พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 15

คนขี้หึงที่ไร้เหตุผล

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นบุหรี่คาร์ตองชั้นดีจางๆ ปะทะเข้ากับจมูกของนับดาวทันทีที่เธอเดินพ้นประตูห้องทำงานของคีรินทร์เข้ามา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่ากลิ่นนั้น คือสายตาคมกริบดุจมีดโกนที่จ้องมองมายังร่างของเธอ ราวกับจะกรีดผิวเนื้อให้แยกออกเป็นชิ้นๆ “ไปไหนมา” น้ำเสียงของคีรินทร์ราบเรียบ หากแต่มันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจคนฟัง เขาไม่ได้ขยับตัวจากเก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน ทว่าแรงกดดันมหาศาลกลับแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก “ฉันไปห้องสมุดมาค่ะ... เอ้อ... ไปหาหนังสืออ่านตามที่คุณเคยบอก” นับดาวตอบเสียงสั่น พยายามรักษาระยะห่าง แต่เธอก็รู้ดีว่าสำหรับคีรินทร์ ระยะห่างไม่มีความหมาย “หนังสือ?” คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความสมเพชอย่างปิดไม่มิด “แล้วรติกรไปทำอะไรที่นั่น... หืม?” นับดาวชะงัก สายตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “คุณตามฉัน?” “ผมไม่ได้ตาม” คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกำยำในชุดสูทสั่งตัดดูน่าเกรงขาม เขาสาวเท้าเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ จังหวะฝีเท้าของเขาเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม “แต่ผมมีหูมีตาอยู่ทุกที่ โดยเฉพาะคนที่บังอาจเข้าใกล้ ‘ของของผม’” เขาสาวเท้าประชิดตัวนับดาว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบอบบางแล้วกระชากร่างเธอเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นรุนแรงจนนับดาวแทบเสียหลัก แต่คีรินทร์กลับใช้แขนอีกข้างโอบรัดเอวคอดกิ่วไว้แน่น ล็อกตัวเธอไว้ในพันธนาการที่ไร้ทางหนี “มันทำอะไรคุณบ้าง” เขากระซิบถามข้างหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “มันแตะต้องตัวคุณตรงไหน... บอกผมมา นับดาว” “คุณมันบ้า!” นับดาวพยายามดันแผงอกเขาออก แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมกอดของเขากลับยิ่งรัดแน่นขึ้น “เราแค่บังเอิญเจอกันที่ห้องสมุด เขาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น... ปล่อยฉันนะคีรินทร์!” “บังเอิญ?” คีรินทร์เลิกคิ้ว สายตาของเขามืดมนลงเหมือนท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ “งั้นเหรอ... ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องสอนให้คุณรู้จักคำว่า ‘ขอบเขต’ ให้ดีกว่านี้เสียแล้ว ว่าอะไรที่ควรทำ และอะไรที่ผม... ไม่อนุญาตให้ทำ” เขาไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงมาบนกลีบปากนุ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่เป็นการลงทัณฑ์ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิบเถื่อน นับดาวดิ้นรนในตอนแรก ทว่าความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอละลายหายไปเหมือนเทียนที่ถูกไฟรน คีรินทร์กวาดต้อนความหวานจากโพรงปากเธออย่างหิวกระหาย ลิ้นหนาเกี่ยวพันดูดดึงสลับกับขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอจนเจ็บร้าว แต่มันกลับเป็นความเจ็บที่เร้าอารมณ์จนนับดาวเผลอครางเครือในลำคอ มือหนาเลื่อนลงไปบีบเค้นสะโพกมนผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดกระโปรง ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น เขาสาวเท้าก้าวตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ก่อนจะทิ้งร่างเธอลลงบนฟูกหนานุ่ม แล้วตามลงไปทาบทับดั่งเงาตามตัว “คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้...” นับดาวหอบหายใจรัว แววตาพร่าเลือนไปด้วยความปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดชนวน “เราตกลงกันแล้วว่า...” “ข้อตกลงเหรอ?” คีรินทร์แทรกขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าขณะที่มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกด้วยความชำนาญ “กฎของผมคือสิ่งเดียวที่มีผลในห้องนี้... และกฎข้อแรกคือ อย่าไปยิ้มให้ใครแบบนั้นอีก ถ้าไม่อยากให้ผมทำลายความมั่นใจของคุณจนไม่เหลือซาก” เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ความนุ่มนวลที่แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนผ่านสัมผัสจากไรหนวดครึ้มที่ครูดไปบนผิวเนื้ออ่อนไหว นับดาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อลิ้นร้อนชื้นลากผ่านไหปลาร้าลงไปถึงร่องอก ความรู้สึกวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้า คีรินทร์รู้ดีว่าต้องสัมผัสตรงไหนถึงจะทำให้เธอพ่ายแพ้ เขาปรนเปรอเธอด้วยความช่ำชอง มือหนาที่เคยใช้หยิบจับอาวุธและวางแผนธุรกิจ บัดนี้กำลังทำหน้าที่สัมผัสทุกตารางนิ้วบนร่างเธออย่างหลงใหล ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของความหึงหวงที่เขากำลังระบายมันออกมาผ่านบทรัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวานอยู่ในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงครางที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก นับดาวตอบสนองเขาอย่างไม่อาจต้านทาน สัมผัสของเขาเหมือนยาพิษที่เธอเต็มใจจะดื่มด่ำ ยิ่งเขารุกเร้า เธอก็ยิ่งโหยหา จนกระทั่งทุกอย่างพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดของความเสียวซ่าน ร่างกายทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้อำนาจของความปรารถนาที่มืดดำ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในห้องยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบทรัก คีรินทร์นอนหอบหายใจอยู่ข้างกายเธอ มือหนายังคงลูบไล้แผ่นหลังเนียนด้วยความหวงแหน ก่อนที่เขาจะกระซิบคำสั่งที่ทำให้นับดาวหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม “พรุ่งนี้... คุณห้ามไปที่นั่นอีก” “ทำไมคุณถึงเอาแต่ใจแบบนี้! รติกรเขาไม่ได้...” “เขาไม่ใช่คนอย่างที่คุณคิด” คีรินทร์เอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอราวกับจะทะลวงถึงความในใจ “เขาไม่ได้เข้าหาคุณเพราะชอบ... แต่เขาใช้คุณเพื่อเป็นทางผ่านในการฆ่าผม” คำพูดนั้นทำให้นับดาวนิ่งงัน ความเย็นวาบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง เธอเงยหน้ามองคนข้างกายที่บัดนี้กลับมาอยู่ในโหมดมาเฟียไร้หัวใจอีกครั้ง “ถ้าคุณไม่เชื่อ...” คีรินทร์คว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วเปิดภาพบางอย่างให้เธอดู มันคือภาพในห้องทำงานของรติกร และบนโต๊ะนั้น... มีรูปถ่ายของเธอวางอยู่รายล้อมเต็มไปหมด พร้อมกับเอกสารที่ระบุแผนการบางอย่างที่เธออ่านแล้วต้องตัวสั่น “นับดาว... ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตรอด เพื่ออยู่กับผมตรงนี้ อย่าได้โง่ให้เขาปั่นหัวอีกเป็นครั้งที่สอง” คีรินทร์ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปที่ประตู แล้วหยุดกึกอยู่ที่ทางออกโดยไม่หันกลับมามอง “อ้อ... อีกอย่าง พรุ่งนี้จะมีคนไปรับคุณที่ห้อง ไม่ต้องพยายามหนี เพราะถ้าผมหาไม่เจอ... ผมจะเผาทุกที่ที่คุณไปซ่อนให้วอดวาย” ประตูปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกที่ดังสนั่น ทิ้งให้นับดาวจมอยู่กับความหวาดกลัวและความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า... สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่คีรินทร์สร้างขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้ชั่วนิรันดร์ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์และตัณหาในบทนี้ไปกับผมนะครับ วริศร์วิสกี้
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%