"ถ้าคุณคีย์จะกรุณาถอดแว่นสายตากรอบหนาแล้วใช้ตามองดูพิมพ์เขียวตรงหน้าให้ดีอีกสักรอบ คุณก็จะเห็นว่าเสาต้นนี้มันรับน้ำหนักโครงสร้างทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตั้งไว้โชว์ความเก๊กของคุณค่ะ"
เสียงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่จากฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวยาว ไม่ได้ทำให้รินรดาสำเหนียกถึงความเกรงใจเลยแม้แต่น้อย สถาปนิกสาวในชุดสูทเข้ารูปสีครีมตวัดปลายปากกาเน้นข้อความบนกระดาษแปลนด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อระบายความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เช้าตรู่
ผู้ชายอะไร... ปากจัดเป็นเลิศแถมยังมีรสนิยมการรีโนเวทห้องสมุดเก่าแก่ให้กลายเป็นแนวโมเดิร์นลอฟท์ที่จืดชืดสิ้นดี คีย์ขยับกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาแบบหนุ่มเนิร์ดแต่แฝงแววตาดุดันเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง ๆ
"ผมไม่ได้เก๊กครับคุณรินรดา และผมก็ไม่ได้ตาบอด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยจังหวะจะโคนราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ "แต่ที่ดีไซน์เดิมของคุณมันดูเหมือนโกดังเก็บเศษเหล็กมากกว่าห้องสมุดชุมชน ผมมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและจิตวิญญาณของที่นี่ ไม่ใช่ปล่อยให้คุณเอาสไตล์ฉาบฉวยมาทำลายประวัติศาสตร์สิบปี"
"ฉาบฉวยเหรอคะ!" รินรดาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้หมุนด้านหลังไถลถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดังครืด เธอทอมือลงบนโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "นี่มันงานออกแบบระดับรางวัลนะคะคุณบรรณารักษ์! ถ้าไม่มีโครงสร้างเหล็กโปร่งโล่งแบบนี้ แสงธรรมชาติจะส่องเข้ามาถึงมุมหนังสือเด็กได้ยังไง หรือคุณชอบบรรยากาศอับทึบชวนเป็นวัณโรคแบบเดิมมากกว่าล่ะคะ"
บรรยากาศในห้องประชุมเล็กๆ คุกรุ่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความไม่ลงรอย คีย์ไม่ได้หลบสายตาคมกริบของหญิงสาว เขาเพียงแต่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองเธอด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับกำลังมองเด็กเอาแต่ใจ
"ผมยอมรับว่าห้องสมุดนี้จำเป็นต้องซ่อมแซมโครงสร้างบางจุดเพื่อความปลอดภัย" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดในทุกคำพูด "แต่ผมไม่อนุญาตให้คุณเปลี่ยนดีไซน์เดิมของหน้าต่างกระจกสีโค้งตรงโถงทางเข้า... นั่นคือสิ่งเดียวที่หลงเหลือมาจากคุณตาของผม"
ประโยคนั้นทำให้ระลอกคลื่นแห่งความฉุนเฉียวในอกของรินรดาชะงักกึก เธอกะพริบตาปริบๆ มองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเย่อหยิ่งไว้เสมอ แต่ในวินาทีนี้... เธอกลับเห็นเงาความเปราะบางบางอย่างไหววูบอยู่ในนั้นอย่างรวดเร็ว
ทว่า... ศักดิ์ศรีของสถาปนิกมือหนึ่งค้ำคออยู่ เธอจะยอมอ่อนข้อให้ความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลนี้ไม่ได้เด็ดขาด แม้ว่าหัวใจอีกดวงจะเริ่มประท้วงเบาๆ ว่าน้ำเสียงเมื่อครู่ของเขาช่างดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน
"เรื่องนั้น... มันเป็นคนละเรื่องกันนะคะคุณคีย์" รินรดาผ่อนลมหายใจยาว ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นมืออาชีพอีกครั้ง แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะยามเมื่อโน้มตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้นจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวไม้กฤษณาจากตัวเขา "หน้าต่างกระจกสีโค้งนั่น ฉันไม่ได้จะรื้อทิ้งค่ะ... ฉันแค่จะขยับกรอบให้มันรับน้ำหนักได้มั่นคงขึ้น แล้วก็เพิ่มระบบกันความชื้นให้มันอยู่กับคุณไปได้อีกห้าสิบปีต่างหาก"
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มไหวระริก เขาเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกสาวที่ยืนโน้มตัวอยู่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ไอร้อนจากกายสาวแผ่ซ่านเข้ามาปะทะความเย็นชาที่เขาสวมเกราะไว้ตลอดเวลา
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อจู่ๆ แววตานิ่งสนิทของฝ่ายตรงข้ามก็เปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและคาดเดาไม่ได้ มือหนาที่กอดอกอยู่เมื่อครู่ค่อยๆ คลายออก วางทราบลงบนขอบโต๊ะราวกับจะกั้นอาณาเขตไม่ให้เธอถอยหนี
"คุณ... พูดจริงเหรอครับ" เสียงของเขาเบาลงกว่าเดิมจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ความดุดันเมื่อครู่วันนี้หายไปไหนหมด
"ฉันไม่เคยโกหกเรื่องงานค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเริ่มเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "โดยเฉพาะกับคนปากเสีย... อย่างคุณ"
คีย์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่นานๆ ครั้งถึงจะปรากฏบนใบหน้านั้น มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาสถาปนิกสาวผู้มั่นใจในตัวเองสูงถึงกับสมองตื้อตันไปชั่วขณะ
"ถ้าอย่างนั้น..." เสียงทุ้มต่ำลากยาว พร้อมกับที่ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "เรามาตกลงกันใหม่ดีไหมครับ... ว่านอกจากเรื่องหน้าต่างกระจกสีแล้ว ผมยังมีเรื่องอื่นที่คุณต้อง 'ยอม' ฟังผมอีกเยอะ"
รินรดากำมือแน่น ประโยคโต้เถียงนับร้อยคำถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อปลายนิ้วเรียวของคีย์เอื้อมมาปอยผมที่หลุดรุกล้ำลงมาปรกแก้มของเธอออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ข้างแก้มทำเอาผิวเนื้อของเธอซ่านสยิวจนต้องหลบสายตา
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ก่อนที่บานประตูไม้สีขาวจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"พี่ยักษ์คะ! หนูเอากาแฟมาส่ง... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ แวะมาขัดจังหวะสวีทหรือเปล่าเนี่ย?"
รินรดาสลัดตัวผละออกจากโต๊ะทำงานแทบไม่ทัน เธอหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด ขณะที่คีย์ขมวดคิ้วมุ่น ปรับสีหน้ากลับมาเรียบตึงในเสี้ยววินาที
หญิงสาวแปลกหน้าในชุดเดรสสั้นสีสดใสยืนยิ้มร่าเริงอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับชูแก้วกาแฟในมือขึ้นสูง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองระหว่างคีย์กับรินรดาสลับไปมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"มีธุระอะไร น้ำเหนือ" คีย์เอเสียงเข้ม กลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่
"เปล่าสักหน่อยค่ะ" น้ำเหนือยิ้มกริ่ม เดินเข้ามาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้รินรดา "อ้าว... พี่รินรดา สถาปนิกคนเก่งนี่เอง พอดีเลยค่ะ หนูมีเรื่องสำคัญมากกกกเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ที่พี่ต้องรู้... และรับรองว่าพี่ต้องช็อกแน่ๆ"
รินรดายกมือขึ้นกอดอก ปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิท "เรื่องอะไรคะ"
น้ำเหนือหันกลับไปสบตากับคีย์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น
"ก็เรื่องที่ว่า... เจ้าของตึกตัวจริงเขาเพิ่งโทรมาบอกว่า จะยกเลิกสัญญาเช่าและขายตึกนี้ให้กลุ่มทุนต่างชาติแล้วค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความใจเต้นแรงไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย•ตอนที่ 6
ยอมหักไม่ยอมงอ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!