"ยกเลิกสัญญา? ขายให้กลุ่มทุนต่างชาติ? คุณล้อฉันเล่นใช่ไหมคะพี่อร!"
เสียงของรินรดาหวีดสูงจนแทบจะทะลุเพดานห้องทำงาน สถาปนิกสาวกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อพินนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนโมโหจนแทบจะพ่นไฟใส่สายโทรศัพท์ได้อยู่แล้ว งานออกแบบรีโนเวตห้องสมุดชุมชนอันเป็นที่รักและโปรเจกต์สำคัญที่สุดในชีวิตเธอกำลังจะพังทลายลงในพริบตาเดียว เพียงเพราะคำว่า 'ทุนนิยม' หน้าเลือด
"พี่ไม่ได้ล้อเล่นค่ะริน เจ้าของตึกเขาโทรมาแจ้งด่วนกะทันหันเมื่อกี้เลย รินต้องรีบไปเคลียร์กับคนที่ห้องสมุดเดี๋ยวนี้เลยนะ เขาบอกว่าตัวแทนฝั่งผู้ซื้อจะเข้าไปดูพื้นที่เย็นนี้... ย้ำว่าเย็นนี้!"
ติ๊ด!
สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นสึนามิ ฝนข้างนอกกระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าถล่ม แต่ไม่มีเวลาให้เธอมานั่งกางร่มหรือคิดหาความสุนทรีย์ใดๆ ทั้งสิ้น รินรดากว้าวกระโดดคว้ากระเป๋าเอกสาร วิ่งฝ่าสายฝนโดยไม่สนว่ารองเท้าผ้าใบราคาแพงจะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำนองแค่ไหน มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายเดียว... ห้องสมุดเก่าแก่ที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นอดีต
ประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องสมุดถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ รินรดายืนหอบหายใจโยนความเปียกปอนทิ้งไว้ด้านหลัง เส้นผมลู่ปรกใบหน้าเรียวสวยที่ตอนนี้ไร้เครื่องสำอางกันน้ำช่วยชีวิต ทว่าดวงตาคมกริบกลับเปล่งประกายความดุดันยิ่งกว่าพายุฝนข้างนอก
ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่กลุ่มทุนหน้าเลือดที่เธอกำลังเตรียมตัวจะไปหยุมหัว
มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความสลัวของชั้นหนังสือ คีย์... บรรณารักษ์หนุ่มมาดนิ่งเจ้าของฉายา 'คนปากเสีย' ประจำตึกนี้ เขากำลังยืนพิงชั้นหนังสือมือถือหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมขึ้นมาเปิดดูด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นราวกับโลกใบนี้ไม่ได้กำลังจะแตกสลาย
"ปิดทำการแล้วครับ คุณสถาปนิก... หรือว่าชอบวิ่งตากฝนเข้ามาหาเรื่องทะเลาะกับผมเป็นงานอดิเรก?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง แต่รินรดารู้ดีว่ามุมปากหยักลึกนั่นกำลังกระตุกยิ้มเยาะเธออยู่แน่ๆ
"เลิกกวนประสาทฉันสักวันเถอะค่ะคีย์!" รินรดาเดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปหา ประชิดตัวเขาจนอีกฝ่ายต้องลดหนังสือลงแล้วเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจกับท่าทีที่ร้อนรนผิดปกติ "ตึกนี้กำลังจะถูกขาย! พวกเรากำลังจะถูกไล่ตะرد! และนาย... นายยังมายืนทำหน้าตายทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้เนี่ยนะ!"
คีย์นิ่งไปนิด ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองร่างที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝนของหญิงสาว เสื้อเชิ้ตสีขาวบางแนบลู่ไปกับสัดส่วนจนเห็นความโค้งเว้าชัดเจน เขากลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่งอย่างยากลำบาก ก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วถอดเสื้อคลุมคาร์ดิแกนไหมพรมตัวหนาของตัวเองออกอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง แล้วคลุมไหล่บางให้เธอทันที
"ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย" รินรดาชะงัก สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเผลอแตะโดนผิวไหล่เปลือยที่ชื้นแฉะ
"ใส่ซะ เดี๋ยวก็เป็นปอดบวมตายก่อนจะได้ไปอาละวาดใส่ใครเขา" คีย์เอ่ยเสียงดุ แต่แววตาที่มองมากลับมีความห่วงใยซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนคนถูกมองใจกระตุกวูบ "อีกอย่าง... เรื่องตึกจะถูกขาย ผมรู้เรื่องนี้ก่อนที่คุณจะวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเสียอีก"
รินรดาตาโต คว้าปกเสื้อคาร์ดิแกนของเขาไว้แน่น "นายรู้? รู้แล้วทำไมทำหน้าเฉยเมยขนาดนี้! นายไม่รักที่นี่เลยหรือไงคีย์ ห้องสมุดนี้มันคือความทรงจำของนายไม่ใช่เหรอ!"
"รักสครับ... รักมากกว่าที่คุณคิดด้วยซ้ำ" คีย์ตอบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "แต่ต่อให้ผมโวยวายตีโพยตีพายไป มันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ ในเมื่อคำสั่งซื้อขายมันมาจากคนที่มีอำนาจเหนือกว่า... และเหนือสิ่งอื่นใด ตอนนี้พวกเราออกไปไหนไม่ได้แล้วครับ"
"หมายความว่ายังไง?"
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงกระแสไฟฟ้าที่ดับวับลงในทันที ทั้งห้องสมุดตกอยู่ในความมืดสนิท มีเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาทางกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นบรรยากาศที่เงียบสงัดและวังเวง
เสียงน้ำฝนด้านนอกกระหน่ำซัดลงมาอย่างรุนแรงจนกลบเสียงทุกอย่าง ประตูทางเข้าหลักส่งเสียงสั่นสะเทือนจากแรงลม และก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก!* ก็ดังมาจากทางประตูด้านหน้า
คีย์ขมวดคิ้วมุ่น รีบสาวเท้าเดินไปสำรวจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ระบบล็อกอัตโนมัติทำงานตอนไฟดับ... และประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกก็ถูกแรงลมพัดจนกลอนสลักหลุดล็อกตายสนิท จากข้างนอกเปิดไม่ได้ จากข้างในก็ดันไม่ไป"
"นายจะบอกว่า..." รินรดาใจหายวาบ ก้าวตามไปสมรoisแล้วลองผลักประตูกระจกดูด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่มันนิ่งสนิทไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยสักนิด "พวกเรา... ติดอยู่ในนี้ด้วยกัน?"
"ใช่ครับ" คีย์หันกลับมามองเธอ แสงสลัวจากสายฟ้าทำให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ ของบรรณารักษ์หนุ่ม "ติดอยู่ในห้องสมุด สองต่อสอง ในคืนที่ฝนตกหนัก และไฟดับสนิท... ดูท่าทางโชคชะตาจะไม่ได้เข้าข้างคุณเลยสักนิดนะ รินรดา"
หัวใจของสถาปัตยกรรมสาวเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวตึกถล่มหรือเรื่องขายตึกอีกต่อไป แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายปากเสียคนนี้มันแคบลงเรื่อยๆ จนแทบจะแนบชิด คีย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ไล่ต้อนเธอจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นอุ่นๆ จากตัวเขาโชยปะทะจมูกท่ามกลางความมืดและเสียงฝน
"ถอยไปเลยนะคีย์ นายคิดจะทำอะไร..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มือหนากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ขัดขืน
"ไม่ได้จะทำอะไรครับ... แค่จะบอกว่า ในเมื่อออกไปไม่ได้ และพวกเราก็ต้องติดอยู่ที่นี่จนกว่าพายุจะสงบ..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากเธอยามเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้สติกระเจิดกระเจิง "เรามาเคลียร์เรื่องสัญญาเช่า... หรือไม่ก็เรื่องในใจที่เราต่างฝ่ายต่างปากแข็งใส่กันมาตลอด... ให้มันจบๆ ไปซะดีไหมครับ?"
รินรดากลืนน้ำลายฝืดคอ ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกยามสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความรู้สึกอันลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดาในความมืดมิด
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาวับๆ แวมๆ และเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
"มีใครอยู่ข้างในไหมครับ! ผมเป็นตัวแทนจากกลุ่มทุน... เปิดประตูให้ผมด้วย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะพลิกผันของทั้งคู่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย•ตอนที่ 7
วันฝนตกที่ไม่มีร่ม
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!