..."ยินดีต้อนรับสู่หอสมุดกลางของมหาวิทยาลัย... ในฐานะที่คุุณทำผิดกฎข้อที่สิบเจ็ด เรื่องการส่งเสียงดังเกินกว่าเจ็ดสิบเดซิเบลและรบกวนสมาธิผู้อื่น ดิฉันจึงขomอบสิทธิ์ในการลงทัณฑ์คุณ... ด้วยการให้คุณคัดลอกคู่มือระเบียบการใช้ห้องสมุดฉบับสมบูรณ์ จำนวนหนึ่งร้อยแปดข้อ ให้เสร็จภายในสามทุ่มตรงค่ะ"
ประโยคต่อมาที่หลุดออกมาจากปากของแขกไม่ได้รับเชิญ ก็ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาดิ่งวูบลงราวกับตึกถล่ม—
รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองที่ประมวลผลเรื่องงานออกแบบโครงสร้างตึกระฟ้ามาทั้งวันถึงกับชะงักกึก เธอมองหน้าผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือไม้สักทองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ตัวสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกับแว่นกรอบบางที่ดันขึ้นสูงรับสันจมูกคมสันนั่น... ให้ตายเถอะ นี่มันไม่ใช่บรรณารักษ์แล้ว นี่มันผู้คุมเรือนจำชัดๆ!
"คุณว่าอะไรนะคะ?" สถาปนิกสาวขยับแว่นตากรอบเก๋ของตัวเองบ้าง น้ำเสียงติดจะห้วนขึ้นมาทันทีเมื่อสติกลับเข้าร่าง "ฉันแค่คุยโทรศัพท์เรื่องแบบแปลนโครงสร้างตึกกับวิศวกรด้วยเสียงปกติ เพราะสัญญาณตรงมุมเสามันห่วยแตก แล้วไอ้กฎบ้าบออะไรนั่น... หนึ่งร้อยแปดข้อเนี่ยนะ? คุณใช้สมองส่วนไหนคิดคะเนี่ย"
คีย์ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพแต่เยียบเย็นเอาไว้บนใบหน้า รอยยิ้มที่ชวนให้คนมองอยากจะกระโดดเข้าไปคว้าปกเสื้อแล้วเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอนสักสามรอบ
"สมองส่วนที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของห้องสมุดค่ะ คุณรินรดา" คีย์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนโมโห "และเนื่องจากคุณเป็นสถาปนิกที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดรอบคอบ ดิฉันก็เลยคิดว่าการคัดลอกระเบียบข้อบังคับแค่หนึ่งร้อยแปดข้อ ด้วยลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด น่าจะเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้คุณจำฝังใจไปจนวันตาย... ว่าพื้นที่สาธารณะเขาไม่ใช้เสียงอันทรงพลังของคุณมาประกาศศักดาเรื่องงานโครงสร้างกันตรงนี้"
"นี่คุณ!" รินรดาแทบจะปาแฟลว์ไดร์ฟในมือใส่หน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ปลายจมูก "ฉันมีเวลาแค่สองชั่วโมงที่จะต้องกลับไปแก้แบบแปลนส่งลูกค้าพรุ่งนี้เช้า ไม่มีเวลามานั่งคัดลายมืออนุบาลแบบนี้หรอกนะคะ หลบไปค่ะ ฉันจะกลับ"
เธอก้าวเท้าฉับๆ ไปทางประตูทางออกทันที แต่ทว่า...
พรึบ!
ร่างสูงโปรดของบรรณารักษ์หนุ่มกลับก้าวมาขวางทางไว้ได้อย่างรวดเร็วกว่า ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้ใกล้เสียจนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟดำ—กลิ่นที่สะอาดและชวนให้หัวใจกระตุกวูบอย่างน่าหงุดหงิด
"เชิญกลับได้ค่ะ... ถ้าคุณไม่สนว่าชื่อของคุณจะถูกขึ้นบัญชีดำ ห้ามใช้บริการห้องสมุดและหอจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปตลอดชีวิต" คีย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาหลังกรอบแว่นจดจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอ "และถ้าดิฉันจำไม่ผิด โปรเจกต์รีโนเวทห้องสมุดโบราณที่คุณกำลังแย่งประมูลกับบริษัทอื่นอยู่... พวกเขาต้องใช้เอกสารและแปลนต้นฉบับจากที่นี่ด้วยใช่ไหมคะ?"
รินรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เธอจ้องมองรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะของอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ
*ไอ้... ไอ้คนเจ้าเล่ห์! นี่มันขู่กรรโชกทางอาชีพชัดๆ!*
"คุณมัน... ทุจริตทางอำนาจหน้าที่!" เธอชี้นิ้วคาดโทษ เสียงสั่นด้วยความโกรธ "ใช้อำนาจมืดรังแกประชาชนตาดำๆ ที่กำลังทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ!"
"ดิฉันไม่ได้รังแกค่ะ ดิฉันแค่บังคับใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด..." คีย์หยิบสมุดปกหนังสีดำเล่มหนาออกมาจากชั้นหนังสือข้างกาย พร้อมด้วยปากกาหมึกซึมด้ามหรู วางลงบนโต๊ะอ่านหนังสือไม้ตัวยาวเสียงดัง *ตุบ* "เชิญเลือกที่นั่งได้ตามสบายเลยนะคะ โต๊ะตัวนี้แสงสว่างเพียงพอ และถ้าเขียนไม่ครบทุกข้อ... คุณก็นอนเฝ้ากองหนังสือพวกนี้แทนเตียงนอนที่คอนโดได้เลยค่ะ"
รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธออยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้สมกับความอัดอั้นตันใจ แต่เมื่อนابถึงอนาคตของโปรเจกต์ใหญ่ที่เธอทุ่มเทมาหลายเดือน เธอก็ทำได้แค่ทรุดตัวลงนั่งกระแทกสะโพกิติดเก้าอี้ด้วยความจำยอม
"ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะคุณบรรณารักษ์หน้าเลือด!"
คีย์ยิ้มรับคำขู่ด้วยความสบายใจเฉิบ เขาหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านหน้าตาเฉย ราวกับว่าการเฝ้านักโทษจำเป็นคนนี้คือความบันเทิงรูปแบบใหม่ในชีวิตประจำวันของเขา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องสมุดยามค่ำคืน มีเพียงเสียงขูดขีดของหัวปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษ A4 ของรินรดาเท่านั้นที่ดังเป็นระยะ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามเป็นครั้งที่สิบล้าน คีย์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม เพิ่มเติมคือเขาวางหนังสือพิมพ์ลงแล้ว และกำลังจ้องมองมาที่มือเธอนิ่งๆ
"เขียนเร็วๆ สิคะ เหลืออีกตั้งเจ็ดสิบข้อ จะเที่ยงคืนอยู่แล้วนะ" คีย์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"รู้แล้วน่า! ไม่ต้องมาเร่งเลยค่ะ" รินรดาแหวใส่ สะบัดหน้ากลับไปตั้งหน้าตั้งตาเขียนต่อด้วยความหงุดหงิด ปลายปากกาตวัดตัวอักษรลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วจนข้อมือเริ่มล้า
แต่แล้ว ในจังหวะที่เธอกำลังเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นใหม่ ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอก็เผลอไปปัดโดนขวดหมึกสีดำที่วางอยู่ใกล้ๆ จนมันเอียงวาดน้ำหมึกสีเข้มไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว!
"ว๊าย!" รินรดาอุทานเสียงหลง รีบชักมือหนีแทบไม่ทัน
พรึบ!
แต่ไวกว่าความคิด ร่างสูงของคีย์พุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าขวดหมึกนั้นไว้ได้ทันก่อนที่มันจะหกคว่ำลงบนเสื้อผ้าและกองเอกสารสำคัญของเธอ แต่น้ำหมึกบางส่วนกลับไหลเปื้อนหลังมือและข้อมือของเขาแทน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที รินรดานั่งนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของคีย์โดยไม่รู้ตัว เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะเอ่ยปากขอบคุณ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ก็ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินเข้าหากัน ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นจดจ้องมองริมฝีปากของเธอนิ่ง ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยความลึกล้ำและประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มเกินกว่าจะเรียกว่าความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องสมุด
"ระวังหน่อยสิคะ... คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ริมฝีปากของเธอ ชิดเสียจนหัวใจของสถาปนิกสาวเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
และก่อนที่รินรดาจะทันได้ดึงสติกลับมาต่อว่าคนเจ้าเล่ห์ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูห้องสมุดที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน...
"พี่คีย์ครับ! แย่แล้ว! เอกสารประมูลโปรเจกต์โบราณที่อยู่ในตู้เซฟชั้นใต้ดิน ถูกรื้อค้นกระจัดกระจายหมดเลยครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย•ตอนที่ 2
กฎระเบียบคือชีวิต
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!