เศษแก้วคริสตัลราคาแพงระยับแตกกระจายอยู่แทบเท้าคีรินทร์ เสียงมันกรีดร้องบาดลึกพอๆ กับความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ผู้อยู่เหนืออำนาจมืดทั้งปวงบัดนี้กลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ไร้ซึ่งวิญญาณ นับตั้งแต่วันที่นับดาวหายไปจากชีวิตของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่เธอเคยใช้ยังคงติดตรึงอยู่ในห้องนอน แต่กลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงหัวใจให้เลือดซิบทุกครั้งที่สูดดม
"ผมสั่งให้ตามหา... ไม่ได้สั่งให้กลับมามือเปล่า!"
เสียงคำรามของคีรินทร์แหบพร่า ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับแดงก่ำไปด้วยร่องรอยของการอดนอนและความโกรธขึ้งที่ถูกฉาบด้วยความทรมาน ลูกน้องนับสิบชีวิตก้มหน้าตัวสั่นเทา ไม่มีใครกล้าสบตาชายผู้เปรียบเสมือนพญามัจจุราชที่กำลังคลุ้มคลั่ง
เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังตัวเดิม มือหนาสั่นเทาขณะหยิบรูปถ่ายใบเดียวที่เขามีออกมาลูบไล้ ภาพนับดาวที่กำลังยิ้มหวานนั้นช่างบาดตา นับดาว... ผู้หญิงที่เคยเป็นแค่หมากในเกมอำนาจของเขา แต่กลับกลายเป็น "ลมหายใจ" ที่เขาขาดไม่ได้เสียแล้ว
"รติกร... เป็นแกใช่ไหมที่เอาเธอไป" คีรินทร์พึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก
เขาลุกขึ้นพรวดพราด กลิ่นวิสกี้ที่ดื่มแทนน้ำชะโลมร่างกายจนโชก มือคว้าปืนกระบอกประจำตัวขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอว ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางที่ดูไร้สติสัมปชัญญะ แววตาของเขามันมืดบอดไร้ทิศทาง มีเพียงเป้าหมายเดียวคือการกระชากตัวเธอคืนมาจากนรกขุมไหนก็ตามที่เขากำลังเผชิญอยู่
ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของคาสิโนที่ปิดทำการชั่วคราว คีรินทร์ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด แสงไฟสลัวสาดส่องลงมาบนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก เขากำลังนึกถึงรสสัมผัสสุดท้ายที่เขาได้รับจากเธอ ผิวกายเนียนละเอียดที่เขาเคยสัมผัสอย่างตะกละตะกลามในคืนที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำ รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความขัดแย้ง ความรู้สึกที่เขายอมลดอีโก้ลงเพื่อกักขังเธอไว้ในอ้อมกอด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากมุมมืด รติกรก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้า
"หาของเล่นชิ้นโปรดไม่เจอหรือไง คีรินทร์? ดูสภาพแกตอนนี้สิ... น่าสมเพชยิ่งกว่าหมาข้างถนนเสียอีก"
คีรินทร์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าหารติกรด้วยความเร็วสูงเหมือนสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง มือหนาบีบเข้าที่ลำคอของอีกฝ่ายจนหน้าเขียวคล้ำ "เธออยู่ที่ไหน! ถ้ามึงแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมของเธอ กูจะทำให้ชีวิตมึงกลายเป็นนรกที่ไม่มีวันจบสิ้น!"
รติกรหัวเราะร่าทั้งที่ถูกบีบคอ "แกไม่มีวันได้เธอคืนหรอก... เพราะตอนนี้เธอกำลังกลายเป็นรางวัลใหญ่ของคนอื่นที่ต้องการทำลายแกให้ย่อยยับมากกว่าที่แกคิด"
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ คีรินทร์ปล่อยมือจากลำคอรติกรช้าๆ แววตาที่เคยดุดันเริ่มสั่นไหวและพร่ามัว ความรู้สึกเหมือนชีวิตที่ขาดครึ่งท่อนบีบให้เขาหายใจไม่ออก ภาพนับดาวที่ร้องไห้วิ่งหนีเขาในวันนั้นย้อนกลับมาฉายซ้ำ มันไม่ใช่แค่การหายตัวไป แต่มันคือการจากลาที่เขาเป็นคนผลักไสเธอด้วยมือตัวเอง
เขาหันหลังกลับอย่างหมดแรง ความเมามายและความเสียใจผสมปนเปจนเขาล้มลงพิงกับโต๊ะพนันตัวใหญ่ ลมหายใจที่หอบถี่สะท้อนความเจ็บปวดที่ไม่มีใครมองเห็น ในห้วงคำนึงของเขาเห็นเพียงเงาร่างของนับดาวที่ค่อยๆ จางหายไปในหมอกควันแห่งอดีต
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะก็ดังขึ้น คีรินทร์คว้ามันขึ้นมารับด้วยมือที่สั่นเทา ปลายสายคือเสียงของผู้หญิงที่เขาโหยหาที่สุด แต่เสียงนั้นกลับสั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"คีรินทร์... ช่วยฉันด้วย... ที่นี่... มืดเหลือเกิน"
เสียงของนับดาวขาดหายไป พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นในสายตามมาด้วยความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว คีรินทร์เบิกตากว้าง หัวใจที่ใกล้แตกสลายถูกกระชากให้กลับมาเต้นรัวด้วยความบ้าคลั่งอีกครั้ง เขาไม่ได้เป็นแค่มาเฟียที่เสียสติอีกต่อไป แต่นี่คือวินาทีที่เขากำลังจะออกไปล้างบางโลกทั้งใบเพื่อตามหาเธอ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความปวดร้าวและพันธนาการที่ไม่อาจหลีกพ้นในบทนี้ไปกับผมนะครับ วริศร์วิสกี้
พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 25
ชีวิตที่ขาดครึ่ง
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!