เสียงทุบประตูดังปึงปังจากด้านนอกประสานกับเสียงตะโกนเรียกชื่อกลุ่มทุนที่ดังทะลุกรอบบานไม้เก่าคร่ำครึเข้ามา ทำให้บรรยากาศในห้องเก็บหนังสือฝุ่นตลบอบอวลด้วยความตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น รินรดาผละร่างออกจากแผ่นอกกว้างของคีย์ที่เพิ่งช่วยดึงเธอให้พ้นจากชั้นหนังสือที่สั่นคลอน ใบหน้าสวยเฉี่ยวตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในสถานการณ์ชวนปวดหัวแบบนี้
"ให้ตายสิ เจ้าหน้าที่พวกนั้นหูหนวกหรือไงถึงไม่บอกว่าตึกนี้ยังมีคนติดอยู่" รินรดาพึมพำอย่างหัวเสีย มือเรียวปัดเศษฝุ่นตามแขนเสื้อลินินสีครีมของตัวเองอย่างลวกๆ
คีย์ไม่ได้ตอบทันที ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตากลับกวาดมองสำรวจร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเธออย่างเงียบเชียบ สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยส่วนตัวของเขา ยามที่ริมฝีปากหยักได้รูปเอื้อนเอ่ยถ้อยคำประชดประชันออกมาช้าๆ
"ถ้าคุณไม่มัวแต่เดินดุ่มๆ เข้ามาสำรวจมุมอับสายตาอย่างไร้จุดหมาย ป่านนี้เราคงออกไปยืนรับแอร์เย็นฉ่ำข้างนอกนานแล้วค่ะ คุณสถาปนิก"
"นี่คุณ! จะหาเรื่องเหน็บฉันสักวินาทีมันจะลงแดงตายหรือไงคะ" รินรดาหันขวับมาจ้องหน้าเขาเขม็ง ดวงตากลมโตเป็นประกายวาบด้วยความพยศ "ฉันอุตส่าห์เข้ามาดูโครงสร้างคานไม้โบราณนี่เพื่อความปลอดภัยของตัวโครงการนะยะ ไม่ได้มาเดินเล่นช้อปปิ้ง!"
"ครับ... ทราบแล้วค่ะว่าขยันจนตัวเป็นเกลียว แต่ช่วยกรุณาลดความดื้อรั้นลงสักนิด แล้วฟังเสียงข้างนอกนั่นให้ดีก่อนจะเถียงนะคะ" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาระยับพราวระคนเอ็นดูที่ฉายชัดอยู่ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นกลับทำเอารินรดาชะงักกึก
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ระหว่างชั้นหนังสือสูงทึบอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงทุบประตูดนตรีเร่งเร้าจากภายนอก ความใกล้ชิดเมื่อครู่ราวกับทิ้งไออุ่นระอุบางอย่างเอาไว้บนผิวเนื้อของคนทั้งคู่ ระยะห่างที่เคยมีถูกย่นย่อลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นไม้จางๆ จากตัวของบรรยากาศหนุ่มมาดนิ่ง ทำให้หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะงานของสถาปนิกสาว กลับรัวเร็วจนน่ารำคาญ
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองเสี้ยวหน้าคมคายที่กำลังแหงนมองรอยร้าวบนคานไม้ด้านบนเพื่อประเมินความปลอดภัย สันกรามคมชัดและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงยามเจ้าตัวหายใจเข้าออก ดึงดูดสายตาของเธอให้ติดตรึงอยู่ตรงนั้นอย่างน่าประหลาด สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงชั่วขณะ เมื่อจิตใต้สำนึกเริ่มประท้วงเบาๆ ว่าผู้ชายปากจัดคนนี้ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่เคยคิด
...ให้ตายเถอะ รินรดา เธอเพิ่งโดนผู้ชายคนนี้ดุใส่หมาดๆ นะ จะมาใจเต้นกับสายตาแบบนั้นไม่ได้!
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยร้าวเหมือนคานไม้ตรงนั้นหรือไง" คีย์ก้มหน้าลงมาสบตากับเธออย่างกะทันหัน ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนใสโดยตรง รินรดาผงะถอยหลังด้วยความตกใจ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือเสียงดังทึบ
"เปล่า... ใครมองคุณกัน อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย" เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ขยับเขยื้อนซ้ำยังโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าแดงเรื่อของเธอด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มหาดูยากที่ทำให้คนมองถึงกับหายใจติดขัด
"หน้าแดงนะคะ... อากาศในนี้คงร้อนเกินไปจริงๆ" เสียงทุบประตูดนตรีข้างนอกหยุดลงกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงตะโกนแจ้งเตือนผ่านโทรโข่งว่าเจ้าหน้าที่กำลังจะใช้เครื่องมืองัดบานประตูเข้ามา คีย์กระซิบชิดริมหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจแกล้งหยอกล้อ "หรือว่าเป็นเพราะอย่างอื่นกันแน่ที่ทำให้คุณหูอื้อตาลายขนาดนี้"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าจนลามไปถึงใบหู มือเรียวเตรียมจะยกขึ้นหยิกแขนคนเจ้าเล่ห์สักทีข้อหาพูดจาชวนเข้าใจผิด แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือ ประตูไม้บานเก่าที่ถูกกลอนขัดไว้ก็ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาดพร้อมกับแรงกระแทกจากภายนอกจนฝุ่นตลบฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
แสงสว่างจ้าจากไฟฉายและแสงแดดภายนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้องเก็บหนังสือมืดทึบ รินรดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตา แต่ทว่า ภาพบุคคลที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรกท่ามกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่และตัวแทนกลุ่มทุน กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอค้างเติ่ง ความรู้สึกอุ่นวาบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเฉียบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว
ร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' อดีตคู่หมั้นหนุ่มนักธุรกิจใหญ่ที่เพิ่งประกาศถอนหมั้นเธอไปเมื่อสามเดือนก่อน ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งมาให้เธอโดยเฉพาะ
"ริน... ในที่สุดก็เจอตัวคุณสักที ผมบอกแล้วว่าสถาปนิกหัวรั้นอย่างคุณต้องหาทางติดอยู่ในซอกตึกเก่าๆ นี่แน่ๆ" กรณ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่เธอเกลียดแสนเกลียด ขณะที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองสำรวจรินรดากับคีย์ที่ยืนชิดติดกันแนบแน่น ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของพี่คีย์กันนะคะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย•ตอนที่ 8
ความเงียบที่น่าอึดอัด
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!