เสียงล็อกกุญแจห้องหรูชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์ดังขึ้นราวกับเสียงพิพากษาโทษประหารชีวิต ร่างบางของนับดาวที่กำลังก้าวถอยหลังไปจนชิดกระจกใสบานใหญ่ต้องหยุดชะงัก เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ทาบทับลงมาจนมิด เธอพยายามหนี... พยายามใช้ทุกช่องทางเพื่อหลุดพ้นจากกรงทองแห่งนี้ แต่วินาทีที่รถคันหรูของเธอกำลังจะเคลื่อนตัวพ้นประตูรั้ว ความเย็นเฉียบของกระบอกปืนที่แนบขมับจากลูกน้องของเขาก็ทำลายความฝันนั้นลงในพริบตา
ดวงตาคมกริบทรงอำนาจของคีรินทร์จ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาให้เป็นจุล เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำตั้งแต่ลากเธอขึ้นมาจากลานจอดรถ ความเงียบงันนี้กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตบตีหรือตะคอกใส่กัน
"คุณมันบ้า... คีรินทร์ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!" นับดาวเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวระคนกัน แต่เธอก็ยังพยายามเชิดหน้าสู้ สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้
"อยากไปนักใช่ไหม หืม?" คีรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วกระชากเข้ามาประชิดแผงอกแกร่งอย่างแรงจนลมหายใจของเธอสะดุด "ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าหนีไปกับไอ้รติกรเลยอย่างนั้นเหรอ นับดาว... เธอชักจะลองดีกับฉันมากเกินไปแล้วนะ"
"ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน! เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมฉันต้องทนอยู่ให้คุณกักขังปานนักโทษด้วย!"
"ไม่เป็นอะไรกันงั้นเหรอ?" มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม มืออีกข้างเลื่อนขึ้นไปบีบคางมนของเธอแน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับจูบดุดันที่พุ่งเข้าใส่ทันทีโดยไม่มีการผ่อนปรน
มันไม่ใช่จูบแห่งความเสน่หา แต่มันคือการลงทัณฑ์... ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากอิ่มสีระเรื่ออย่างไร้ความปรานี รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่ไหลรินผสมผสานไปกับรสจูบร้อนแรงที่สูบ
วิญญาณ นับดาวพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แรงต้านทานของเธอยิ่งทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มตื่นตัวขึ้นไปอีก คีรินทร์ใช้มือข้างเดียวล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะรวบตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งตรงไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้อง
ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนที่นอนนุ่มอย่างไม่เบามือ นับดาวพลิกตัวเตรียมจะหนี แต่ร่างหนากลับทาบทับลงมาล็อกตัวเธอไว้ใต้ร่างราวกับภูเขาผืนใหญ่ที่ไม่มีวันขยับเขยื้อน
"ปล่อยนะ! ไอ้คนใจร้าย อื้อ..." เสียงโวยวายของเธอถูกกลืนหายไปในลำคออีกครั้ง เมื่อคีรินทร์ก้มลงปิดปากเธอด้วยจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง สร้างกระแสความสั่นสะท้านที่เธอเกลียดชังนัก—เกลียดที่ร่างกายทรยศต่อจิตใจ เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นระรัวทุกครั้งยามสัมผัสจากเขาแตะต้อง
"ปากเก่งนักนะ... เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอจำไปจนวันตายว่าหนีฉันไม่พ้น!" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูร้อนผ่าว ลลมหายใจร้อนผ่าวดึงสติสัมปชัญญะของเธอล่องลอย
คีรินทร์ไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ นิ้วมือแข็งแรงจัดการปลดเปลื้องพันธนาการเสื้อผ้าของหญิงสาวออกทีชิ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบเรือนร่างระหงที่สะท้อนไอร้อนผ่าว ผิวเนียนละเอียดขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามกวาดมองประติมากรรมเรือนร่างที่เขากำลังจะครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ
"อย่า... มองนะ" นับดาวหลบสายตา เมินหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความจำนน น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่คีรินทร์กลับใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอให้หันกลับมาสบตา ประสานสายตากันอย่างลึกซึ้งในห้วงอารมณ์ที่บีบคั้น
"มองหน้าฉัน... นับดาว" เสียงสั่งเข้มแต่นุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด "จำไว้ว่าเธอเป็นของฉัน... คนเดียวเท่านั้น"
สัมผัสอันวาบหวามเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อริมฝีปากร้อนไล้พรมจูบตั้งแต่ซอกคอระหง ไหปลาร้า จนถึงเนินอกอิ่ม ปลายนิ้วซุกซนสร้างความปั่นป่วนจนร่างบางแอ่นรับโดยสัญชาตญาณ เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอหอบสะท้าน คีรินทร์ปรนเปรอความซ่านสยิวให้อย่างชำนิชำนาญ ผสมผสานระหว่างความดุดันของอำนาจและความอ่อนหวานที่กระชากวิญญาณ จนสมองของนับดาวขาวโพลน ลืมสิ้นทุกความโกรธเกลียด เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มที่โหยหาการเติมเต็มจากเขา
เมื่อบทเพลงรักบรรเลงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด มันจึงกลายเป็นสมรภูมิแห่งความเร่าร้อนที่ทั้งสองต่างโรมรันเข้าหากันด้วยแรงปรารถนาอันบ้าคลั่ง เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มและเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของหญิงสาว สัมผัสที่ประสานแนบแน่นราวกับจะหลอมรวมร่างทั้งสองให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน คีรินทร์มอบบทลงโทษที่แสนหวานและรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างบางอ่อนระทวยแทบขาดใจคาอ้อมอก ความสุขสมระลอกแล้วระลอกเล่าซัดสาดราวกับพายุหมุน จนกระทั่งทั้งคู่ร่วงหล่นสู่จุดสูงสุดของห้วงอารมณ์พร้อมๆ กันในค่ำคืนอันยาวนาน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่
อาจรู้ได้... ห้องนอนตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง นับดาวลืมตาขึ้นในความมืด ร่างกายระביยระยับไปด้วยร่องรอยสัมผัส เธอนอนนิ่งคิดหาทางหนทีครั้งใหม่ แม้จะรู้ว่ามันริบหรี่เต็มที
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
คีรินทร์ลืมตาโพรงขึ้นทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่หายวับไป กลายเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจนักฆ่า ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นยืนคว้าปืนพกใอนหมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที
นับดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อมองไปที่ระเบียง เงาดำทะมืนของใครบางคนกำลังยืนแนบกระจกอยู่ด้านนอก พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เขียนแปะไว้ด้วยรอยเลือดบนกระจกใส—
*"เกมของมึงกับกู... เพิ่งเริ่มต้น, คีรินทร์"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์และตัณหาในบทนี้ไปกับผมนะครับ วริศร์วิสกี้
พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 20
บทลงโทษแสนหวาน
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!