คราบเขม่าดินปืนและกลิ่นคาวเลือดที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คือเครื่องยืนยันว่ามัจจุราชเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อไม่กี่นารีก่อน ประตูบานหนาถูกล็อกตายสนิทจากด้านในตามคำสั่งเด็ดขาดของคีรินทร์ นับดาวยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าทางลับ ร่างกายของเธอบอบช้ำจากความตึงเครียดตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา น้ำตาที่เคยไหลรินบัดนี้แห้งเหือด เหลือเพียงความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ... ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าคนที่ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างรติกรจะไม่ได้กลับเข้ามา
ทว่า ความเงียบงันที่กดดันอยู่หลังบานประตูถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคย ตามด้วยเสียงบิดกลอนที่ดังขึ้นอย่างกระชาก
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง ความมืดและแสงสลัวจากหลอดไฟสำรองขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดุดันราวกับซาตาน เสื้อสูทสีดำยับยู่ยี่และมีรอยขาดที่หัวไหล่จากคมกระสุนหรือมีด เลือดสีเข้มเปรอะเปื้อนอยู่ตรงมุมปากและช่วงปกเสื้อ แต่แววตานั้น... มันวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความดิบเถื่อนที่ไม่อาจดับลงได้
"คีรินทร์!" นับดาวอุทานออกมาด้วยความโล่งอก ขาทั้งสองข้างทรุดฮวบลงเกือบจะติดพื้นหากว่ามือใหญ่ไม่คว้าหมับเข้าที่เอวคอดของเธอเสียก่อน
แรงกระชากเพียงครั้งเดียวดึงร่างบางเข้าปะทะกับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจหอบกระชั้น ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวจับไข้ กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ พุ่งเข้าปะทะนาสิก ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"คิดว่าฉันจะตายง่ายๆ งั้นเหรอ, นับดาว" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบติดริมใบหู ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอระหงจนเธอสะท้านเยือก "รติกรมันยังฝีมือไม่ถึงขั้นที่จะส่งฉันลงนรกหรอก... แต่อาจจะเป็นเธอต่างหาก ที่กำลังจะทำให้ฉันคลั่งตายอยู่ตรงนี้"
"ฉัน... ฉันเป็นห่วงคุณ" นับดาวเอ่ยเสียงสั่น เปลือกตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ ความเกลียดชังและการต่อต้านที่เคยมีมาตลอดหลายเดือน พังทลายลงในวินาทีที่รับรู้ว่าเขากลับมาอย่างปลอดภัย ความรู้สึกโหยหาและโล่งอกเข้าแทนที่จนหมดสิ้น
คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากสั่นระริกและผิวแก้มเนียนที่เปื้อนคราบฝุ่น มือหนาเลื่อนขึ้นจับคางอมนวลของเธอไว้ ออกแรงบังคับให้เงยหน้าขึ้นรับจูบจากเขาอย่างไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศกร้าวแห่งการครอบครอง รสชาติของความตายและความรอดพ้นหลอมรวมกันอยู่ในสัมผัสที่ดุดันและเร่าร้อนริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากที่สั่นเทา นับดาวครางอือในลำคอ สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟแผดเผา มือเรียวเล็กยกขึ้นกำเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ล้มพับลงไป
ความเกลียดชังที่เคยสร้างเป็นกำแพงสูงชัน บัดนี้ถูกเผาผลาญจนมอดไหม้ เหลือเพียงความต้องการดิบเถื่อนที่โหมกระพืออยู่ในอกของคนทั้งคู่
คีรินทร์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวได้ตัก
ตักตวงอากาศ ทว่าสายตาคมกริบกลับจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง นับดาวหอบหายใจหนักหน่วง อกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้การควบคุม ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวทุกคืบที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งลูบไล้ผ่านเนื้อผ้า
"มองฉันสิ, นับดาว..." เขาสั่งเสียงพร่าทุ้ม ต่ำจนสะั่นไปถึงขั้วหัวใจ "บอกฉันมาว่าเธอรู้สึกเหมือนกัน... บอกฉันว่าเธอลืมมันไปหมดแล้ว ทั้งความแค้น ทั้งความกลัว"
"คีรินทร์... อ๊ะ..."
คำพูดถูกกลืนหายไปเมื่อร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องเย็นเยียบ แต่มันกลับร้อนระอุขึ้นในทันทีด้วยอุณหภูมิร่างกายของเขา มือใหญ่สอดเข้าไปใต้ชายเสื้อเนื้อบาง ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเกิดริ้วรอยแดงระเรื่อ ความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังจนนับดาวต้องแอ่นอกเข้าหาร่างหนาโดยสัญชาตญาณ ความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดพังทลายลงในความมืดมิดของค่ำคืนนี้
เขาซุกไซร้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มสร้างรอยสวาทสีเข้มเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ขนลุกชันไปทั้งตัว นับดาวส่งเสียงครางแผ่วเบา มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีดำสนิทของเขาแน่นระบายความเสียวซ่านที่กัดกินไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากพันธนาการแห่งความแค้น บัดนี้กลับถูกหล่อหลอมด้วยไฟสวาทที่ร้อนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าสิ่งใด เสื้อผ้าทีละชิ้นถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางความเงียบงันของห้องนิรภัย มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
ในห้วงเวลาที่สติสัมปชัญญะเกือบจะหลุดลอย คีรินทร์ผละกายขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองสบตาเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลอย่างที่ชายหนุ่มไม่เคยแสดงให้ใครเห็น เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากรสจูบ
"ต่อจากนี้ไป... ไม่มีทางที่เธอจะหนีจากฉันได้อีกแล้ว นับดาว"
กึก!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ พร้อมกับแสงไฟฉายวับแวมที่สาดส่องเข้ามาในความมืด ทั้งสองชะงักค้าง คีรินทร์ตวัดสายตาคมกริบไปยังที่มาของเสียงทันที มือข้างหนึ่งคว้าปืนพกขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็วโดยไม่ยอมปล่อยร่างนับดาวออกจากอ้อมแขน
มีคนอื่นอยู่ในห้องนี้... และมันกำลังจับตาดูพวกเขาทุกฝีก้าว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในห้วงอารมณ์ที่ดาร์กและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 13
เส้นกั้นที่เลือนหาย
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!