พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 24

คลั่งเหมือนคนเสียสติ

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงโครมครามของสิ่งของที่ถูกกวาดลงกระแทกพื้นด้วยความเกรี้ยวกราดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง คีรินทร์ในยามนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากราชสีห์บ้าคลั่งที่ถูกพรากหัวใจไปจากอก ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววดุดันราวกับซาตานเพลิง แววตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยพิษความโกรธเกรี้ยวและเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้เป็นจุล นับดาวหายไป... หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับอากาศธาตุที่สลายตัวไปต่อหน้าต่อตาในคืนที่รatiกรประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ “พวกมึงทำอีท่าไหนวะ ถึงปล่อยให้คนคนเดียวหลุดมือไปได้!” เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของมาเฟียหนุ่มดังขึ้นสะท้อนก้องผนังกระจก บอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบชีวิตคุกเข่าราบคาบอยู่เบื้องล่างด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นนายที่กำลังสติหลุด คีรินทร์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยแผลเป็นที่ฝ่ามือจากการทุบกระจกแตกละเอียดเมื่อครู่ยังคงมีหยดเลือดไหลซึม แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความว่างเปล่าเสียดแทงในอกซ้าย ความคิดที่ว่านับดาวอาจตกอยู่ในเงื้อมมือของรatiกร ศัตรูคู่อาฆาตที่จ้องจะขย้ำเธอยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึ่ง เขาพลิกแผ่นดินค้นหา... ทุกซอกมุมของเมืองหลวง ทุกบ่อนการพนัน ทุกท่าเรือร้าง หรือแม้แต่หลุมหลบภัยใต้ดินของพวกมันถูกส่งลูกน้องมือดีบุกเข้าตรวจค้นอย่างไร้ความปรานี “ท่านครับ สายรายงานมาว่า รถเก๋งคันที่ต้องสงสัยมุ่งหน้าออกไปยังเขตชานเมืองตอนตีสาม... มุ่งสู่โกดังร้างริมอ่าวของรatiกรครับ” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความมืดมนและอำนาจมืดที่พร้อมจะปลิดชีพใครก็ตามที่กล้าแตะต้องของหวงของเขา “เตรียมคนให้พร้อม... คืนนี้ กูจะเผารังมันให้ราบคาบ” รถยนต์ยุโรปสีดำสนิทพุ่งทะยานฝ่าความมืดของค่ำคืนด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืน คีรินทร์นั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เบาะหลัง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนคนขับรถแทบไม่กล้าหายใจ ในหัวของเขามีเพียงภาพใบหน้าหวานหยด น้ำตาเอ่อคลอ และเรือนร่างออร่าความเย้ายวนของนับดาวที่เคยสั่นไหวอยู่ใต้ร่างของเขา ผู้หญิงคนนั้นเป็นของเขา... เป็นทาสสวาทที่เขาตีตราจองไว้ด้วยอำนาจและหัวใจที่ถูกกักขัง หากรatiกรบังaانอาจหาญแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมของเธอ มันจะได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินที่แท้จริงมีหน้าตาอย่างไร เมื่อรถเคลื่อนตัวมาถึงโกดังร้างริมอ่าว บรรยากาศเงียบสงบราวกับป่าช้า ทว่าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและการปะทะ คีรินทร์ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเยือกเย็นดุจมัจจุราช มือหนาปลดเซฟปืนพกสีดำสนิทออกพร้อมใช้งาน สายตาดุดันกราดมองโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่เบื้องหน้า “บุกเข้าไป” สคำสั่งสั้นๆ ทรงพลังถูกเอ่ยออกมา เพียงไม่กี่วินาที เสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นทำลายความเงียบ สงครามย่อมๆ ระหว่างลูกน้องของคีรินทร์และสมุนของรatiกรปะทุขึ้นอย่างดุเดือด คีรินทร์ไม่สนใจกระสุนที่เฉียดผ่านกาย เขาก้าวเดินฝ่าดงกระสุนเข้าไปด้านในด้วยความบ้าระห่ำ ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าจัดการศัตรูที่ขวางทางทีละคนอย่างไร้ความปรานี หมัดหนักหน่วงและคมกระสุนจากปืนในมือปลิดชีพคนของรatiกรล้มลงทีละรายราวกับใบไม้ร่วง ในที่สุด คีรินทร์ก็พังประตูเหล็กบานใหญ่ด้านในสุดเข้าไปได้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เส้นเลือดขมับของเขาเต้นตุบด้วยความโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิม นับดาวถูกมัดติดไว้กับเก้าอี้กลางห้อง ร่างกายบอบบางสวมชุดเดรสยับเยิน ใบหน้าเนียนใสมีรอยเปื้อนฝุ่นและคราบน้ำตา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้แดงก่ำด้วยความหวาดกลัว แต่ทันทีที่เธอมองเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่ก้าวเข้ามา เปลวไฟแห่งความหวังก็สว่างวาบขึ้นในแววตานั้น “คีรินทร์...” เสียงหวานแห้งผากเปล่งออกมาได้แค่นั้น รatiกรที่ยืนถือแก้วไวน์อยู่มุมห้องหัวเราะเยาะออกมาด้วยความสะใจ มันก้าวเข้าไปใกล้ร่างของนับดาว พร้อมกับใช้มือหยาบกร้านเชยคางเธอขึ้น “ดูสิ... ผัวเธอมันใจกล้าตามมาตายถึงที่นี่จริงๆ ด้วย สมกับเป็นมาเฟียใหญ่ดีนี่วะ” คีรินทร์หยุดนิ่ง แววตาคมกริบจ้องมองมือสกปรกที่แตะต้องแกᲮผับของนับดาว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง “มึงถอดมือเน่าๆ ของมึงออกจากตัวเธอซะ... ก่อนที่กูจะตัดมันออกจากร่าง” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยคำรามลอดไรฟัน “แน่จริงก็เข้ามาสิ คีรินทร์!” รatiกรหัวเราะลั่น พร้อมกับชักปืนจ่อขมับนับดาว “ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว สมองของเมียรักแกได้กระจายเต็มพื้นแน่!” นับดาวส่ายหัวช้าๆ หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้ม เธอส่งสายตาเวทนาและห้ามปรามไม่ให้เขาเข้ามาใกล้ เพราะกลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย แต่สำหรับคีรินทร์แล้ว ไม่มีคำว่าถอยหลังในพจนานุกรมของเขา “มึงคิดว่าขู่กูได้งั้นเหรอ?” คีรินทร์ย่างสามขุมเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก “คนอย่างคีรินทร์... ยอมตายดีกว่าปล่อยให้ของของกูถูกไอ้เศษสวะอย่างมึงแตะต้อง!” จังหวะนั้นเอง ในเสี้ยววินาทีที่รatiกรเผลอผ่อนแรงที่ขมับของนับดาวเพราะความตกใจในความบ้าบิ่นของพระเอก คีรินทร์ก็ชักปืนซัดกระสุนเข้าใส่ไหล่ของรatiกรอย่างแม่นยำไร้ความปรานี เสียงร้องโหยหวนดังลั่นห้อง แก้วไวน์ในมือร่วงแตกกระจาย คีรินทร์ไม่รอช้า พุ่งเข้าประชิดตัวรatiกร เตะตัดขาจนมันล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น ก่อนจะตามไปกระทืบซ้ำด้วยความแค้นที่สะสมมาทั้งคืน ร่างของศัตรูหนุ่มจมกองเลือดและหมดสติไปในเวลาอันรวดเร็ว บรรยากาศในโกดังกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคีรินทร์ เขาทิ้งปืนในมือลงพื้นอย่างไร้ใยดี แล้วรีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหาร่างของนับดาวที่กำลังตัวสั่นเทา มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปแกะเชือกที่พันธนาการข้อมือเรียวเล็กออกอย่างทะนุถนอม ทันทีที่พันธนาการหลุดพ้น นับดาวก็โผเข้าซบอ้อมอกกว้างของคีรินทร์ทันที แรงสะอื้นไห้ทำให้ไหล่บางสั่นสะท้าน เธอซุกหน้าเข้ากับแผงอกแกร่ง กอบกุมความอบอุ่นและกลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอโหยหามาตลอดหลายชั่วโมงนรกนั้น คีรินทร์กอดรัดร่างบางไว้แน่นราวกับจะหลอมรวมเธอเข้าไปในกระดูกดำ มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างปลอบประโลม หัวใจที่เคยกระวนกระวายและบ้าคลั่งค่อยๆ สงบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเธอ กลิ่นหอมหวานประจำกายของนับดาวทำลายสติสัมปชัญญะส่วนที่เหลือของเขาจนหมดสิ้น “ฉันอยู่นี่แล้ว... เด็กน้อยของฉัน” คีรินทร์กระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหูร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนนับดาวสะท้านเฮือกด้วยความวาบหวาม “เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก... ไม่มีวัน” เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้ดวงตากลมโตชุ่มน้ำตานั้นสบประสานกับนัยน์ตาดุดันที่บัดนี้เต็มไปด้วยประกายเสน่หาและไฟปรารถนาที่โหมกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม ริมฝีปากหนาประกบจูบลงบนเรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบที่ทั้งดุดัน รุนแรง และโหยหา เพื่อเป็นการลงทัณฑ์ที่เธอทำให้เขาแทบคลั่งตาย และเพื่อประกาศิตว่าเتبเธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวชั่วนิรันดร์ ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากกำลังแนบชิดและอารมณ์กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผงะ “ล้อมไว้ให้หมด! อย่าให้ใครหนีรอดไปได้!” ไม่ใช่เสียงของลูกน้องคีรินทร์... แต่เป็นเสียงของคนที่ควรจะนอนอยู่ในคุกมืดอย่างไร้อิสรภาพอย่าง “ภาคภูมิ” อาแท้ๆ ของคีรินทร์เอง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมปืนอัดแน่นในมือและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์และตัณหาในบทนี้ไปกับผมนะครับ วริศร์วิสกี้
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%