ความเงียบในห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานครไม่ได้แปลว่าปลอดภัย... ตรงกันข้าม ความมืดที่ทาบทับลงมากลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่คืบคลานเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง
คีรินทร์ตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนไปยังมุมมืดของห้องกระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนจากแสงไฟนีออนด้านนอกเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของใครบางคนที่กำลังจับตาดูพวกเขาอยู่ ทุกฝีก้าว ทุกสัมผัส และทุกห้วงลมหายใจที่กระชั้นชิดเมื่อครู่ ล้วนตกอยู่ในสายตาของศัตรู
รติกร... ไอ้สุนัขป่าที่รอจังหวะขย้ำคอหอยเขามาโดยตลอด
ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มขยับตัวบังร่างบางของนับดาวไว้ทันที ความเดือดดาลพุ่งพล่านขึ้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากระชากผ้าม่านหนาทึบปิดฉับลงอย่างแรง ตัดขาดสายตาคุกคามจากภายนอกในเสี้ยววินาที แต่ความระอุภายในอกของเขากลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
นับดาวสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตฉายแววหวาดหวั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านมาจากร่างหนาที่ทาบทับอยู่เบื้องหน้า กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายทำให้หัวใจเธอดวงน้อยเต้นระรัว
"เกิดอะไรขึ้นคะ... คีรินทร์" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสั่นเทา มือเรียวแตะลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อยึดเหนี่ยว
คีรินทร์ไม่ตอบ เขาหันกลับมามองหญิงสาวใต้ร่าง ดวงตาคมปลาบที่เคยแข็งกระด้างและไร้ความรู้สึกมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบเถื่อนบอกให้เขาทำลายทุกสิ่งที่กล้าอาจหาญมาล้ำเส้น แต่สายตาอีกคู่หนึ่งกลับกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่สั่นเทานี้ด้วยความหวงแหนอย่างรุนแรง
นี่เขากำลังเป็นบ้าอะไรอยู่... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อลมหายใจของเขาขนาดนี้?
"เงียบซะ นับดาว" เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟัน มันไม่ใช่คำสั่งเพื่อขู่ขวัญ แต่เป็นเสียงคำรามที่พยายามกดขี่อารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก คีรินทร์ก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการบด
เขารู้ดีว่ารติกรกำลังเล่นเกมประสาท มันจงใจส่งสัญญาณเตือนว่าทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่ในสายตามมัน และเป้าหมายที่แท้จริงของมันไม่ใช่แค่ทรัพย์สินหรืออำนาจ... แต่มันคือผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างเขาคนนี้
ความคิดนั้นทำให้ความหึงหวงบ้าคลั่งพุ่งชนขีดสุด คีรินทร์ก้มลงประกบจูบลงบนเรียวปากนุ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี
"อื้อ..." เสียงประท้วงประปนเสียงครางหวานหลุดลอดออกมาจากลำคอระหง รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลหรือหยอกเย้าเหมือนก่อนหน้า แต่มันดิบเถื่อน รุนแรง และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะประกาศความเป็นเจ้าของ มือหนาเลื่อนลงกอบกุมเอวคอดกิ่ว บีบเค้นจนเนื้อตัวนุ่มนิ่มขึ้นสีแดงก่ำ ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขาเพื่อซ่อนเร้นจากสายตาของโลกภายนอก
นับดาวสะท้านเฮือก ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแผดเผาด้วยความร้อนรุ่มที่เขาเป็นคนจุดชนวน ร่างกายของเธอบิดเร้าเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความอ่อนไหวต่อสัมผัสของเขาทำให้สมองขาวโพลน ความอบอุ่นจากอ้อมแขนแกร่งนี้คือสิ่งเดียวที่เธอโหยหา แม้จะรู้ดีว่ามันคือไฟบรรลัยกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาให้มอดไหม้ก็ตาม
ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ต่ำลงมาตามลำคอระหง ลากผ่านไหปลาร้าสวยจนเกิดรอยแดงกุหลาบซ้ำๆ คีรินทร์สูดดมความหอมหวานจากซอกคอระหงอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ร่างบางสะท้านเยือก มือใหญ่อีกข้างสอดเข้าใต้กลุ่มผมนุ่ม ขยุ้มขยี้มันเบาๆ บังคับให้เธอแหงนเงยรับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"จำไว้... นับดาว" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมหูกลางห้วงอารมณ์สวาท "เธอเป็นของฉัน... เป็นของคีรินทร์คนนี้คนเดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง"
น้ำเสียงนั้นหนักแน่น เถื่อนดิบ และเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่ปฏิเสธไม่ได้ หัวใจของนับดาวกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดไหล่บ่าเข้ามาในอก มันไม่ใช่แค่ความหวาดกลัวหรือความลุ่มหลง แต่มันคือความผูกพันลึกล้ำที่ถักทอขึ้นทีละน้อยจนเธอกลัวว่าตัวเองจะถอนตัวไม่ขึ้น
คีรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครในหล้า บัดนี้กลับฉายชัดถึงความลังเลและความหวาดกลัวลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ เขาไม่เคยเชื่อในความรัก... ความรักคือจุดอ่อน คือความพ่ายแพ้ในโลกสีเทาที่เขาเหยียบย่ำอยู่ แต่วินาทีนี้ เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยปอยผมออกจากแก้มเนียนอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว เขาก็รู้แล้วว่า... กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาทั้งชีวิตได้พังทลายลงราบคาบแล้ว
ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ความเร่าร้อนทางกายค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งทางใจที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก คีรินทร์ดึงเธอมารัดแน่นแนบอก ราวกับต้องการปกป้องเธอจากเงาดำที่คืบคลานอยู่ข้างนอก ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันเร่าร้อนนั้นเอง...
เสียงกริ่งหน้าประตูเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นสามครั้ง... สั้น ทุ้ม และเยือกเย็น
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที นับดาวตัวแข็งทื่อในอ้อมแขนของเขา ขณะที่คีรินทร์หรี่ตาลงอย่างอันตราย กล้ามเนื้อทุกส่วนทั่วร่างเกร็งเครียดขึ้นมาทันที
หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้าห้องสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครกด ภาพจากกล้องปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบ รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของมันสะท้อนผ่านหน้าจอ ตรงมายังเลนส์กล้อง ราวกับมันกำลังมองสบตาและส่งยิ้มให้พวกเขาโดยตรง...
และข้อความสั้นๆ ก็เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของคีรินทร์ในวินาทีต่อมา
*"ของขวัญชิ้นต่อไป... นายชอบไหม คีรินทร์?"*
— วริศร์วิสกี้ —
พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 14
เมื่อหัวใจเริ่มสั่งการ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!