เสียงกระสุนนัดเดียวที่เฉียดผ่านกระจกห้องทำงานส่วนตัวไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ไม่ได้ทำให้คีรินทร์รู้สึกระคายผิวเท่ากับร่องรอยคราบดินปืนและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของผู้ชายที่ชื่อรติกร ซึ่งยังคงติดตรึงอยู่บนลาซิลก์เนื้อดีของนับดาว
เงาตะคุ่มของค่ำคืนนี้ทาบทับลงบนกระจกใสบานยักษ์ของเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่ภายในห้องนี้ อุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลายทุกสติสัมปชัญญะ
"คุณกล้าดียังไง... ไปยืนอยู่ในรัศมีกระสุนของมัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากไรหนวดคริ้มระเรื่อเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและแรงกดดัน คีรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่ยังคงยืนตัวสั่นอยู่ริมระเบียง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างของนับดาวราวกับต้องการจะลอกคราบความหวาดกลัวออกจากตัวเธอให้หมดสิ้น
นับดาวเม้มริมฝีปากแน่น เธอยืดอกขึ้นเล็กน้อยเพื่อพยายามรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันไม่ได้ขอให้คุณส่งคนไปตามฉันกลับมานี่คะ... และฉันก็จัดการเรื่องของรติกรด้วยวิธีของฉันเองได้"
"วิธีของเธอเหรอ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก เขาเอื้อมมือหนาเข้าล็อกข้อมือเรียวเล็กไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว ร่างบางก็ปลิวมาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลัง "วิธีของเภรีคือการเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกระสุนเพื่อล่อให้มันตายใจงั้นสินะ นับดาว! เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ยอดสายลับมืออาชีพหรือไงถึงได้กล้าหาญชาญชัยขนาดนั้น!"
ความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันระเบิดออกมาเป็นสัมผัสที่ทั้งรุนแรงและเร่าร้อน คีรินทร์บดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยความดุดันและลงโทษ เพื่อประกาศให้เธอรู้ว่าเคนเป็นเจ้าของชีวิตเธอนับตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้ามาในโลกสีเทาของเขา นับดาวพยายามจะเบือนหน้าหนีและทุบตีอกเขาด้วยเรียวแรงอันน้อยนิด แต่ปลายนิ้วที่แข็งแกร่งกลับตรึงคางอิ่มของเธอไว้ บังคับให้เธอต้องรับความหวามไหวที่เขาป้อนให้อย่างไม่มีทางเลือก
รสจูบที่ดุดันค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเมื่อความหึงหวงและความโหยหาเข้าครอบงำ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มืออีกข้างของคีรินทร์เลื่อนลงไปลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่คุ้นเคยและทรงพลังทำให้เข่าของนับดาวแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความโกรธแค้นก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงไฟสวาทที่ลุกโชนขึ้นมาเผาผลาญทุกลมหายใจ
"ปล่อย..." นับดาวครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อริมฝีปากหนาผละลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงกุหลาบเพื่อตีตราจอง "คีรินทร์... เรากำลังจะพังกันทั้งคู่นะคะ"
"ถ้าพัง... ก็ให้มันพังคามือฉันนี่แหละ" ชายหนุ่มคำรามต่ำชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ร่างระหงถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นด้วยพละกำลังมหาศาลโดยที่ริมฝีปากยังคงประกบติดกันอย่างไม่ยอมปล่อย คีรินทร์ก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงทาบทับร่างของเธอกลاتبที่นอนนุ่ม ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ไปตามแรงดึงทึ้งของอารมณ์ที่พุ่งทะยานเกินกว่าจะยับยั้ง
เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกปลดเปลื้องออกด้วยความเร่งร้อน แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องเข้ามาอาบไล้เรือนร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่าง ผิวเนื้อสีน้ำผึ้งของคีรินทร์ตัดกับความขาวนวลเนียนของนับดาวราวกับภาพวาดของศิลปินผู้คลั่งไคล้ในกามารมณ์ สัมผัสทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยความดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน นิ้วมือแข็งแรงลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวให้ล่องลอยไปกับห้วงมหรรณพแห่งความปรารถนา
"มองหน้าฉัน..." เสียงกระซิบแหบพร่าสั่งการในขณะที่ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซาบซ่าน "จำไว้ว่าเธอกับฉัน... ไม่มีวันหลุดพ้นจากกันได้อีก"
จังหวะการเคลื่อนไหวเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบ ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันมหาศาล นับดาวแอ่นกายรับสัมผัสที่วาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจ เสียงครางหวานหูหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ ทุกการประสานผ่านสติสัมปชัญญะที่เลือนราง ร่างกายทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางค่ำคืนอันยาวนานและพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ไม่มีคำว่ายอมแพ้ มีเพียงแต่การเรียกร้องและมอบให้ซึ่งกันและกัน จนกระทั่งเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นกลายเป็นเสียงดนตรีเดียวที่ขับกล่อมห้องทั้งห้องให้จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสุขสมอันไร้ขอบเขต
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ เงาจันทร์เคลื่อนคล้อยต่ำลง ทิ้งไว้เพียงคราบเหงื่อไคลและร่องรอยแห่งความรักที่บิดเบี้ยวบนเรือนร่าง
นับดาวนอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่ม ศีรษะซบอยู่บนลาดไหล่กว้างที่มีรอยข่วนจางๆ จากเล็บของเธอ คีรินทร์ใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างอ่อนโยน ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ลึกล้ำ แต่ทว่า... สัญชาตญาณอันแหลมคมของมาเฟียหนุ่มกลับกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเสียงแมียย่องเดินผ่านหน้าประตูห้องทำงานด้านนอก ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเป็นจังหวะ และก่อนที่คีรินทร์จะทันได้ขยับตัวลุกขึ้นไปตรวจสอบ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างหัวเตียงก็แผดเสียงแหลมยาวขึ้นมาทำลายความเงียบของค่ำคืนนี้
คีรินทร์เอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารมากดรับ สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่ประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ปลายสายส่งเสียงรายงานเข้ามาด้วยน้ำร้อนรนจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์
"นายครับ... ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นล่างถูกเจาะ และ... และมีพัสดุกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้าย ส่งตรงถึงหน้าห้องนอนของนายแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์และตัณหาในบทนี้ไปกับผมนะครับ วริศร์วิสกี้
พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 17
ค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!