รอยยิ้มมุมปากของกรณ์ที่ฉาบอยู่ใต้แสงไฟนีออนสลัวๆ ของไซต์งานรีโนเวตตึกเก่า ช่างระคายประสาทเสียจนรินรดาอยากจะคว้าแปลนสถาปัตยกรรมม้วนหนาฟาดหน้าเขาให้หายหมั่นไส้สักที
"ถ้าว่างมากนัก ก็เชิญไปช่วยคนงานแบกกระสอบปูนโน่นค่ะ คุณกรณ์" เสียงหวานตอกกลับทันควันอย่างไร้เยื่อใย ร่างบางขยับตัวถอยหลังออกมาจากระยะประชิดของคีย์โดยอัตโนมัติ แม้ว่าความอบอุ่นจากแผ่นหลังของบรรณารักษ์หนุ่มเมื่อครู่จะยังหลงเหลือไออุ่นจางๆ ให้ใจเต้นผิดจังหวะอยู่บ้างก็ตาม
คีย์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งเรียบ ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนก็เพียงพอจะฟ้องว่าเขากำลังรำคาญผู้ชายคนนี้ไม่แพ้กัน
"แบกปูนคงไม่ใช่หน้าที่ของที่ปรึกษาโครงการอย่างผมหรอกครับริน" กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จงใจทิ้งน้ำเสียงยียวนกวนประสาท "แต่ถ้าเป็นเรื่อง 'เคลียร์งาน' กับทางผู้บริหาร... ผมคิดว่าผมมีประโยชน์กว่าไอ้หนุ่มห้องสมุดนี่เยอะ"
ดวงตาคมกริบของกรณ์ปรายมองคีย์หัวจรดเท้าด้วยท่าทีเหยียดหยามแบบไม่คิดจะปิดบัง รินรดารู้สึกได้ทันทีว่าอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนน่าใจหาย รังสีความอึดอัดแผ่ซ่านเสียยิ่งกว่าตอนที่ติดอยู่ในซอกตึกมืดๆ เสียอีก
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงกระแอมไอของ 'คุณวิชัย' ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก
"ยืนชุมนุมอะไรกันตรงนี้? งานคืบหน้าไปถึงไหนแล้วล่ะคุณริน"
ร่างท้วมในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ทั้งสามคนผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะอ้าปากรายงานสถานการณ์ปัญหาโครงสร้างที่เพิ่งสำรวจเจอ แต่กรณ์กลับชิงจังหวะพูดตัดหน้าขึ้นเสียก่อน
"กำลังระดมความคิดกันอยู่พอดีครับท่าน พอดีผมเห็นว่าโปรเจกต์นี้มีปัญหาเรื่องการประสานงานระหว่างทีมออกแบบกับฝ่ายข้อมูลเอกสารประวัติศาสตร์ตึกเก่า ซึ่งคุณคีย์เขารับผิดชอบอยู่..." กรณ์เว้นจังหวะ ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "เพื่อความรวดเร็วและไม่ให้งานสะดุด ผม1เสนอให้คุณรินกับคุณคีย์ทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการครับ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าตึกนี้มันจะพังเพราะสถาปนิกหัวรั้น หรือเพราะบรรณารักษ์ปากแข็งกันแน่"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าผู้บริหารทันที "แต่ท่านคะ ฉันกับคุณคีย์เรา..."
"ผมเห็นด้วยกับคุณกรณ์นะ" คุณวิชัยตัดบทอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดตามสไตล์นักบริหารผู้เร่งรีบ "ช่วงนี้งบประมาณถูกจับตาดูเป็นพิเศษ เราไม่มีเวลามาฮึดฮัดใส่กันหรอกนะคุณริน งานรีโนเวตห้องสมุดโบราณนี่ต้องอาศัยทั้งดีไซน์สมัยใหม่และข้อมูลเชิงลึกทางประวัติศาสตร์... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกคุณสองคน 'ต้อง' นั่งโต๊ะทำงานร่วมกันที่สำนักงานใหญ่ เคลียร์โปรเจกต์นี้ให้จบภายในเดือนนี้!"
ประโยคนั้นราวกับสายฟ้าผ่าลงกลางกลางวันแสกๆ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สมองหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว การต้องไปนั่งหายใจร่วมกับผู้ชายปากจัดที่ชอบกวนประสาทเธอทุกครั้งที่เจออย่างคีย์ แถมยังต้องทนเห็นหน้าตาเจ้าเล่ห์ของกรณ์วนเวียนอยู่ใกล้ๆ อีก... นี่มันคุกชัดๆ!
เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ กำลังจะอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อปฏิเสธคำสั่งบ้าๆ นี่ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นคีย์ที่ยืนเงียบมานาน
บรรณารักษ์หนุ่มไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือโวยวายแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่เห็นแล้วชวนหมั่นไส้แต่ก็ทรงเสน่ห์อย่างประหลาด ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองเธอช้าๆ ก่อนจะเบนไปสบตากับกรณ์ด้วยแววตาท้าทายที่อ่านไม่ออก
"ยินดีครับท่าน... ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่นิ่งสนิท "การได้ร่วมงานกับสถาปนิกฝีปากกล้า... คงเป็นสีสันที่ดีไม่น้อยในการทำงานแต่ละวัน"
รินรดาหันขวับไปมองคีย์แทบไม่ทัน เธออยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาดังๆ ให้รู้แล้วรู้รอด ตาบ้านี่! คิดอะไรอยู่ถึงตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้!
"ดีมาก! งั้นก็ตามนี้ เจอกันพรุ่งนี้เช้าที่ห้องทำงานพิเศษชั้นสี่" คุณวิชัยตบไหล่กรณ์เบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งให้คนทั้งสามยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายัก 1 คิ้วให้รินรดาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม "สู้ๆ นะครับคุณริน หวังว่าโต๊ะทำงานตัวเดียวกัน... จะไม่ทำให้คุณเผลอใจตกหลุมรักบรรณารักษ์หน้าตายเข้าสะก่อน" พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินตามผู้บริหารออกไปอย่างผู้ชนะ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างอีกครั้ง เหลือเพียงรินรดากับคีย์ที่ยืนประจันหน้ากันภายใต้แสงไฟสลัว
รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ พยายามระงับโทสะที่กำลังพลุ่งพล่าน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มเงียบๆ จนแผ่นหลังของเขาเกือบชิดติดชั้นวางของเก่า ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง
"คุณบ้าไปแล้วหรือไงคีย์? ทำไมถึงตอบตกลงหน้าตาเฉย รู้ตัวไหมว่ากำลังหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ!" เสียงหวานเอ็ดลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด
คีย์ก้มลงมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของเธอลอยวนอยู่ปลายจมูกของเขา
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"กลัวอะไรล่ะรินรดา..." เสียงทุบต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนขนลุกซู่ "กลัวว่าจะทนใจสั่นเวลาอยู่ใกล้ผม... หรือว่ากลัวความลับในใจของคุณมันจะหลุดปากบอกผมกันแน่?"
คำพูดนั้นทำเอารินรดานิ่งค้าง สมองขาวโพลนไปหมด เธอผลักอกแกร่งออกห่างเต็มแรงด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาแนบแก้ม
แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากด่ากราดเพื่อกลบเกลื่อนความไหวหวั่น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคีย์ก็ดังขึ้นตัดจังหวะ
ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยเรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคนละคน
รินรดารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เธอขมวดคิ้วมุ่น "มีอะไร?"
คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม ประโยคถัดมาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"คนที่ส่ง 'เอกสารลับ' ชิ้นนั้นให้คุณในวันเปิดหน้างาน... ตอนนี้เขาอยู่ข้างนอก และกำลังรอพบผมกับคุณพร้อมกัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย•ตอนที่ 9
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!