กลิ่นอายจางๆ ของการบูรและไวน์แดงราคาแพงลอยวนอยู่ในอากาศ คละเคล้ากับเสียงฝนที่สาดซัดกระทบกระจกบานใหญ่ของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง คีรินทร์ไม่ได้สนใจพายุข้างนอกนั้นเลย สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีของเขากำลังจดจ้องร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ริมระเบียงกระจก นับดาวพยายามกอดอกแน่นเพื่อปกปิดความหวาดหวั่นที่กำลังกัดกินหัวใจ แต่เธอรู้ดีว่าต่อให้มีกำแพงหนาแค่ไหน เธอก็ไม่มีทางซ่อนตัวจากสายตาคู่นั้นพ้น
"หนีผมไม่พ้นหรอกครับ นับดาว"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่แนบชิดลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่า คีรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซุ่มเสียง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนนกในใจของหญิงสาวไหวระริก เธอพยายามจะก้าวถอยหลังหนี แต่เอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแกร่งดั่งโซ่ตรวนเหล็กกล้าคว้าตัวรั้งเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างรวดเร็ว
"ปล่อยฉันเถอะค่ะ... คุณคีรินทร์ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าเรื่องของเรามันเป็นแค่..." นับดาวพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แม้จะรู้ว่ามันช่างไร้ความหมาย
"ผมไม่เคยตกลงอะไรกับคุณทั้งนั้น" คีรินทร์ตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด มือหนาเลื่อนขึ้นจับปลายคางมนบังคับให้เธอหันมาสบตา "จำไม่ได้เหรอครับว่าคุณเป็นคนเดินเข้ามาหาผมเอง... และตอนนี้ คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะต่อรอง"
แววตาดุดันคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอที่กำลังอ่อนแอ นับดาวเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอกลเกลียดความพ่ายแพ้ที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งยามที่เขาแตะต้อง แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับทรยศ ปฏิกิริยาของผิวเนื้อที่ตื่นตัวต่อสัมผัสของเขามันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ
คีรินทร์ยิ้มเยาะที่มุมปากเมื่อสังเกตเห็นร่องรอยความสั่นไหวในดวงตากลมโต เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นพร่ากระซิบและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ปากบอกว่าเกลียด... แต่ทำไมหัวใจคุณถึงเต้นแรงขนาดนี้ล่ะครับ นับดาว"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้การปรานี สัมผัสอุ่นร้อนและรอยจูบที่หนักหน่วงทำให้ลมหายใจของนับดาวขาดห้วง มือเรียวพยายามยกขึ้นดันแผงอกแกร่งเอาไว้ แต่ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรกับการลูบไล้ คีรินทร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่มืออีกข้างจะสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อและลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มจนหญิงสาวสะท้านเฮือก
ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและอำนาจมืดที่ห้อมล้อมตัวคีรินทร์ทำให้สมองของนับดาวขาวโพลน รสจูบที่ดุดันแต่เร้าใจค่อยๆ ลากไล้จากลำคอระหงขึ้นมาประกบปิดเรียวปากอิ่มที่พยายามส่งเสียงประท้วง ความนุ่มนวลถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจจนเธอดับดิ้นสิ้นเรี่ยวแรง ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงซบกับอกแกร่ง ยอมจำนนต่อพันธนาการสวาทที่เขาเป็นผู้ร้อยรัดขึ้นมาด้วยความเต็มใจและไม่ทันตั้งตัว
คีรินทร์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระ เขาก้าวเดินไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องอย่างมั่นคง ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝนด้านนอกที่โหมกระหน่ำ ความใกล้ชิดที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตปลอดภัยไปแล้ว ไม่มีทางหวนคืนกลับมาได้อีก
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของเขากำลังจะประทับลงมาบนกลีบปากนุ่มอีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างรุนแรง สามครั้งติดๆ กัน
คีรินทร์ชะงักกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาทันทีเมื่อถูกขัดอารมณ์ดิบเถื่อน นับดาวหอบหายใจสะท้าน รีบดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความตกใจ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนจากลูกน้องคนสนิทหน้าห้องดังทะลุเข้ามา
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ทางฝั่งของรติกรส่งคนบุกเข้าไปที่คาสิโนใหญ่ของเราแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนและบิดเบี้ยวนี้ด้วยกันนะครับ
พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 4
น้ำผึ้งอาบยาพิษ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!