พันธนาการสวาทพิฆาตใจ•ตอนที่ 27

การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินปืนในห้องโถงกว้างของคาสิโนร้าง รติกรทรุดฮวบลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ร่างของมันสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนที่ฝังลึกบริเวณหัวไหล่ ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทในมือของคีรินทร์จ่อตรงไปยังหน้าผากของมันอย่างไร้ความปรานี แววตาสีเข้มของเจ้าพ่อหนุ่มไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงประกายไฟแห่งความเดือดดาลที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน "เกมของแกมันจบลงตรงนี้ รติกร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิท ทว่าทรงพลังจนกดให้อากาศรอบตัวหนักอึ้ง รติกรหัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช เลือดสีสดไหลยิ้มมุมปาก "แกคิดว่ากำจัดฉันแล้วทุกอย่างจะจบอย่างนั้นเหรอ... คีรินทร์? แกคิดว่าผู้หญิงคนนั้น... นับดาว จะมองแกเป็นมนุษย์จริง ๆ หรือวะ เธอเห็นแกเป็นแค่สัตว์ป่ากระหายเลือดที่คอยกักขังต่างหาก!" ปัง! เสียงคำรามของโลหะก้องกังวาน ปลิดชีพศัตรูตัวฉกาจลงต่อหน้าต่อตา คีรินทร์ลดปืนลงช้า ๆ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ความตายของรติกรไม่ได้ทำให้ความอึดอัดในอกเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย คำพูดสุดท้ายของมันยังคงก้องกังวานในโสตประสาท *'เธอเห็นแกเป็นแค่สัตว์ป่า'* นับดาวที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเสาขนาดใหญ่สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งลั่นไกฆ่าคนด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ทั้งเวทนา และลึก ๆ แล้ว... หัวใจเธอกลับเจ็บปวดแทนเขา คีรินทร์หมุนตัวกลับมา สายตาดุดันราวมัจจุราชกวาดมองหาเธอ และเมื่อปะทะเข้ากับร่างบางที่สั่นเทา เขาก็สาวเท้าเข้าไปหาด้วยก้าวที่หนักหน่วงราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อ "กลัวฉันไหม..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามขณะก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย "เห็นไหมว่ามือข้างนี้มันเปื้อนเลือดแค่ไหน... นับดาว" นับดาวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีอีกแล้วเมื่อร่างสูงใหญ่ทาบทับเข้ามา กักขังเธอไว้ด้วยอ้อมแขนและแผงอกกำยำที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ "ฉันไม่ได้กลัวความรุนแรงของคุณ... คีรินทร์" นับดาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยไหวระริกแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฉันกลัวว่า... คุณจะผลักไสฉันออกไปจากชีวิตของคุณต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับสลักเหล็กร้อนที่จี้ลงกลางใจคีรินทร์ ความแข็งกร้าวที่ก่อตัวขึ้นมารutทลายลงในพริบตา ความโกรธเกรี้ยว ความเหนื่อยล้า และความปรารถนาอันดิบเถื่อนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นแรงดึงดูดมหาศาล มือหนาคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างไร้ความปรานี ก่อนจะกระชากเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างระหว่างกันแม้แต่น้อย นับดาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ ทว่าเสียงนั้นก็ถูกกลืนหายไปด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวที่ทาบทับลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ จูบนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือการระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่เขามี รสจูบร้อนแรงดุจเปลวเพลิง บดขยี้เรียวปากนุ่มจนเธอแทบหายใจไม่ทัน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย นับดาวครางแผ่วในลำคอ มือเรียวเล็กยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายอ่อนยวบยาบไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ คีรินทร์ถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เธอได้กอบโกยอากาศ ทว่าดวงตาคมกริบกลับลุกโชนด้วยไฟสวาทที่ยากจะควบคุม ปลายนิ้วแข็งแรงลูบไล้ไปตามกรอบหน้าเรียว ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังลำคอระหงและลาดไหล่เปลือยเปล่าที่ไหวสะท้าน "เธอทำให้ฉันบ้า... นับดาว" เขาคำรามชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนเธอขนลุกชัน "เธอเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันยอมสยบ... และเธอต้องรับผิดชอบ" สติของนับดาวขาดผึ่งเมื่อฝ่ามือหนาปลดเปลื้องเสื้อผ้าส่วนเกินออกอย่างไร้ความปราณี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและความพินาศ คีรินทร์กลับสร้างวิมานแห่งความเสน่หาขึ้นมาด้วยร่างกายของเขาและเธอ ร่างบางถูกอุ้มขึ้นแนบอกโดยสัญชาตญาณ เรียวขาเกี่ยวตวัดรอบเอวสอบของเขาแน่น ขณะที่แผ่นหลังบางถูกวางลงบนโซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง ความเย็นของเบาะหนังตัดกับความร้อนระอุจากผิวเนื้อที่แนบชิด คีรินทร์ทาบทับลงมา ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและร่องรอยแห่งการต่อสู้ แววตาของเขาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความหิวกระหายและรักใคร่ในเวลาเดียวกัน สัมผัสจากริมฝีปากของเขาไล่พรมจูบไปทั่วเรือนร่าง ตั้งแต่ซอกคอระหง ไหปลาร้า จนถึงยอดอกอิ่มที่ชูชันต้อนรับความเย็นของอากาศภายนอก นับดาวแอ่นกายรับสัมผัสด้วยความซ่านสยิว เสียงครางหวานหูหลุดลอดจากริมฝีปากบวมเจ่อ มือหนาเคล้นคลำสะโพกอวบอัดและเรียวขาเนียนนุ่มอย่างเอาแต่ใจ จังหวะรักในค่ำคืนนี้ดุเดือดและเร่าร้อนราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ ไม่มีคำว่าอ่อนโยน มีเพียงความโหยหาและการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ความอึดอัด ความหวาดระแวง และความแค้นทั้งหมดถูกปลดปล่อยผ่านแรงกระแทกกระทั้นและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว หยาดเหงื่อผุดพรายบน1เรือนร่างของทั้งคู่ ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากด้านนอก คีรินทร์ฝังร่างเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความลึกซึ้งและหนักหน่วง จนเสียงครางหวานละล่ำละลักดังสะท้อนไปทั่วห้องกว้าง นับดาวจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ก่อนที่ร่างทั้งสองจะกระตุกเกร็งและปลดปล่อยความสุขสมออกมาพร้อมกันในห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้งหลังจากพายุอารมณ์สงบลง คีรินทร์นอนตะแคงกอดรัดร่างเปลือยเปล่าของนับดาวไว้แนบอก ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอขึ้น แต่มือหนายังคงลูบไล้เส้นผมสลวยของเธออย่างทะนุถนอม ศัตรูถูกกำจัดสิ้นซากแล้ว ความปลอดภัยกลับคืนมาสู่อาณาจักรของเขาแล้ว... แต่ทว่า ความรักระหว่างพวกเขายังคงเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ที่ไร้คำตอบ นับดาวลืมตาขึ้นในความมืด เธอมองสำรวจใบหน้าคมคายที่กำลังหลับตาพักผ่อน ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถง พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ไม่ได้มาจากการเคาะธรรมดา แต่เป็นการพังเข้ามา! ร่างของชายชุดสูทสีขาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พร้อมกับปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังเตียงที่พวกเขานอนอยู่... "หลับสบายดีไหมครับ... นายคีรินทร์" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการสวาทพิฆาตใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%