กลิ่นอายของบุหรี่คิวบานราคาแพงระเหยผสมปนเปไปกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัว คีรินทร์ไม่ได้สนใจเอกสารรายงานความเสียหายบนโต๊ะทำงานแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกำลังจดจ้องร่างบางของคนที่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่เบื้องหน้า
นับดาวกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและหยาดน้ำใสที่คลอหน่วย เธอกล้าดียังไงถึงไปพบกับรติกรลับหลังเขา... ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะกระชากทุกอย่างไปจากมือของเขา รติกรไม่ได้หวังแค่ธุรกิจ แต่มันกำลังหมายตา 'ของเล่น' ชิ้นโปรดที่เขาเพิ่งตีตราจอง
"เธอคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินับดาว ถึงได้กล้าเอาตัวเข้าไปใกล้หมาตัวนั้น"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียม คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทรงพลังจนบีบอัดอากาศรอบตัวให้เบาบางลงทุกที
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปพบเขาค่ะ ฉันหมายถึง... ดิฉันแค่บังเอิญ..."
"โกหก!"
คีรินทร์กระชากเสียงขู่คำรามในลำคอ มือหนาราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้าคว้าหมับที่ต้นแขนเรียวบางของเธอทันที แรงบีบมหาศาลทำให้ร่างบางนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณเจ็บนะ... ปล่อยฉันนะคีรินทร์!" นับดาวพยายามบิดข้อมือหนีพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ตัวจะสั่นด้วยความกลัว แต่ศักดิ์ศรีในใจยังคงค้ำคอเธออยู่
"เจ็บแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนทรยศอย่างเธอ นับดาว..."
คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับแกVนวล สัมผัสดุดันและดิบเถื่อนทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากสั่นระริกนั้นด้วยความกระหายที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อำนาจมืดในตัวเขาไม่เคยยอมให้ใครมาท้าทาย และยิ่งเป็นผู้หญิงคนนี้... เธอยิ่งต้องเรียนรู้ว่าการลองดีกับเขาต้องแลกมาด้วยอะไร
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์ รสจูบป่าเถื่อนแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาอันเร่าร้อนทำให้ร่างบางแทบละลายคาอ้อมแขน มือใหญ่อีกข้างเลื้อยสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวย บังคับให้เธอแหงนเงยรับสัมผัสวาบหวามที่เขาป้อนให้อย่างไม่มีทางเลือก นับดาวพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิด
รสจูบที่เริ่มจากความโกรธเกรี้ยวค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผา คีรินทร์บดขยี้เรียวปากอิ่มจนบวมเจ่อ ลิ้นร้อนรุกรานกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือที่เคยบีบต้นแขนเปลี่ยนเป็นรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบเนื้อ จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ความอบอุ่นจากสรีระแนบชิดปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้ตื่นเต็มตา
นับดาวสะท้านเฮือกเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวแผ่นหลังภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง สัมผัสหยาบโลนแต่แฝงด้วยแรงดึงดูดประหลาดทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความซ่านสยิวที่วิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูผิว สมองของเธอขาวโพลน ยอมจำนนต่อสัมผัสอันทรงอำนาจของเขาอย่างน่าละอาย
เมื่อถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง คีรินทร์มองผลงานของตัวเองด้วยแววตาพึงพอใจ ริมฝีปากของเธอบวมแดงและเจ่อขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความวาบหวาม ลมหายใจหอบกระชั้นของเธอยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
"จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน"
เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหู พร้อมกับที่คีรินทร์ฝังรอยจูบหนักหน่วงลงที่ซอกคอขาวเนียน ทิ้งร่องรอยสีแดงกุหลาบไว้ชัดเจนราวกับตราประทับความเป็นเจ้าของ มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เปิดเปลือยผิวเนื้อเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้องทำงาน
บทเพลงแห่งตัณหาและอำนาจเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน คีรินทร์ไม่ได้เพียงแต่ครอบครองร่างกาย แต่เขาต้องการสลักชื่อของตัวเองลงไปในจิตวิญญาณของเธอ เพื่อไม่ให้หญิงสาวกล้าคิดที่จะหันไปมองชายอื่นอีกชั่วนิรันดร์ สัมผัสแนบชิดที่หนักหน่วงและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ บ่งบอกถึงพันธนาการที่แน่นหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนยากจะสะบั้นหลุด
ทว่า... ในวินาทีที่คีรินทร์กำลังจะประทับรอยรักลึกซึ้งลงบนเรียวปากอิ่มอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขาก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงอย่างไร้ความปรานี
คีรินทร์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาละสายตาจากนับดาวที่กำลังหอบหายใจจนตัวโยน ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาดุจพญาอินทรีหรี่ลงเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ
ปลายสายคือลูกน้องคนสนิท น้ำเสียงที่รายงานเข้ามาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ทางฝั่งโกดังสินค้าที่ท่าเรือถูกคนของรติกรบุกเผาทำลาย และตอนนี้... มันกำลังส่งคนมาล้อมคาสิโนของเราครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนและบิดเบี้ยวนี้ด้วยกันนะครับ
พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 3
รอยประทับแห่งเจ้าของ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!