พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 19

เลือดแลกเลือด

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงกระจกนิรภัยชั้นดีที่แตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน เศษแก้วใสสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากภายนอก ร่วงหล่นกราวลงสู่พื้นพรมหนานุ่มราวกับหยาดฝนสีเงิน คีรินทร์ก้าวข้ามผ่านกรอบหน้าต่างห้องพักรับรองชั้นบนสุดของโรงแรมหรูที่รติกรใช้เป็นรังโจร ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทไร้รอยยับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของมัจจุราชที่พร้อมปลิดชีพทุกชีวิตที่ขวางหน้า ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเร็วและแม่นยำ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของนับดาวซึ่งถูกพันธนาการไว้บนโซฟาตัวใหญ่ด้วยเชือกเส้นหนา "แก... เข้ามาได้ยังไง!" รติกรผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทำงานด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก มือหนาคว้าปืนพกสีดำสนิทขึ้นเล็งตรงมาที่ร่างของคีรินทร์ทันที "ถ้าไม่อยากให้สมองของแกกระจายติดผนังห้อง... วางปืนลงซะ รติกร" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น คีรินทร์ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวต่อปากกระบอกปืนที่จ่อตรงมาแม้แต่น้อย เขาย่างสามขุมเข้าไปหาศัตรูตัวฉกาจด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและกดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว นับดาวที่ถูกปิดกั้นอิสรภาพส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาด้วยความตื้นตันและหวาดกลัวระคนกัน เมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่เธอโหยหามาตลอดหลายชั่วโมงปรากฏอยู่ตรงหน้า คีรินทร์เบนสายตาจากรติกรมามองเธอบัดดล แววตาที่เคยแข็งกร้าวและไร้ความรู้สึกไหววับลงชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงยิ่งกว่าเก่า "ปล่อยเธอ..." คีรินทร์คำรามในลำคอ ขณะที่มือหนาชักอาวุธปืนพกเก็บเสียงออกมารวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่อตรงไปยังหว่างคิ้วของรติกรอย่างไร้ความลังเล "แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องปลายเล็บของเธอ จำคำฉันไว้!" "มึงแน่มากนะ คีรินทร์ คิดว่าพาคนมาถล่มตึกนี้แล้วจะรอดออกไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ!" รติกรแค่นหัวเราะด้วยความเคียดแค้น นิ้วชี้เตรียมเหนี่ยวไก ทว่าช้ากว่าความไวของเสือร้ายที่ถูกแย่งเหยื่อ *ปัง!* กระสุนนัดแรกเจาะทะลุหัวไหล่ข้างขวาของรติกรจนเลือดสีแดงสดทะลักพุ่งออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพง ร่างท้วมเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ปืนในมือหลุดร่วงกระเด็นไปไกลลิบ คีรินทร์ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขารemove ระยะห่างในพริบตา ใช้รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนมือขวาของรติกรที่พยายามจะเอื้อมคว้าอาวุธ พร้อมกับออกแรงกดจนกระดูกลั่นกรอบ "นี่คือราคาของการบังaหาญมาแตะต้องของๆ ฉัน" คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่าที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รติกรเคยได้ยินมาในชีวิต ก่อนจะหันหลังให้และเดินตรงดิ่งไปยังร่างของนับดาวที่กำลังสั่นเทา มีดพับเล่มเล็กถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างคล่องแคล่ว คีรินทร์คุกเข่าลงเบื้องหน้านับดาว ใบหน้าคมคายฉายแววอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบตากับหญิงสาว ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน "ฉันมาแล้ว... ไม่ต้องกลัวนะคนดี" เสียงทุ้มเอ่ยปลอบโยนพร้อมกับบรรจงตัดเชือกที่พันธนาการข้อมือเรียวบางออกอย่างทะนุถนอม ทันทีที่อิสรภาพคืนกลับมา นับดาวก็โผเข้าซบกายแกร่งของคีรินทร์ทันที เรียวแขนเล็กสั่นเทากอดรอบลำคอหนาแน่น ใบหน้าซุกซบลงกับแผงอกกว้างเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่รินไหลออกมาอย่างไม่อาจกลั้น คีรินทร์ตระกองกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แนบอก ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโลมความหวาดกลัวที่เธอกลืนกินเข้าไปตลอดค่ำคืนนี้ กลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายความเครียดและคราบเขม่าดินปืนรอบตัว ยิ่งทำให้ความต้องการดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวออกจากห้องนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องรติกรกลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนลั่น "เฮ้ย! นายใหญ่โดนยิง! บุกเข้าไปจับมันมาให้หมด!" คีรินทร์สบถออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองประตูห้องที่กำลังจะถูกพังเข้ามา เขาช้อนร่างของนับดาวขึ้นอุ้มแนบอกด้วยความรวดเร็ว หญิงสาวหวีดร้องด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนจะใช้แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ "เกาะฉันไว้แน่นๆ นับดาว... เราจะออกไปจากที่นี่ด้วยกัน" เขากระซิบชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล คีรินทร์พานับดาวพุ่งตัวหลบไปยังระเบียงด้านหลังที่มีบันไดหนีไฟเชื่อมต่อลงสู่ชั้นล่าง ท่ามกลางเสียงปืนที่เริ่มดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงฟ้าฝนภายนอกที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง รถยนต์หรูสีดำสนิทจอดรอรับอยู่บริเวณตรอกมืดด้านหลังตึก คีรินทร์เปิดประตูแล้วดันร่างของนับดาวเข้าไปข้างในอย่างปลอดภัย ก่อนที่ตัวเขาจะกระโดดตามเข้าไปแล้วสั่งการลูกน้องเสียงเฉียบขาด "เหยียบให้มิด... กลับคฤหาสน์!" เครื่องยนต์คำรามกึกก้องราวกับสัตว์ป่ากระหายเหยื่อ พุ่งทะยานฝ่าสายฝนที่โปรยปรายออกไปจากรัศมีอันตรายได้อย่างหวุดหวิด ภายในห้องโดยสารที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากเสาข้างทางที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าบรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยังค้างคา คีรินทร์หันมามองคนตัวเล็กที่นั่งหายใจหอบสะท้อนอยู่ข้างกาย เสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยเล็กน้อยเผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มและไหปลาร้าสวยน่าสัมผัส แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามที่มองสำรวจเรือนร่างของเธอเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ หลงเหลืออยู่ "เจ็บตรงไหนไหม..." เสียงทุ้มพร่าเอ่ยถาม มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าหวานอย่างอ่อนโยน นับดาวส่ายหน้าช้าๆ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับเขา แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเขาคนเดียวจนทำให้หัวใจของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครต้องกระตุกวูบ "ไม่ค่ะ... แต่ฉันกลัว... กลัวว่าจะไม่ได้เจอคุณอีก" เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยสารภาพออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ ร่างสูงขยับเข้าไปประชิดตัวเธอบนเบาะหนังราคาแพงจนไม่มีช่องว่างเหลือเฟือ ฝ่ามือใหญ่รวบเอวคิ้วคอดของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งของเขา "เธอเป็นของฉัน... นับดาว ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันแย่งเธอไปจากอกฉันได้ทั้งนั้น" คีรินทร์กระซิบชิดริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับในความมืด ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่ามจะทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มของเธออย่างเร่าร้อนและดุดัน เพื่อประกาศิตความเป็นเจ้าเหนือหัวแต่เพียงผู้เดียว... ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากกำลังเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งและวาบหวามนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีรินทร์ก็แผדเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศ คีรินทร์ขมวดคิ้วอย่างขัดใจเล็กน้อยก่อนจะผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย แล้วหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "ภาคิน" ลูกน้องคนสนิทที่เฝ้าฐานบัญชาการใหญ่ คีรินทร์กดรับสายด้วยความหงุดหงิด "มีอะไร!" "นายครับ... แย่แล้วครับ! ทางคาสิโนใหญ่ที่มาเก๊าถูกโจมตี... ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกแฮก และพวกมันกำลังกวาดเงินสดสำรองออกไปหมดแล้วครับ!" ดวงตาคมกริบของคีรินทร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงทันทีจนนับดาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังสัมผัสได้ถึงความหนยะเยือกที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์และตัณหาในบทนี้ไปกับผมนะครับ วริศร์วิสกี้
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%