏริ้วรอยความเขินอายแวบหนึ่งก่อนจะหายไป เขากระแอมเบาๆ กลบเกลื่อน "เจ้าเต่าบ้านี่... อยู่มาเป็นพันปีความรู้อะไรก็ไม่สู้ความอยากรู้อยากเห็นจริงๆ หลินอวี่ฉี เจ้าอย่าไปฟังน้ำคำของมันเด็ดขาด มันฟั่นเฟือนไปตามกาลเวลาแล้ว"
หลินอวี่ฉีหันกลับมามองเขา แววตาสั่นไหวเล็กน้อยริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง นางไม่ได้เอ่ยคำปฏิเสธหรือต่อว่าใดๆ ออกมา บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านซากปรักหักพังของวิหารโบราณเบื้องหน้า ที่บ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสนามรบอันนองเลือดเมื่อยุคโบราณกาล
"หุบเขาเซียนบรรพกาลอยู่เบื้องหน้านี้แล้ว" หลินอวี่ฉีเอ่ยทำลายความเงียบ นางกวาดสายตามองกลุ่มหมอกสีดำทมิฬที่ปกคลุมยอดเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้า "พลังปราณฟ้าดินที่นี่ผิดปกติ มีกลิ่นอายของค่ายกลผนึกสวรรค์ระดับโบราณขวางกั้นอยู่ แม้แต่พลังเหมันต์ของข้าก็ยังถูกกดทับลงไปสามส่วน"
เยี่ยเฟิงหุบยิ้ม สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันที เขายกมือขึ้นสัมผัสด้ามกระบี่มารทมิฬที่ข้างเอว สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากตัวกระบี่ ราวกับมันกำลังตื่นเต้นที่จะได้ลิ้มรสชาติเลือดของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกนั้น
"ไม่ต้องห่วง..." เยี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยความทะนงตน ปลายเท้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บังเกิดคลื่นพลังปราณสีดำแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง แหวกม่านหมอกหนาทึบให้เปิดออกเป็นทางเดิน "ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลสวรรค์หรืออสูรบรรพกาลหน้าไหน หากมันกล้าขวางทางที่เราจะไปวันนี้... ข้าจะใช้กระบี่ในมือนี้ผ่ามันออกเป็นสองซีกให้ดูเอง"
"โอ้โฮ! พูดจาได้ยิ่งใหญ่คับฟ้าดีนี่ เจ้าเด็กน้อย"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องลึกของหุบเขา เป็นเสียงที่ก้องกังวานเสียดแก้วหู ราวกับดังมาจากทุกทิศทุกทางพร้อมกัน แรงกดดันมหาศาลระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แบบพรั่งพรูออกมา กดทับจนพื้นดินใต้เท้าของเยี่ยเฟิงและหลินอวี่ฉีแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
เยี่ยเฟิงชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันที เขารemoved มือออกจากด้ามกระบี่ชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่ซ่อนอยู่
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหมอกทึบ ชายชราในชุดคลุมสีเทาขาดวิ่น ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้แห้ง แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับส่องประกายสีเลือดน่าสะพรึงกลัว ในมือของมันถือไม้เท้าหัวกะโหลกมนุษย์ที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาไม่ขาดสาย
"ไม่คิดเลยว่า... ในยุคเสื่อมถอยเช่นนี้ ยังจะมีมดปลวกสองตัวกล้าบุกรุกเข้ามาถึงเขตหวงห้ามของ ‘นิกายโลหิตา’ ได้" ชายชราแย้มยิ้มเผยให้เห็นฟันสีเหลืองน่าเกลียด "โดยเฉพาะเจ้า... ศิษย์นอกรีตผู้ถือครองกระบี่มารทมิฬ เลือดในกายของเจ้าช่างหอมหวลยิ่งนัก เหมาะที่จะนำมาหลอมเป็นโอสถเซียนโลหิตยิ่งนัก!"
เยี่ยเฟิงหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแววดุดันอำมหิตขึ้นมาทันที "นิกายโลหิตา... พวกสุนัขรับใช้ที่หลบซ่อนอยู่ในรูหนูอย่างพวกแก ยังมีหน้ามากล้าเอ่ยถึงกระบี่ในมือข้าอีกหรือ"
ทว่า ก่อนที่เยี่ยเฟิงจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ชายชราผู้นั้นกลับยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย พร้อมกับดีดนิ้วเสียงดังสนั่น
*เปรี้ยง!*
ม่านหมอกเบื้องหลังชายชราพลันสลายวับ เผยให้เห็นร่างนับร้อยของเหล่าผู้อาวุโสนิกายโลหิตาที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนสีดำสนิท และหนึ่งในร่างเหล่านั้น... คือสตรีในชุดอาภรณ์ขาดวิ่นที่เยี่ยเฟิงคุ้นเคยเป็นอย่างดี นางหันมามองเขาด้วยแววตาเลื่อนลอย ก่อนที่ศีรษะของนางจะหลุดจากบ่าและร่วงหล่นลงสู่พื้นต่อหน้าต่อตาเขา!
"อาจารย์...!"
กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 3
อสูรเต่าจอมกวน
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!